
ขายที่แบ่งมรดก
ผมมีพี่น้อง 7 คน ผมเป็นน้องสุดท้อง ตอนนี้พี่ๆ อยากขายที่ดินที่ได้รับมรดกมาจากแม่ โดยด้านหลังโฉนดเป็นชื่อทั้ง 7 คนแล้ว แต่มีพี่ชายคนโตไม่ยอมขาย ซึ่งอีก 6 คนยอมขายแล้ว
พวกเราก็เจรจากับพี่คนนี้แล้วแต่เขาก็ไม่ยอม เนื่องจากว่า ทุกวันนี้เขาได้ปลูกบ้านอยู่บนที่ดินผืนนั้น แล้วข้างหน้าบ้านก็ให้คนเช่า และรับค่าเช่าจากคนที่มาเช่าอยู่ทุกเดือน และเป็นอย่างนี้มานานหลายปีแล้ว ซึ่งพี่น้องคนอื่นๆ ไม่เคยมีส่วนได้รับเงินค่าเช่าจากตรงนี้เลย ทั้งที่มีสิทธิในที่ดินผืนนี้ร่วมกัน
พวกเราเห็นว่า เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องและปล่อยให้เป็นเช่นนี้มานานหลายปีแล้ว จึงอยากจะขาย หรือแบ่งแยกกันไปเพื่อจะได้รับสิทธิประโยชน์จากที่ดินผืนนี้เท่าๆ กัน แต่เมื่อมาเจรจากับพี่ขายคนโตก็ไม่ยอมขายท่าเดียว ทำให้พวกเราทั้งหมดไม่อยากทนยอมรับแบบนี้อีกแล้ว เพราะพวกเราอยากขาย
กรณีผมอยากอยากทราบว่า ทางกฎหมายสามารถบังคับหรือมีวิธีที่ใดบ้างที่จะทำให้ขายได้ พี่ชายคนโตไม่ยอมขายไม่ยอมแบ่งแยกใดๆ
อธิวัฒน์
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ชลธิชา สมสอาด คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า ในกรณีนี้หลังจากแม่เสีย ไม่แน่ใจว่า คุณและพี่ๆ รับมรดกกันแล้วหรือยัง ถ้ายัง ก็ควรจะแต่งตั้งผู้จัดการมรดกเพื่อทำหน้าที่รับมรดกแล้วนำมาจัดสรรแบ่งให้คุณและพี่น้องทั้งหมด ซึ่งในขั้นตอนนี้ก็สามารถทำให้พี่ๆ ขอแบ่งเพื่อออกโฉนดที่ดินของใครของมันได้เลย ซึ่งกรณีนี้จะง่ายต่อการจัดสรรเพื่อให้ทุกคนได้สิทธิของตัวเองเท่าๆ กัน
แต่ถ้าผ่านเลยกระบวนการดังกล่าวมาแล้ว ก็หมายความว่า ที่ดินของคุณได้รับการจัดสรรชื่อมาแล้วว่าเป็นของใครบ้าง ตามความเป็นจริงแล้ว ถ้าแม่ไม่ได้ระบุไว้ว่า ลูกคนไหนได้ที่ดินเท่าไหร่ ลูกทั้ง 7 คนก็ควรจะได้สิทธิบนที่ดินแปลงนี้เท่าๆ กันทุกคน เช่น ถ้ามี 7 ไร่ พี่น้อง 7 คน ก็แบ่งกันคนละ 1 ไร่
ส่วนกรณีที่คุณถามมาว่า พี่ๆ และคุณ รวมทั้งหมด 6 คนอยากขาย แต่พี่คนโตไม่ยอมขาย ทางแรกคือ การเจรจาไกล่เกลี่ยโดยอธิบายให้พี่เข้าใจว่า พี่น้องทุกคนมีสิทธิในที่ดินผืนนี้เนื่องจากมีชื่อร่วมกัน ดังนั้น ถึงแม้ว่าพี่คนโตจะไม่ขาย พี่น้องคนอื่นๆ ก็มีสิทธิที่จะขายที่ดินแปลงนี้ เพราะพี่น้องทุกคนมีสิทธิบนที่ผืนนี้เท่าๆ กัน พี่คนโตก็ต้องกันเฉพาะส่วนของตัวเองไว้ หรือแยกโฉนดออกมา
ถ้าเจรจาแล้วยังไม่ยินยอมตกลง ก็ต้องฟ้องศาล ซึ่งในการร้องต่อศาลนี้ เป็นการร้องเพื่อขออนุญาตขาย หลังจากร้องแล้วศาลก็จะรับเรื่องแล้วก็ทำการไต่สวนดูว่า ใครมีส่วนได้ส่วนเสียต่อเรื่องนี้อย่างไร ควรที่จะขายได้หรือไม่ หรือจะให้แบ่งเป็นสัดส่วนของแต่ละคนอย่างไร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินของศาลเพียงอย่างเดียว โดยทุกคนจะได้รับความเป็นธรรมมากที่สุด
ลุงแจ่ม



