
อบรมครูใต้ ให้สอนศิลปะอย่างศิลปิน
"ศิลปะ" คืองานที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งมีธรรมชาติเป็นแรงบันดาลใจ และมีส่วนเสริมสร้างความงามด้านจิตใจ จึงเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างคนให้มีคุณภาพและมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ เศรษฐกิจ และสังคม ครูสอนศิลปะ จึงมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมเด็กให้มีจิน
ทำไมต้องอบรมครู? เชื่อไหมว่า ปัจจุบันครูที่สอนศิลปะในโรงเรียนระดับประถมมีน้อยมากที่จบศิลปะโดยตรง ครู 87 คนที่มาอบรมครั้งนี้ จบศิลปะศึกษาแค่ 23 คน หรือแค่ร้อยละ 26 เท่านั้น สะท้อนให้เห็นถึงนโยบายการจัดการศึกษาที่ไม่ให้ความสำคัญกับวิชาศิลปะ
ตลอดช่วงเวลาของการอบรม มีกิจกรรมหลักๆ อย่างการร่วมพูดคุยกันถึงหลักสูตรศิลปะศึกษา โดย ผศ.อ้อยทิพย์ พลศรี ประธานร่างหลักสูตรศิลปศึกษา คณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.ราชภัฏสงขลา และ ครูชีวัน วิสาสะ ศิลปินและนักเขียน ทำให้เกิดมุมมองใหม่ๆ ต่อหลักสูตรศิลปศึกษาของครูผู้ร่วมอบรม และเข้าใจว่าหลักสูตรนั้นจำเป็นต้องมี เพื่อเป็นหลักในการวางแผนการสอน แต่ครูสามารถนำไปปรับใช้ให้สัมพันธ์กับหลักสูตรท้องถิ่น รวมทั้งบูรณาการกับวิชาอื่นๆ และเป้าหมายสำคัญคือการออกแบบ การเรียนรู้ที่จะช่วยพัฒนาให้ผู้เรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีจินตนาการอย่างมีอิสระ
กิจกรรมที่สร้างความสนุกสนานคงต้องยกให้ช่วงอบรมทักษะทางศิลปะ ทั้งเรื่องการใช้สี ใช้กระดาษวาดภาพ การสร้างสรรค์สื่อการสอนต่างๆ โดย ธีระวัฒน์ คะนะมะ วิทยากร ได้ให้ครูทดลองใช้กระดาษสีในการวาดภาพ ด้วยเหตุผลว่า จะช่วยทุ่นเวลาในการลงสีของเด็กๆ และไม่ทำให้เบื่อ ทั้งยังช่วยแก้ปัญหาให้ครูด้วยว่า กระดาษสีมีราคาแพงก็อาจใช้กระดาษห่อพัสดุสีน้ำตาลแทนได้ ซึ่งเมื่อวาดด้วยสีชอล์ก หรือสีเทียนแล้วก็สวยไม่แพ้กัน
ขณะที่ ครูชีวัน ได้เน้นถึงกระบวนการคิด การวางแผนก่อนการสอน และเทคนิคทางศิลปะที่หลากหลาย มีทั้งการพับกระดาษ การวาดการ์ตูน การเล่านิทาน ที่ส่งเสริมกระบวนการคิดและจินตนาการของเด็ก การตั้งคำถาม การเล่นกับภาษา และการบูรณาการศิลปะกับวิชาอื่นๆ รวมถึงการปรับเปลี่ยนเทคนิคการสอนให้เหมาะสมสอดคล้องกับผู้เรียน ซึ่งต้องเกิดจากการวางแผนการสอนของครูเอง
สำหรับการพูดคุยเรื่องการประเมินผลงานเด็กนั้น ศ.วิโชค มุกดามณี ศิลปิน และอาจารย์ประจำคณะจิตรกรรมฯ ม.ศิลปากร ได้บรรยายถึงธรรมชาติในการสร้างสรรค์ศิลปะของเด็กๆ การแสดงออกที่สื่อถึงความคิด การสร้างสรรค์ ซึ่งครูต้อง “เข้าใจ” และ “ไม่” ตัดสินผลงานของเด็กจากความคิดของตัวเอง หรือยึดความถูกผิดตามทฤษฎี แต่ครูควรจะประเมินผลงานจากแนวคิด และพัฒนาการของเด็ก โดยมีตัวเด็กเอง เพื่อน และครู ร่วมกันประเมิน รวมทั้งส่งเสริม และให้กำลังใจแก่เด็ก
สอดคล้องกับการบรรยายในช่วงสุดท้าย โดย อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมริเริ่มโครงการนี้ โดยบอกว่าการนำเด็กเข้าสู่สุนทรียภาพความงามเป็นสิ่งยิ่งใหญ่ เพราะการสอนเด็กอย่างไรก็จะเป็นไปตามนั้น ศิลปะไม่มีถูก ไม่มีผิด ไม่มีเหตุผล มีอย่างเดียวคือ การแสดงออกที่ชัดแจ้ง ตรงประเด็น อย่าบังคับให้เด็กเป็นไปตามสิ่งที่ตัวเองปรารถนา นั่นเป็นการทำให้เด็กสิ้นอิสรภาพทางความคิด และจินตนาการ
"ไม่ใช่หน้าที่ของครูที่จะสอนให้เด็กวาดภาพ แต่จงสอนให้เด็กเข้าใจในความงาม ให้เด็กมีสุนทรียภาพ มีรสนิยม มีความคิดสร้างสรรค์ มีจินตนาการ และจงทำศิลปะให้เป็นวิชาที่สนุกสนานสำหรับเด็กทุกคน" ครูของครูศิลปะแนะ
ด้านครูที่มาร่วมอบรมศิลปะ กอรีเยาะ เตะย่อ จาก โรงเรียนชุมชนบ้านกะมิยอ จ.ปัตตานี ซึ่งสอนวิชาศิลปะชั้น ป.1-ป.6 มา 4 ปี บอกความรู้สึกว่าได้ความรู้มากขึ้น อย่างกิจกรรมเวิร์กช็อป ก็สามารถนำไปใช้ในการเรียนการสอนเด็กอนุบาลจนถึง ป.6 ได้เลย หรือกิจกรรม Contour Drawing ก็เป็นการฝึกประสาทสัมผัสระหว่างมือกับตา โครงการนี้ทำให้เห็นมุมมองแปลกใหม่ในการสอนวิชาศิลปะได้เป็นอย่างดี
ผลลัพธ์อันยิ่งใหญ่ในการอบรมครูสอนศิลปะครั้งนี้ คือ ครูทั้งหลายได้รับทั้งสาระและความรู้กลับไปเต็มไม้เต็มมือ แม้จะเป็นเพียงการเริ่มต้น แต่ก็ถือว่าเป็นย่างก้าวที่น่าสนใจ และชวนติดตามอย่างยิ่ง



