ไลฟ์สไตล์

มช.ผุดดิจิตอลคอนเท้นท์หวังเป็นศูนย์กลางไอที

มช.ผุดดิจิตอลคอนเท้นท์หวังเป็นศูนย์กลางไอที

19 เม.ย. 2553

คณบดีวิทยาลัยศิลปะฯ มช. เผยตั้งศูนย์กลางดิจิตอลคอนเท้นท์ภาคเหนือ ทุ่มเงินกว่า 50 ล้านบาท สร้างห้องเรียน-ห้องปฏิบัติการแห่งแรกของภาคเหนือ ใช้คอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์และซอร์ฟแวร์ประสิทธิภาพสูง รองรับงานแอนนิเมชั่น ด้าน ผอ.ศูนย์นวัตกรรมฯ ย้ำพร้อมเป็นศูนย์กลางแอน

ดร.ณพศิษฏ์  จักรพิทักษ์ คณบดีวิทยาลัยศิลปะ สื่อและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า วิทยาลัยศิลปะฯ ได้จัดตั้งศูนย์กลางดิจิตอลคอนเทนท์ของภาคเหนือขึ้นตามนโยบายของรัฐบาลเพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันภาคเหนือตอนบน ด้านทรัพยากรมนุษย์เพื่อให้สามารถพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และองค์ความรู้ใหม่อย่างรวดเร็วตามปรัชญาวิทยาลัยฯ “International Knowledge Worker”

 ทั้งนี้ วิทยาลัยศิลปะฯ เป็นศูนย์กลางความพร้อมทางด้านแอนนิเมชั่น (Animation) และดิจิตอล คอนเท้นท์ (Digital Content) ซึ่งได้จัดการศึกษาทั้งในระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา โดยปัจจุบันเปิดสอนทั้งหมด 6 หลักสูตร โดยได้เน้นหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาแอนนิเมชั่น มุ่งผลิตบัณฑิตให้มีทักษะความรู้ ความสามารถในการออกแบบ พัฒนาติดตั้ง ควบคุมงานโครงการผลิตซอฟต์แวร์แอนนิเมชัน เกม และระบบเสมือนจริง ให้เป็นผู้ที่สร้างสรรค์งานแอนนิเมชั่นที่สามารถบูรณาการความรู้ด้านคอมพิวเตอร์กราฟิก และด้านการออกแบบร่วมไปกับการใช้ข้อมูลทางการตลาดเพื่อสร้างสรรค์งานให้สามารถแข่งขันในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แอนนิเมชั่นระดับนานาชาติได้

 โดยที่ผ่านมาได้ทุ่มงบประมาณในการลงทุนอุปกรณ์ไอซีทีกว่า 50 ล้านบาท ในการสร้างห้องเรียนและห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย เช่น ห้องโมชั่น เคปเจอร์ (Motion Capture) แห่งแรกของมหาวิทยาลัยในภาคเหนือตอนบน คอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์และซอร์ฟแวร์ (Computer Hardware และ Software) ที่มีประสิทธิภาพสูงเพื่อรองรับการทำงานด้านเอนนิเมชั่น (Animation) เรนเดอร์ริ่ง ฟาร์ม (Rendering Farm) เพื่อลดระยะเวลาในการเรนเดอร์ภาพ 3 มิติ ห้องเรพิด โพรโตไทพ์ (Rapid prototype) เพื่อรองรับการผลิตต้นแบบ หรือลักษณะตัวละครแอนนิเมชัน

 ด้านดร.ภราดร สุรีย์พงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมและการจัดการความรู้ กล่าวว่า ผลงานของนักศึกษาวิทยาลัยศิลปะฯ ได้มีโอกาสเข้าร่วมประกวดในเวทีมากมายและได้รับรางวัลอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้รางวัลชนะเลิศระดับประเทศในการประกวด Sipa Contest 2009 ประเภท Mobile Game และประเภท Game Console นอกจากนี้ นักศึกษาจำนวนหนึ่งยังได้เข้าร่วมโครงการจัดทำภาพยนตร์แอนนิเมชัน ด้านวิชาการเกษตรสู่ชุมชน ตามพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

 รวมถึงการเข้าร่วมโครงการ Creative Product Development with Competitiveness and Merchandising ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งพัฒนาบุคลาการทางด้านการออกแบบและพัฒนาสินค้า พัฒนาผลิตภัณฑ์ และพัฒนา Application และ Function ของวัตถุดิบที่น่าสนใจของไทย นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน (เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน) จัดทำโครงการพัฒนาเศรษฐกิจล้านนาเชิงสร้างสรรค์ รองรับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) อีกด้วย

 "ผมเชื่อมั่นว่าตอนนี้วิทยาลัยศิลปะฯ มีความพร้อมด้านบุคลากรที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่มีความทันสมัย ทั้งยังเป็นวิทยาลัยที่มีความสามารถในการเป็นศูนย์กลางความพร้อมทางแอนนิเมชั่น (Animation) และดิจิตอล คอนเท้นท์ (Digital Content)  ของภาคเหนือ” ดร.ภราดร กล่าว