ไลฟ์สไตล์

โทรหลอก...จากต่างประเทศ

โทรหลอก...จากต่างประเทศ

16 เม.ย. 2553

ภรรยาของผมเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารกสิกรไทย สาขาศูนย์การค้าเซฟอี พุทธมณฑลสาย 2 หลังจากนั้นประมาณ 1 เดือน มีโทรศัพท์เป็นเสียงอัตโนมัติ จากฝ่ายบัตรเครดิต แจ้งว่า มียอดใช้บัตรเครดิตของเป็นเงิน 3,600 บาท ติดต่อเจ้าหน้าที่ กด 9

 ภรรยาผมกดวางสายไป และได้โทรไปที่คอลเซ็นเตอร์ของธนาคารกสิกรไทย พร้อมเล่าให้เจ้าหน้าที่ฟัง เจ้าหน้าถามว่าเป็นเบอร์แปลกๆ เหมือนเป็นเบอร์จากต่างประเทศใช่ไหม (+88618899) เจ้าหน้าที่จึงเตือนว่าเป็นเบอร์ที่มิจฉาชีพใช้โทรหลอกให้โอนเงิน ภรรยาจึงถามว่า เขารู้ข้อมูลของลูกค้าได้อย่างไร ทั้งที่ไม่เคยทำธุรกรรมทางการเงินอะไรมาก่อน เพิ่งมากรอกข้อมูลตอนเปิดบัญชีธนาคาร
 เจ้าหน้าที่บอกว่า มิจฉาชีพใช้วิธีสุ่มโทร แต่ไม่ต้องกังวล แม้รู้ข้อมูล หรือเลขที่บัญชีของลูกค้า แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ แต่ผมคิดว่าการโทรเข้ามาทวงหนี้ทางโทรศัพท์เป็นการข่มขู่อย่างหนึ่ง ทำให้วิตกเหมือนกันว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า และตอนทำบัตเอทีเอ็ม ธนาคารก็ให้ทำเป็นบัตรเดบิต ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มจากบัตรธรรมดา
 อีกเรื่องคือ ผมมีญาติที่เคยเป็นเจ้าหน้าที่ขายบัตรเครดิตมาก่อน เขาบอกว่าข้อมูลและเบอร์โทรศัพท์ของลูกค้า มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันได้ ผมจึงไม่แปลกใจว่าทำไมมีเจ้าหน้าที่มาตั้งบูธ แล้วบอกว่า แค่กรอกข้อมูลก็ได้รับของที่ระลึกแล้ว ไม่ว่าเรื่องจะผ่านหรือไม่ผ่าน หลังจากนั้นจะมีเบอร์แปลกๆ โทรเข้ามาเสมอ ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิต บัตรกดเงินสด ข้อมูลของเราอาจไปตกอยู่กับกลุ่มมิจฉาชีพก็ได้
รังสรรค์
ตอบ
 นายสมชาย พิชิตสุรกิจ กรรมการบริหาร ชมรมตรวจสอบและป้องกันการทุจริต สมาคมธนาคารไทย ชี้แจงว่า โทรศัพท์ลักษณะนี้เป็นการสุ่มของกลุ่มมิจฉาชีพจากประเทศจีน หลอกให้โอนเงินจากบัญชีของเหยื่อผ่านตู้เอทีเอ็ม โดยไม่จำเป็นต้องมีข้อมูลของลูกค้า แต่ใช้วิธีโทรผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (VOIP) แบบโชว์เบอร์ หรือไม่ให้โชว์ก็ได้ แต่โทรกลับไม่ได้ ทำเป็นขบวนการมานานหลายปี มีหลายกลุ่ม พอตำรวจจับได้ก็สร้างเครือข่ายใหม่ หลอกลวงกันต่อไป 
 ล่าสุดจับได้ที่มณฑลซัวเถา ประเทศจีน เมื่อเดือนเมษายน 2551 จำนวน 135 คน มีคอลเซ็นเตอร์ที่เป็นคนไทย 42 คน
 กลุ่มมิจฉาชีพจะจัดตั้งคอลเซ็นเตอร์จากประเทศหนึ่ง แล้วโทรหลอกลวงข้ามอีกประเทศหนึ่ง เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามได้ง่าย โดยใช้วิธีสร้างเรื่อง หรือสร้างสถานการณ์เพื่อล่อลวงเหยื่อ มี 2 วิธี คือ 1.สร้างเรื่องให้กลัว 2.สร้างเรื่องให้โลภ และบางกรณีอ้างเป็นตำรวจ ถ้าเหยื่อกลัว หรือตกใจ ถ้าเป็นกลุ่มลูกค้าธนาคาร กลุ่มมิจฉาชีพก็จะมีวิธีการล่อลวงต่างๆ นานา
 ธนาคารมีการแจ้งเตือนเรื่องนี้ผ่านสื่อต่างๆ โดยตลอด รวมทั้งแจ้งข้อความเตือนเป็นตัวหนังสือสีแดงเด่นชัดว่า “โปรดระวังอย่าหลงเชื่อผู้โทรศัพท์มาหลอกลวงแนะนำให้ไปทำรายการใดๆ ที่ตู้เอทีเอ็ม” ที่มุมด้านซ้ายของหน้าจอที่เครื่องเอทีเอ็ม หากมีการโอนเงิน และในการโอนเงินที่เป็นเมนูภาษาอังกฤษ ก็จะมีภาษาไทยกำกับว่าเป็นการโอนเงินด้วย
ลุงแจ่ม