
ชวนหนีร้อน ไปพึ่งร้อนกันที่ ระนอง ยะยอง ยะยา
อากาศตอนนี้ก็ร้อนแสนร้อน สถานการณ์การเมืองก็น่าเบื่อแสนเบื่อ อย่ากระนั้นเลย ไปเที่ยวทะเลกันดีกว่า ที่ไหนดี ระยะเวลา 2 วัน 1 คืน ได้ทะเลอันดามัน ได้เกาะ ได้ภูเขา ได้ทะเล เอามันให้ครบ
ระนองจังหวัดแรกของภาคใต้ที่ติดทะเลอันดามัน ออกเดินทางไม่ต้องรีบร้อน สี่ทุ่มคือเวลาที่เหมาะไปถึงระนองเวลาประมาณตี 5 เขาฝาชีคือที่แรกที่เราจะไปเที่ยว ความสูงจากระดับน้ำทะเล 258 เมตร ทำให้มองเห็นภาพลำน้ำกระบุรีและลำน้ำละอุ่น ไหลลงทะเลฝั่งอันดามัน เสียดายจุดชมวิวเขาฝาชีเหมาะสำหรับชมภาพพระอาทิตย์ตกมากกว่าชมพระอาทิตย์ขึ้น แต่เราก็ได้ภาพทะเลหมอกมาแทน
หากพูดถึงเมืองระนอง อดีตเคยรุ่งเรืองด้วยเหมืองดีบุก ที่เคยทำมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 จึงกล่าวได้ว่า ระนองเป็นเมืองที่อุดมด้วยทรัพยากรธรรมชาติทั้งบนดินและใต้ดิน แร่นองเต็มพื้นที่จึงเป็นที่มาของชื่อจังหวัดระนองในปัจจุบัน
เพียงก้าวแรกสัมผัสเมืองระนอง พบความเปลี่ยนแปลงมากมาย ระนองกลายเป็นเมืองสองภาษาไปแล้ว ไม่ใช่สิ สี่ภาษา ไทย จีน อังกฤษ และพม่า เมืองระนองกลายเป็นแหล่งรวมหลายเชื้อชาติ บ่อยครั้งที่เราหลงเส้นทางในเมืองแล้วถามเส้นทาง แต่เมื่อถามแล้วคุยกันสื่อสารไม่เข้าใจ ต้องใช้ภาษามือประกอบ เหมือนกับว่าเราเที่ยวอยู่ในต่างประเทศ
รูปหล่อโลหะ แสดงวิถีชีวิตของคนระนองในอดีต คนหาบและร่อนแร่ ตั้งอยู่หน้าพระราชวังไม้จำลอง พระราชวังรัตนรังสรรค์ ที่เคยสร้างไว้เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ เสด็จประทับแรมเมื่อครั้งประภาสเมืองตระ
ใครมาระนองแล้วไม่ได้ไปอาบน้ำแร่แช่น้ำร้อนก็ถือว่ามาไม่ถึง บ่อน้ำแร่ร้อนของระนองจัดได้ว่า เป็นน้ำแร่คุณภาพดี ไม่มีกลิ่นกำมะถัน ใครสนใจทัวร์สุขภาพ น่าสนนะ มานอนอาบแช่น้ำแร่สักครึ่งชั่วโมง แค่นี้ก็สดชื่นแล้ว ค่าบริการเพียง 20 บาทเอง ถูกมากเมื่อเทียบกับสุขภาพดีๆ บ่อน้ำพุร้อนรักษะวาริน สถานที่จัดได้สวยงาม สะอาด
ภูเขาหญ้าหรือภูเขาผี เป็นภูเขาลูกขนาดย่อมๆ ไม่สูงมากเกินไป เดินได้พอเหนื่อย ปกคลุมด้วยต้นหญ้าทั้งเขา แปลกไม่มีไม้ยืนต้นขึ้นเลย ช่วงนี้แล้งมากทำให้ต้นหญ้าแห้งตายไปเยอะ แต่ยังไม่เท่ากับการถูกรุกรานจากการลองเครื่องรถยนต์ 4x4 ทำให้มีริ้วรอยล้อเต็มภูเขา เหมือนภาพรอยแผลเป็นที่บาดลึกไปถึงขั้วของจิตใจ สาเหตุน่ามาจากภูเขาหญ้าอยู่ใกล้สนามฝึกขับ 4x4 หรือว่าเราต้องแก้ปัญหาโดยการย้ายภูเขาหนีสนามฝึก off road กัน
เดินไปเดินมาเริ่มร้อน ไปหาที่เย็นๆ กันดีกว่า...
ระนองแคนย่อน เกิดจากฝีมือมนุษย์จากการทำเหมืองแร่ในอดีต ที่ใช้น้ำเซาะหน้าดินเพื่อแยกแร่ออกมา เมื่อเวลานานขึ้น ทำให้เกิดเป็นแอ่งลึกลงไป ประกอบกับมีตาน้ำบริเวณนั้น จึงทำให้มีน้ำไหลเข้าแทนที่กลายเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ ใกล้ๆ กันมีแอ่งดินแห้งเป็นหลุมลึก ทราบว่าบริเวณนี้เคยทำเหมืองแร่มาก่อน เผลอแป๊บเดียว เย็นแล้ว ว่าแล้วไปที่พักกันดีกว่า เราเลือกที่พักบริเวณ อุทยานแห่งชาติแหลมสน มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวค่อนข้างจะบางตา
เราเล่นน้ำทะเลอย่างชุมฉ่ำใจ และรอชมพระอาทิตย์ดวงโตเท่าฟองไข่ไก่กำลังตกลงทะเล สูดไอทะเลเข้ามาเต็มปอด...สดชื่น
8 โมงเช้า ท่าเรือบางเบน เรือหางยาวพาเราไปเที่ยวเกาะ เวลามีน้อย เราคงเที่ยวได้แค่ 3 เกาะคือ เกาะญี่ปุ่น เกาะกำตก และ เกาะค้างค้าว เกือบ 2 ชั่วโมงคือเวลาเดินทางไปเกาะญี่ปุ่น หาดทรายสีน้ำตาลอ่อน ทรายอ่อนนุ่มจนเท้าจมทรายเกือบครึ่งแข้ง เราไม่เคยเจอทรายแบบนี้มาก่อนเลย หาดทรายเล็กๆ แต่ก็เรียกเสียงฮือฮาจากชาวกรุงอย่างเราได้ไม่น้อย ลมทะเลพัดเย็น แม้อากาศบนเกาะจะร้อน เกาะญี่ปุ่นเดิมเคยใช้เป็นที่ตั้งของกองกำลังของญี่ปุ่น ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
เราใช้ระยะเวลาเดินทางจากเกาะญี่ปุ่นไม่ถึง 20 นาที ก็มาถึง เกาะกำตก มีลักษณะเหมือนสองอ่าว บ้างก็เรียกว่าเขาควายก็ได้ มีลักษณะเว้าเข้ามาหากัน เที่ยงตรงแล้วหลายคนเริ่มรู้สึกผิดที่ไม่ได้ใส่รองเท้าลงมาจากเรือ พื้นทรายที่เริ่มร้อน โชคดีมีต้นผักบุ้งทะเลขึ้นทำให้เรามีที่ยืนลดความร้อนลงได้บ้าง ได้เวลากินอาหารกลางวันกันแล้ว กินเสร็จก็ต้องนอน ตามสูตร กำลังสบายเชียว ก็ต้องออกเดินทางต่อ เกาะกำตกเดิมเป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ แต่ที่นี้เจอสึนามิกวาดซะเรียบเลย ปัจจุบันจึงไม่มีผู้พักอาศัย
เกาะค้างค้าว เป็นเกาะสุดท้ายของการเที่ยวครั้งนี้ เป็นเกาะอยู่ใกล้กับอุทยานแห่งชาติแหลมสนมากที่สุด ระยะทางเพียง 7 กิโลเมตร ทำให้เราสามารถมองเห็นเกาะจากอุทยานฯ ได้ เกาะนี้แปลกมาก ทรายขาวละเอียดกว่าทุกเกาะที่ไป แต่หากเดินไปทางทิศเหนือของเกาะ จะพบก้อนหินเล็กใหญ่ที่มีลักษณะมน เกลี้ยง ไม่มีเหลี่ยม คล้ายกับหินที่หมู่เกาะหินงามที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา ต้นหูกวางต้นใหญ่ดูเป็นสถานที่หลายคนใช้หลบร้อน นอนพัก หลายคนใช้เวลาว่างบนเกาะนี้ไปดำน้ำ ที่เกาะค้างค้าวจัดได้ว่าเป็นแหล่งดำน้ำชมปะการังที่สวยที่สุดของระนอง
เราอยู่ที่เกาะค้างค้าวจนเย็นก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ถึงที่พักตี 2 ชาร์จไฟเต็มแล้วเตรียมไปทำงานต่อ
ภูริพัฒน์ ปรัชญกุล เรื่อง/ภาพ
www.oknation.net/blog/MyTrip



