ไลฟ์สไตล์

มุมมองใหม่-กระท่อมคุณธรรมครูไชยญาณเรียนจริยศึกษาไม่น่าเบื่อ

มุมมองใหม่-กระท่อมคุณธรรมครูไชยญาณเรียนจริยศึกษาไม่น่าเบื่อ

19 เม.ย. 2553

"การสอนคุณธรรมจริยธรรมให้นักเรียนในวัยประถมศึกษา เด็กจะไม่ค่อยสนใจ จำเนื้อหาสาระไม่ได้และไม่เข้าใจ ทำให้นำไปใช้ในชีวิตประจำวันไม่เป็น การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมให้แก่นักเรียน จำเป็นจะต้องส่งเสริมให้มีความรู้ความเข้าใจจนถึงขั้นสามารถนำไปปฏิบัติได้ด้วยตนเองแล

พฤติกรรมเหล่านี้จะเกิดขึ้นเมื่อนักเรียนมีความพอใจที่จะร่วมลงมือกระทำด้วยความสมัครใจ" ด้วยเหตุนี้ ครูไชยญาณ บุญยศ ครูชำนาญการพิเศษ ร.ร.วัดหงส์ปทุมาวาส สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ปทุมธานี เขต 1 จึงใช้โครงการ "กระท่อมคุณธรรม" มาใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนวิชาจริยธรรมศึกษากับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ตั้งแต่สอนอยู่ที่โรงเรียนชุมชนวัดไก่เตี้ย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี เมื่อปี 2544 แม้ปัจจุบันจะย้ายมาอยู่โรงเรียนในเขตเมืองและได้รับมอบหมายให้สอนวิชาวิทยาศาสตร์และสังคมศึกษา แต่ยังคงนำรูปแบบกระท่อมคุณธรรมพร้อมกับการแต่งเพลงที่มีเนื้อหาสอนเรื่องคุณธรรมมาปรับใช้สอนแทรกในวิชาต่างๆ

 การเรียนการสอนจริยธรรมศึกษาผ่านโครงการกระท่อมคุณธรรม ในแต่ละปีจะมีการแบ่งการจัดการเรียนรู้จริยธรรมออกเป็น 2 ส่วน ภาคการศึกษาที่ 1 เน้นการเรียนการสอนในห้องเรียน ให้นักเรียนจดจำ และเข้าใจคุณธรรมหลัก 13 ประการ คือ ความใฝ่รู้ ความขยัน ความอดทน ความประหยัด ความซื่อสัตย์ ความมีวินัย ความเสียสละ เมตตากรุณา กตัญญูกตเวที การตรงต่อเวลา ความสามัคคี ความยุติธรรมและการมีวัฒนธรรม นำนิทานที่สอนเกี่ยวกับคุณธรรมในแต่ละเรื่องมาแต่งเป็นเพลงตามทำนองเพลงลูกกรุงหรือลูกทุ่งแล้วให้นักเรียนร้องตาม เช่น นิทานเรื่องเทวดากับคนตัดฝืน สอนเรื่องความซื่อสัตย์ เป็นต้น

 ภาคการศึกษาที่ 2 เน้นการวัดผลและประเมินความเข้าใจของนักเรียน ด้วยการจัดกิจกรรมกระท่อมคุณธรรม โดยแบ่งกลุ่มให้นักเรียนรับผิดชอบในการนำเสนอคุณธรรมแต่ละเรื่องตามความเข้าใจ เพื่อถ่ายทอดให้นักเรียนรุ่นน้องตั้งแต่ระดับอ.1-ป.5 รับรู้ เข้าใจ นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อีกต่อหนึ่ง ภายใต้พื้นที่จัดกิจกรรมกลุ่มละ 3-4 ตารางเมตร ซึ่งในพื้นที่รับผิดชอบของแต่ละกลุ่มหรือกระท่อมคุณธรรมแต่ละเรื่อง อย่างน้อยจะต้องประกอบด้วยเนื้อหาหลัก 3 ส่วน คือ 1.ความหมายคุณธรรมตามหัวข้อที่ได้รับมอบหมาย 2.วิธีปฏิบัติตนในชีวิตประจำวัน และ3.ผลจากการไม่ปฏิบัติคุณธรรมในเรื่องนั้นๆ จะเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจของนักเรียน

 "การสอนคุณธรรมด้วยวิธีการนี้ในภาคเรียนที่ 1 ต้องการให้เด็กรู้และเข้าใจเนื้อหาว่าคุณธรรมแต่ละตัวคืออะไร หากทำตามคุณธรรมนั้นแล้วจะเกิดผลอย่างไรและหากไม่ทำจะเกิดผลต่อชีวิตอย่างไรบ้าง ผลปรากฏว่าเด็กจดจำและท่องคุณธรรมตามทฤษฎีได้ครบทั้งหมด ในภาคเรียนที่ 2 จึงวัดผลความเข้าใจนักเรียนด้วยการให้จัดกระท่อมคุณธรรม ถือเป็นการลงมือปฏิบัติจริงเพื่อทดสอบความเข้าใจในแต่ละเรื่อง" ครูไชยญาณกล่าว

 ครูไชยญาณ บอกด้วยว่า วิธีการดึงดูดให้รุ่นน้องเข้ามาชมภายในกระท่อม รวมถึงกิจกรรมที่จะใช้เป็นสื่อในการสอนให้เข้าใจคุณธรรมแต่ละเรื่องเป็นสิ่งที่นักเรียนแต่ละกลุ่มจะต้องร่วมกันคิดและลงมือทำ ยกตัวอย่าง กระท่อมความอดทน คิดกิจกรรมง่ายๆ ในการสอนให้รุ่นน้องเข้าใจเรื่องความอดทน ด้วยการนำเต็นท์ผ้าใบมากางเป็นมุ้งกลางแดดร้อนๆ แล้วให้รุ่นน้องที่สนใจเข้ามาในกระท่อมเข้าไปช่วยกันหาของที่ซ่อนอยู่ภายในท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าว ก่อนจะสรุปกิจกรรมให้เข้าใจเกี่ยวกับความอดทน โดยเทียบจากกิจกรรมที่ได้ลงมือกระทำไปเพื่อให้เห็นเป็นรูปธรรม ผลปรากฏว่าทั้งผู้นำเสนอและผู้เข้าชมพอใจกับรูปแบบกิจกรรมและเข้าใจคุณธรรมแต่ละเรื่องเป็นอย่างดี

 "กระท่อมคุณธรรม เป็นกิจกรรมที่ใช้วัดผลความเข้าใจของนักเรียนได้ดี เพราะต้องเป็นผู้ดำเนินกิจกรรมทั้งหมดด้วยตนเอง และใช้ทักษะ ประสบการณ์จากการเรียนเพื่อถ่ายทอดความรู้แก่ผู้เข้าชมกิจกรรม การสอนคุณธรรมตามรูปแบบนี้ จึงไม่เพียงแต่ให้นักเรียนเข้าใจคุณธรรม 13 ประการเท่านั้น แต่ยังได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ เรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่น ช่วยพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของนักเรียนได้ดี" ครูไชยญาณกล่าวอย่างภาคภูมิ

 ท้ายที่สุด ครูไชยญาณ แนะนำว่า การสอนคุณธรรมจริยธรรมให้นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา โดยไม่ให้เด็กเกิดความรู้สึกเบื่อ ต้องมีหลากหลายวิธีการ ไม่ใช่เพียงแค่พาเด็กไปวัดเพื่อนั่งฟังธรรม ซึ่งไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมตามวัยของเด็ก กิจกรรมที่เหมาะสมควรแฝงในรูปแบบที่ให้เด็กได้เล่นประกอบด้วยจะดีที่สุด รวมทั้ง กิจกรรมควรปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ไม่ให้เกิดความซ้ำซาก เพราะเด็กในวัยนี้จะเบื่อหน่ายได้ง่าย และจะไม่สนใจกับกิจกรรมนั้นอีก สนใจสอบถามได้ที่ครูไชยญาณ 08-1834-9480