
คมเลนส์ส่องพระประจำวันอาทิตย์ที่18 เมษายน2553
*** ผ่านพ้นไปแล้ว เทศกาลสงกรานต์ ปี ๒๕๕๓ แต่อาจจะยังมีบางท้องถิ่น ที่เล่นสงกรานต์ในวันนี้ เช่นที่ พระประแดง ซึ่งเป็นประเพณีสงกรานต์ของคนไทยเชื้อสายมอญ ที่มักจะเล่นสงกรานต์หลังที่อื่น ๑ สัปดาห์ หรือในวันอาทิตย์หลังจากวันที่ ๑๓ เมษายนของทุกปี ** สงกรานต์ปี
** คมเลนส์ส่องพระ วันนี้มีภาพพระยอดนิยมสวยๆ มาให้ชมกันเหมือนเดิม เริ่มจากองค์แรก พระสมเด็จ พิมพ์ใหญ่ กรุเก่า วัดบางขุนพรหม มุมบนบิ่นไปเล็กน้อยจากในกรุ แต่สภาพทั่วไปยังสวยคมชัดทุกซอกมุม เป็นพระดูง่ายทั้งด้านหน้าและด้านหลัง องค์นี้เป็นพระของ คำรณ สัยยะนิฐี ศูนย์พระเครื่องธนบุรี ห้างดิโอลด์สยาม
** พระอีกองค์ของ คำรณ สัยยะนิฐี คือ พระปิดตาหลวงปู่ภู่ วัดนอก จ.ชลบุรี พิมพ์เศียรมน เนื้อผงคลุกรัก สวยแชมป์หายาก เป็น ๑ ใน ๕ ของพระปิดตายอดนิยมแห่งเมืองชลบุรี อันประกอบด้วย พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ หลวงพ่อโต วัดเนิน หลวงปู่ภู่ วัดนอก หลวงพ่อครีพ วัดสมถะ และ หลวงพ่อเจียม วัดกำแพง...แต่ละองค์เช่าหากันที่หลักแสนขึ้นไปทั้งนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระปิดตาหลวงปู่ภู่ วัดนอก โดดเด่นเมตตามหานิยมสูงเป็นพิเศษ เล่ากันว่าหนุ่มๆ สมัยโน้นนิยมขูดผงพระของท่านเอาไปผสมน้ำให้สาวๆ ดื่มกิน นัยว่าสาวเจ้าจะตามมาหาถึงบ้านกันเลยทีเดียว หากรักชอบพอกันจริงก็ต้องรับไว้เลี้ยงดู บางคนทำไปเล่นๆ ด้วยความคึกคะนอง ไม่รับผิดชอบ ก็ต้องเจ็บตัว หรืออาจจะเป็นไข้โป้งก็ได้ จริงเท็จอย่างไร ต้องไปถามคนเฒ่าคนแก่ในเมืองชลดู
** พระปิดตาอีกองค์ที่คล้ายกับองค์ที่เคยลงไปแล้วเมื่อไม่นานมานี้ คือ พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว พิมพ์ปั้น เนื้อผงคลุกรัก ยุคแรก ออกที่วัดปากทะเล จ.เพชรบุรี ใต้ฐานบรรจุเม็ดผงพุทธคุณอันวิเศษสุด พระรุ่นแรกนี้สร้างขึ้นที่ จ.เพชรบุรี ก่อนที่ หลวงพ่อแก้ว จะธุดงค์สู่ จ.ชลบุรี เป็นการสร้างแบบปั้นทีละองค์ โดยไม่มีแม่พิมพ์เป็นตัวกำหนดรูปแบบองค์พระ ด้วยเหตุนี้พระปิดตาแต่ละองค์จึงมีขนาดไม่เท่ากันเป๊ะๆ แต่อาจจะใกล้เคียงกัน และพิมพ์ทรงคล้ายคลึงกันเท่านั้น องค์นี้เป็นพระของ วศินโรจน์ ธนเกริกเกียรติ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์กรรมาธิการคมนาคมวุฒิสภา...สมัยหน้าอาจจะลงสมัครเป็น ส.ส.เองก็ได้
** โดยปกติการสร้าง พระกริ่ง ของสำนักวัดสุทัศนฯ ในสมัยของ สมเด็จพระสังฆราช (แพ) และ ท่านเจ้าคุณศรีฯ (สนธิ์) จะไม่นิยมสร้าง พระกริ่งที่มีบัวด้านหลัง (บัวรอบ) แต่มีอยู่รุ่นหนึ่งที่มีบัวด้านหลัง คือ พระกริ่งบัวรอบ ปี ๒๔๘๒ ** ทำไม พระกริ่ง รุ่นนี้ถึงมี บัวด้านหลัง เรื่องนี้ แดง การบินไทย ผู้ชำนาญพระกริ่งสายวัดสุทัศนฯ ได้ให้อรรถาธิบายว่า ความจริงแล้วพระกริ่งรุ่นนี้ก็คือ พระกริ่งหน้าอินเดีย นั่นเอง เจ้าประคุณสมเด็จฯ ทรงเททองให้พระสงฆ์วัดสระเกศ โดยทำพิธีนอกฤกษ์ คือ วันที่ ๒๓ มกราคม ๒๔๘๒ จำนวน ๔,๐๐๐ องค์ (พิมพ์หน้าใหญ่ และพิมพ์หน้าเล็ก) ขณะเดียวกัน ได้ทรงเททองพระกริ่งอีกจำนวนหนึ่ง สำหรับพระองค์เอง คือ พระกริ่งนะโภคทรัพย์ ประมาณ ๔๐๐ องค์ โดยใช้แม่พิมพ์อันเดียวกันกับ พระกริ่งหน้าอินเดีย แต่ได้เพิ่มอักขระขอม ตัว นะโภคทรัพย์ เป็นตัวจมใต้ฐานองค์พระ ประมาณ ๒๐๐ องค์ และอีก ๒๐๐ องค์ ใต้ฐานเรียบ เนื่องจากตัว นะโภคทรัพย์ ได้หลุดออกไปขณะเป็นหุ่นเทียน พระกริ่ง ๒๐๐ องค์ ใต้ฐานเรียบนี้มักจะมีรอยเหล็กจารปรากฏอยู่ด้วย
** เนื่องจาก พระกริ่งหน้าอินเดีย รุ่นนี้ ผู้ขอจัดสร้างคือพระสงฆ์วัดสระเกศ ได้ออกแบบมาเอง ฐานองค์พระจึงมีบัวรอบด้าน ซึ่งเจ้าประคุณสมเด็จฯ ไม่นิยม จึงให้ลบบัวด้านหลังออก ขณะเป็นหุ่นเทียน แต่เนื่องจากมีพระจำนวนมาก การลบบัวที่ฐานจึงอาจจะหลงไปบ้าง ที่ไม่ได้ลบออก พระจำนวนนี้เมื่อเททองหล่อออกมาเป็นองค์พระแล้ว จึงมี บัวรอบ (ด้าน) เรียกว่า พระกริ่งบัวรอบ มีจำนวนไม่มาก ด้วยเหตุนี้จึงมีราคาเช่าหาแพงกว่า พระกริ่งหน้าอินเดีย และ พระกริ่งนะโภคทรัพย์ ทั่วไป ขณะเดียวกัน พระกริ่งบัวรอบ ทุกองค์จะมีรอยเหล็กจาร ซึ่งเป็นลายมือของ ท่านเจ้าคุณศรีฯ เพราะเจ้าประคุณสมเด็จฯ จะไม่นิยมจารให้ใคร เพราะถือว่า พระกริ่งที่สร้างขึ้นมานั้น ดีทั้งนอกดีทั้งใน อยู่แล้วนั่นเอง... พระกริ่งบัวรอบ ๒๔๘๒ องค์ที่เห็นนี้เป็นพระของ ป๋อง สุพรรณ เพิ่งเช่ามาช่วงสงกรานต์นี้เอง ในราคาหลักแสน
** วัดระฆังโฆสิตาราม ธนบุรี นอกจากจะเป็นต้นกำเนิดของ พระสมเด็จ ที่ท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สร้างขึ้นจนกลายเป็นโบราณวัตถุมงคลที่ทรงคุณค่ามหาศาล และมีพุทธคุณความศักดิ์สิทธิ์เป็นอเนกอนันต์ยิ่งแล้ว สำนักแห่งนี้ยังมีพระเครื่องอีกรุ่นหนึ่งที่โด่งดังตามติดกันมา คือ พระปิลันทน์ ที่สร้างขึ้นโดย สมเด็จพระพุฒาจารย์ (ม.จ.ทัด เสนีวงศ์) สมัยดำรงสมณศักดิ์ที่ พระพุทธบาทปิลันทน์ โดยได้รับความเมตตาจาก สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ทั้งในเรื่องของผงพุทธคุณอันศักดิ์สิทธิ์ และการปลุกเสก ฉะนั้น ถ้าหากใครไม่มีพระของสมเด็จฯ โต ก็ให้หา พระปิลันทน์ ไปใช้แทนได้เลย เพราะใช้แทนกันได้แน่นอน
** พระปิลันทน์ มีพิมพ์ต่างๆ มากกว่า ๒๐ พิมพ์ ทุกพิมพ์ออกแบบโดย ช่างหลวง จึงมีความงดงามอลังการมาก เพราะผู้สร้างเป็นเจ้านายชั้นสูง ** พระปิลันทน์ เป็นพระเนื้อผง ส่วนมากจะมีสีเทา บางองค์เป็นแบบผงใบลาน และที่เป็นสีขาวแบบ พระสมเด็จฯ โต ก็มี ** พระปิลันทน์ มีทั้งแบบฝังกรุ และไม่ฝังกรุ ในส่วนของพระฝังกรุ จะมี คราบกรุ จับบนผิวองค์พระหนาบางไม่เท่ากัน ที่เป็นหย่อมๆ ก็มี คราบกรุ จะเป็นสีขาวนวล สีขาวหม่น และสีน้ำตาล อ่อนบ้างแก่บ้าง บางคนเรียกคราบกรุนี้ว่า ไข คล้ายกับ ไขวัว พระองค์ที่มี ไข จะทำให้ดูง่ายยิ่งขึ้น อย่างเช่นองค์ในภาพนี้ ที่เรียกว่า พระปิลันทน์ พิมพ์หยดแป้ง นับเป็นพิมพ์ที่มีขนาดเล็กสุด ในบรรดาพระปิลันทน์ทั้งหมด องค์นี้เป็นพระของ อู๊ด สุพรรณ ผู้เพิ่งกลับมาจากทัวร์ยุโรปในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา...แฮปปี้สุดๆ...
** คอลัมน์นี้หากไม่มีภาพ พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ แล้วจะรู้สึกเหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง เลยต้องตามใจแฟนๆ ทั้งหลายที่เฝ้าติดตามมาโดยตลอด องค์แรกเป็น พระหลวงพ่อทวด หลังเตารีด พิมพ์ใหญ่ เนื้อทองผสม ปี ๒๕๐๕ สวยคมชัดสุดๆ ของ เสี่ยชัยนฤทธิ์ เพชรพันธุ์ทอง สายตรงพระหลวงพ่อทวด นับเป็นอีกสถาบันหนึ่งที่ผู้ต้องการ พระหลวงพ่อทวด (ชนิดแท้ๆ ไม่ย้อมแมว) สามารถพึ่งพาอาศัยได้เสมอ โดยเฉพาะผู้หลักผู้ใหญ่ในวงราชการ ทุกวันนี้พากันแปะใบสั่งเต็มไปหมด
** อีกองค์เป็น เหรียญหลวงพ่อทวด รุ่นแรก ปี ๒๕๐๐ ของ โกหมิ่น ห้างทองสุวรรณศิลป์ หาดใหญ่ เป็นภาพที่เหลือจากชุดแรกที่ลงติดต่อกันในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา เสียดายที่ไม่มีด้านหลัง แต่รับรองว่าสวยคมชัดมากๆ...มีโอกาสจะได้ขอภาพจาก โกหมิ่น มาให้ชมกันอีก
** พระใหม่วันนี้ ที่กำลังมาแรงคือ เหรียญรุ่นแรก หลวงพ่อสุรศักดิ์ วัดประดู่ (พระอารามหลวง) อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม พิธีเสาร์ห้า ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๓ นับเป็นครั้งแรกที่หลวงพ่ออนุญาตให้สร้างเหรียญรูปเหมือนของท่าน ทำให้ลูกศิษย์พากันสั่งจองเหรียญรุ่นนี้หมดภายในวันแรกที่เปิดจอง (เมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๓) จำนวนเหรียญที่สร้าง เนื้อทองผสม ๓ หมื่นเหรียญ เนื้อเงิน ๒,๕๕๓ เหรียญ ส่วนเนื้อทองคำ สร้างเท่าจำนวนสั่งจอง ๔๔๙ เหรียญ (เหรียญละ ๒.๕ หมื่นบาท) มาถึงทุกวันนี้ เหรียญทุกเนื้อมีราคาสูงกว่า ๔-๕ เท่า แต่ก็ยังหาของไม่ค่อยได้ ตู่ มาบุญครอง เป็นอีกคนหนึ่งที่เก็บเหรียญรุ่นนี้ทุกเนื้อ ใครต้องการแบ่งปันสอบถามได้ที่โทร.๐๘-๑๘๑๔-๕๓๘๘ ** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตาม คมเลนส์ส่องพระ พบกันใหม่ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ต่อไป...นะมัสเต ***
0 แล่ม จันท์พิศาโล 0



