ไลฟ์สไตล์

มองนายกฯด้วยธรรมะ

มองนายกฯด้วยธรรมะ

18 เม.ย. 2553

ตลอดเวลาแห่งการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ท่านไม่ได้ทำอะไรในเชิงบวกมากนัก ไม่เป็นที่น่าประทับใจในการก้าวไปข้างหน้าตามแบบผู้นำ จะเป็นด้วยความไม่พร้อมของเหตุภายใน หรือปัจจัยภายนอกก็ตามเถิด แต่มีสิ่งที่น่า

“ปัตตานุโมทนามัย” ไว้ตรงนี้ด้วยว่า ท่านไม่เป็นตัวเร่งสถานการณ์ให้แรงร้อนมากขึ้น โดยเฉพาะสถานการณ์แห่งความขัดแย้งของประชาชนในชาติ เพราะท่านมีความยืดหยุ่นอย่างยืนหยัดโดยแท้จริง

 หลายคนอยากได้นายกรัฐมนตรีที่มีความกล้าหาญมากกว่านี้ แต่ก็ต้องเข้าใจด้วยว่า ความกล้าหาญกล้าความบ้าบิ่นบุ่มบ่ามนั้น อยู่ใกล้กันมาก การบริหารประเทศที่ไร้ระเบียบ ขาดระบบ เช่นประเทศไทยนี้เป็นเรื่องยากมาก ที่จะทำอะไรต่อมิอะไรให้ดีขึ้น เพราะประเทศไทยของเรามีสภาพไม่ต่างจากผู้ป่วยโรคมะเร็งร้าย ยากจะรักษาให้หาย อย่างดีที่สุด คือ การประคับประคองอาการไม่ให้มีผลข้างเคียงมากเกินไปนักเท่านั้นเอง

 ขันติ ความอดทน และโสรัจจะ ความสงบเสงี่ยม เป็นหลักธรรมอันทำให้งาม พบได้ในวิถีชีวิตของนายกรัฐมนตรีผู้นี้ ความงามทางรูปกายภายนอกนั้นก็เห็นอยู่ แต่ไม่มีผลต่อชีวิตเท่ากับความงามภายใน

 เช่น ความอดทนต่อพฤติกรรมถ่อยเถื่อนของกลุ่มคนที่ต้องการสาดน้ำมันเข้ากองไฟ โดยที่นายกฯ ยังรักษาท่าทีอันสุนทร ไม่เดือดร้อน ไม่วุ่นวาย ไม่โวยวาย เข้าทำนองที่ว่า “ใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว”

 นายกฯ หนุ่มผู้นี้ ไม่ทำให้ใครรักอย่างหัวปักหัวปำ และไม่ทำให้ใครชังอย่างหัวฟัดหัวเหวี่ยง จะเป็นด้วยนิสัยส่วนตัวของท่าน หรือด้วยเหตุอื่นก็สุดแท้แต่ การไม่ทำให้คนต้องคาดหวังมาก ก็ไม่ทำให้คนผิดหวังมาก อารมณ์ของคนนั้นเอาแน่เอานอนอะไรมิได้ดอก

 การบริหารประเทศนั้น คือการรักษาอารมณ์ของตนเองมิให้มีความวูบวาบหวั่นไหวไปตามอารมณ์ขึ้นลงของประชาชนในประเทศ ต้องมีวิสัยแห่งบัณฑิต ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า “บัณฑิต ย่อมไม่แสดงอาการขึ้นๆ ลงๆ” เป็นผู้ใหญ่ต้องทำใจให้มั่นคง อย่าขึ้นๆ ลงๆ ล่องๆ ลอยๆ น้อยๆ ใหญ่ๆ เสียสมบัติพัสถานสักปานใด อย่าเสียใจใสแจ๋วก็แล้วกัน

ท่านจันทร์  www.prajan.com