ไลฟ์สไตล์

อาจารย์มหา’ลัยจี้ชะลอประกาศใช้TQF

อาจารย์มหา’ลัยจี้ชะลอประกาศใช้TQF

19 เม.ย. 2553

ระบุเป็นระบบสร้างเอกสาร ไม่ใช่สร้างคุณภาพ ฝากสกอ.ไม่ควรลงมายุ่งถึงระดับห้องเรียน แต่ควรทำหน้าที่วิ่งหางบประมาณมาให้มหาวิทยาลัยดีกว่า ย้ำอย่ารีบกำหนดกรอบTQF ด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ หวั่งประกาศใช้เมื่อไรเกิดความล้าหลังในการพัฒนาคณะทันที

 เมื่อวันที่19 เม.ย.ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะรัฐศาสตร์ และคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ จัดสัมมนา “ทบทวนการบังคับใช้ TQF( กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ หรือ มคอ.)” โดยมี รศ.ทวีศักดิ์ สูทกวาทิน อาจารย์จากสถาบันพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีข้อเสนอเบื้องต้นว่า อยากให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ระงับการใช้ กรอบมาตรฐาน TQF ไปก่อน จากนั้นควรมีการหารือร่วมกันระหว่างคณะจารย์ มหาวิทยาลัย สกอ. และ คณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือ กกอ. เกี่ยวกับรายละเอียด เพราะมหาวิทยาลัยมีความหลากหลาย แต่แนวทางการบริหารของ สกอ.ควรมีบทบาทในการจัดระบบการบริหารความแตกต่าง มากกว่าจะบริหารให้ทุกมหาวิทยาลัยเหมือนกันหมด ซึ่งทำให้มหาวิทยาลัยเกิดปัญหา หากสามารถบริหารความแตกต่างกันได้ ก็จะลดปัญหาการบีบบังคับให้ทุกคนทำแบบเดียวกันลดน้อยลง

 ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจกัน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เสรีภาพทางวิชาการของมหาวิทยาลัยในระยะหลังเริ่มหายไป สกอ.ควรให้การสนับสนุนและถ่ายโอนอำนาจต่างๆ ให้มหาวิทยาลัย ไม่ใช่ประกาศใช้ TQF เพราะTQFเป็นการดึงอำนาจกลับมาอยู่ศูนย์กลางหรือจากห้องเรียนกลับมาที่ สกอ. ซึ่งถือว่าเป็นการล้ำเส้นเสรีภาพทางวิชาการ ดังนั้นหลังจากนี้สกอ.ไม่ควรรีบประกาศหลักเกณฑ์อะไรออกมาก่อนถามมหาวิทยาลัย หากไม่มีการพูดคุยกันให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นก็จะมีปัญหาดั่งการประกาศใช้ TQF

 “สกอ.ไม่ควรลงมายุ่งถึงระดับห้องเรียน แต่ควรทำหน้าที่ในการวิ่งหางบประมาณมาให้มหาวิทยาลัยมากกว่า โดยใส่เงินมาที่มหาวิทยาลัย คุณภาพก็จะตามมา แต่ทุกวันนี้ สกอ.อยากได้คุณภาพ แต่ให้มหาวิทยาลัยวิ่งหาเงินกันเอง แล้วคุณภาพจะเกิดขึ้นได้อย่างไร” รศ.ทวีศักดิ์ กล่าว

 ด้าน ดร.วรากรณ์ สีหนาถ ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและประเมินผลอุดมศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) กล่าวว่าตั้งแต่มีการประกาศใช้ TQF พบว่าส่วนใหญ่อาจารย์ และมหาวิทยาลัยยังเข้าใจเจตนาในการจัดทำTQF ของคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.)คลาดเคลื่อน ว่าเป็นกฎระเบียบ ข้อบังคับให้ปฎิบัติตาม ซึ่งตรงจุดนี้สกอ.ต้องยอมรับว่าเป็นการสื่อสารที่เข้าใจผิด เนื่องจากเจตนาจริงๆ ของTQF คือ ต้องการให้มหาวิทยาลัยจัดการเรียนการสอนยึดนักศึกษาเป็นศูนย์กลาง มุ่งเน้นที่มาตรฐานผลการเรียนรู้ของบัณฑิต (Learning Outcomes) ไม่ใช่บังคับให้ปฎิบัติตาม

  ดังนั้น ขณะนี้ตนอยากให้มหาวิทยาลัย อาจารย์ทุกท่านที่มีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่อง TQF ให้นำเสนอมาที่สกอ. เพื่อจะได้รวบรวมและเสนอต่อกกอ.ต่อไป ส่วนข้อเสนอแนะต่างๆ ในที่สัมมนาครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นขอให้พิจารณาการประกาศใช้TQF มีความชัดเจนในทางปฎิบัติ ระงับการประกาศใช้TQF การจัดทำเอกสาร และขอให้มีการหารือจากทุกฝ่ายร่วมกันอีกครั้ง ตนจะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะอนุกรรมการมาตรฐาน ในช่วงบ่ายของวันที่ 19 เม .ย. นี้

 ผศ.ดร.ม.ร.ว. กัลยา ติงศภัทิย์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ จุฬาฯ กล่าวว่ากรอบ TQF ถือเป็นกระแสเอเชียที่ทุกประเทศต่างให้ความสนใจ ซึ่งโดยส่วนตัวทั้งรับได้ละรับไม่ได้กับ TQF โดยเฉพาะ มคอ.1 มาตรฐานคุณวุฒระดับ ... สาขา/สาขาวิชา ... ที่สกอ.ยกตัวอย่างการทำหลักสูตรต่างๆ ลงลึกไปถึงแขนงวิชา เพราะเป็นการกำหนดให้ทุกมหาวิทยาลัยทำเหมือนกันหมด ซึ่งบางมหาวิทยาลัยอาจจะชอบ เพราะหากทำตามที่สกอ.ยกตัวอย่าง หลักสูตรจะผ่านการรับรองจาก สกอ.แน่นอน

 แต่มหาวิทยาลัยที่ต้องการก้าวขึ้นไปเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก หลักสูตรต่างๆต้องยืดหยุ่นเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม สกอ.มีความพยายามกำหนด TQF ด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ซึ่งเป็นสาขาที่ไม่ควรกำหนดตายตัว จะเป็นอันตรายต่อวิชาการด้านนี้ ประกาศใช้เมื่อไรก็ล้าหลังทันที เพราะฉะนั้น เรื่องของTQF อยากให้กกอ.ชะลอการประกาศใช้ไว้ก่อน และควรหารือร่วมกันกับทุกๆ ฝ่าย รวมทั้งควรเปิดช่องทางหากมหาวิทยาลัยใดมีหลักประกันคุณภาพภายในที่มีประสิทธิ์ภาพ สามารถนำไปใช้แทนหลักการประกันคุณภาพแบบTQF ได้

 ดร.ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ตนมีจุดยืนที่จะไม่รับTQF เนื่องจาก สกอ.ต้องการเห็นผลลัพธ์ของการเรียนรู้ จากคุณภาพบัณฑิต แต่ใช้ระบบเอกสารโดยการกรอบเอกสารTQF จำนวนมาก เป็นการใช้เครื่องมือที่ผิดฝาผิดตัว สกอ.นำต้นแบบTQF มาจากประเทศอังกฤษ โดยไม่ปรับใช้ให้เหมาะสมกับประเทศไทย และ TQF ก็ไม่ใช้ระบบประกันคุณภาพ ดังนั้น กกอ.ควรมีประกาศถอนการบังคับใช้ TQF

 ด้าน รศ.ดร.กฤตยา อาชวนิจกุล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ตนเสนอว่าควรรวบรวมข้อเสนอต่างๆ และจัดทำเป็นจดหมายเปิดผนึกส่งให้กับ กกอ.ทุกคน รวมทั้ง ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ประธาน กกอ. เพื่อรับทราบความคิดเห็นของคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั้งเรียกร้องให้ กกอ.ทุกคนมารับฟังความเห็นจากคณาจารย์โดยตรง ซึ่งคณาจารย์ก็คงจัดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่อง TQF กันอีกหลายครั้ง