
เปิดใจ...ทีมผู้บริหารมน."มุ่งผลิตบัณฑิตมีอัตลักษณ์เก่งครบสูตร"
ต่อจากนี้มหาวิทยาลัยนเรศวรจะมุ่งเน้นเป็นมหาวิทยาลัยระดับแนวหน้ากลุ่ม 10 อันดับแรกของประเทศภายในปี พ.ศ.2560 โดยยึดการสร้างสังคมไทยให้มีขีดความสามารถและเข้มแข็งทางด้านความรู้ความสามารถ
ในด้านการแข่งขัน ตลอดจนความพร้อมที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาวการณ์โลก ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้วยการนำกระบวนการทางการศึกษา คำแสดงวิสัยทัศน์ต่อสภาอาจารย์และประชาคมมหาวิทยาลัยนเรศวร(มน.) ศ.ดร.สุจินต์จินายน อธิการบดีคนใหม่ ภายหลังสภามหาวิทยาลัยนเรศวรมีมติเห็นสมควรให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีคนใหม่เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน2551
ศ.ดร.สุจินต์ เคยดำรงตำแหน่งอธิการบดีคนที่1 ของมน.เมื่อปี2536-2544 และทำงานให้แก่มน.มาแล้วเป็นเวลาหลายปีการกลับมาดำรงตำแหน่งอธิการบดีคนที่ 3 ของมน.ต่อจากรศ.ดร.มณฑลสงวนเสริมศรี อธิการบดีคนที่ 2 ครั้งนี้ได้วางมาตรการป้องกัน มน.นำกรอบวิสัยทัศน์4 ประการของรัฐบาลมาเป็นโจทย์ในการกำหนดทิศทางการพัฒนาของมหาวิทยาลัย ได้แก่ 1.ภาคอุตสาหกรรมสามารถแข่งขันได้ในระดับโลก2.เศรษฐกิจชุมชนมีความเข้มแข็ง3.สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้และ 4.คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดี
บทบาทของมน.ต้องมุ่งเน้นการพัฒนาบัณฑิตให้มีคุณภาพศักยภาพ และขีดความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง มีภูมิคุ้มกัน โดยนำสังคมเข้าสู่ความเป็นสังคมฐานความรู้ ซึ่งต้องอาศัยทรัพยากรมนุษย์ที่มีความสามารถสูง มีความพร้อมทางความรู้ที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลง ถือเป็นพันธกิจหลักของ มน. อธิการบดีคนใหม่กล่าว
กรอบกลยุทธ์และมาตรการการพัฒนามน.ในช่วงปี2552-2556 ศ.ดร.สุจินต์ แสดงทัศนะว่า มหาวิทยาลัยเน้นวางรากฐานการพัฒนาด้านคุณภาพเป็นหลัก ภายใต้กรอบนโยบาย 4 ด้านคือ ความเป็นเลิศทางการวิจัย พัฒนามหาวิทยาลัยให้มีชื่อเสียงด้านการวิจัย ทั้งภายในและนอกประเทศ ควบคู่การพัฒนาให้มีระบบและกระบวนการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ มีขีดความสามารถตามความต้องการของแหล่งจ้างงานระดับแนวหน้าของประเทศ
ความมุ่งมั่นของศ.ดร.สุจินต์ อธิการบดีใหม่แกะกล่องไม่ได้มุ่งเพียงยกระดับวิชาการ วิจัย แต่มุ่งมั่นปั้นบัณฑิตที่มีอัตลักษณ์ เก่งงาน เก่งคน เก่งคิด เก่งครองชีวิต และเก่งพิชิตปัญหา โดยมอบหมายให้ทุกหน่วยงาน ทุกคณะ นำไปเป็นหลักในการทำงานและ กองกิจการพัฒนานิสิตมน. ก็เป็นหนึ่งหน่วยงานหลักในการพัฒนานิสิตโดยตรง
รศ.ดร.เสวียนเปรมประสิทธิ์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต มน. กล่าวว่าหลังจากได้รับมอบหมายจากอธิการบดีในการปั้นบัณฑิตให้มีอัตลักษณ์ จึงวางแผนพัฒนานิสิต โดยดึงเข้ามามีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม คือ 1.พัฒนานิสิตให้มีอัตลักษณ์แห่งมน. จบออกไปแล้วเป็นบัณฑิตที่พึงประสงค์ได้ซึ่งขณะนี้กำลังศึกษาว่า ที่ทำอยู่ ณ ปัจจุบันเป็นอย่างไร 2.ส่งเสริมให้องค์กรสภานิสิตมีความเข้มแข็งเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการดึงนิสิตให้เข้ามาทำกิจกรรมร่วมกับมหาวิทยาลัย และห่างไกลอบายมุข
เราต้องดึงนิสิตให้มีส่วนร่วมในการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมหรือทำกิจกรรมตามความถนัด เช่น พัฒนาด้านกีฬาสุขภาพ ปลูกฝังให้นิสิตหันมาออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดี หรือส่งเสริมกีฬาที่เด่น ดีสร้างชื่อเสียงให้แก่สถาบัน และความภาคภูมิใจให้แก่นิสิตเอง เพื่อสร้างจิตสำนึกให้พวกเขารู้สึกรักตนเอง รวมไปถึงกิจกรรมทางด้านคุณธรรมจริยธรรม และประโยชน์ต่อสังคม รศ.ดร.เสวียนกล่าว
รศ.ดร.เสวียนกล่าวอีกว่า นิสิตถือเป็นเด็กที่ออกมาจากกรอบที่โรงเรียนมัธยมกั้นไว้เมื่อเข้าสู่มหาวิทยาลัยความอิสระทางความคิด การกระทำมีมากขึ้น จึงเป็นเหตุให้เด็กบางคนหลงทาง มหาวิทยาลัย โดยเฉพาะกองพัฒนากิจการนิสิต เป็นหน่วยงานที่คลุกคลี และเข้าถึงนิสิตมากที่สุด จึงต้องเป็นผู้ช่วยผลักดันให้นิสิตอยู่ในกรอบ ช่วยสร้างอนาคต การสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้พวกเขาได้พึงกระทำภายใต้การอนุรักษ์วัฒนธรรม ประเพณี และหลักคำสอนทางศาสนาถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
ต่อจากนี้มน. เป็นมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งผลิตบัณฑิตที่มีอัตลักษณ์ เก่งงานเก่งคน เก่งคิด เก่งครองชีวิต และเก่งพิชิตปัญหา ออกสู่สังคมด้วยการประสานการทำงานระหว่างผู้มอบนโยบายกับผู้ปฏิบัติสอดคล้องกัน สนใจเยี่ยมชม มน.โทร.0-5526-1000 หรือwww.acad.nu.ac.th
0 ชุลีพร อร่ามเนตร 0 รายงาน



