ไลฟ์สไตล์

จากความประทับใจในวันวานกลายเป็นของรักของ "โอ" โอฬาร ปุ้ยพันธวงศ์

จากความประทับใจในวันวานกลายเป็นของรักของ "โอ" โอฬาร ปุ้ยพันธวงศ์

17 เม.ย. 2553

หากพูดถึงนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่คลุกคลีอยู่ในวงการแฟชั่นไฮโซบ้านเรา อย่าง "โอ" โอฬาร ปุ้ยพันธวงศ์ จะมีของสะสมสุดรักสุดหวงเป็นนาฬิกาคลาสสิกแบรนด์หรู และนาฬิกาแฟชั่นสวยๆ ไว้ประดับข้อมือหลายต่อหลายเรือน ก็ดูจะเป็นเรื่องธรรมดา หากแต่มีโอกาสได้รับรู้ถึงความเป็น

  "ตอนที่ผมเอนทรานซ์ติดคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ครั้งนั้นคุณพ่อซื้อนาฬิกาให้เป็นของขวัญ ถึงแม้ราคามันจะก็ค่อนข้างสูง แต่ผมไม่ได้มองตรงจุดนั้น เพราะมันเป็นของขวัญที่มีคุณค่าทางจิตใจอย่างมาก และจากความประทับใจในครั้งนั้นเอง ทำให้ผมเริ่มสะสมนาฬิกาเรื่อยมา แต่ละเรือนก็จะมีราคาค่างวดถูกบ้างแพงบ้าง แต่ทุกเรือนล้วนมีที่มาและมีคุณค่าต่อความทรงจำของผม" หนุ่มนักสะสมเล่าย้อนอดีตถึงที่มาของการเริ่มต้นสะสมเรือนบอกเวลาคู่กาย สำหรับเครื่องบอกเวลาของหนุ่มนักบริหารผู้นี้ ถูกแบ่งออกเป็น 2 จำพวก คือ นาฬิกาคลาสสิก ไฮแบรนด์ ที่ไม่เน้นแฟชั่นมากนัก และสามารถใส่ได้เกือบทุกโอกาส ทั้งปัจจุบันและในอนาคตก็ยังนำกลับมาใส่ได้ตลอด ไม่มีวันเชยหรือล้าสมัย ซึ่งนาฬิกาประเภทนี้หนุ่มโอมีอยู่ภายใต้การครอบครองกว่า 20 เรือนทีเดียว

 "นาฬิกากลุ่มนี้ผมจะซื้อเก็บไว้เป็นตัวแทนของเวลา เป็นที่ระลึกแทนช่วงเวลาสำคัญๆ ในชีวิต อย่างเวลาเข้าทำงานแต่ละที่ ก็จะซื้อนาฬิกา 1 เรือนเก็บไว้เตือนความทรงจำเสมอ นาฬิกาในกลุ่มนี้ผมจะให้ความสำคัญกับแบรนด์และดีเทลค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์ การเลือกใช้วัสดุหน้าปัด ตัวเรือน สาย รวมไปถึงเรื่องของสีด้วย ก่อนตัดสินใจซื้อเรือนหนึ่ง ผมจะต้องทำรีเสิร์ชหาข้อมูลทุกด้านว่าควรเป็นยี่ห้อไหน รุ่นไหน ก่อนจะตัดสินใจซื้อ เพราะเป็นของที่จะต้องอยู่กับเราไปอีกนับสิบปี ก็ต้องเลือกของที่มันทนๆ สามารถอยู่กับเราได้ตลอดไป อย่างแท็กฮอยเออร์เรือนนี้ผมซื้อตอนทำงานอยู่ที่โอกีวี่ ประมาณเกือบ 10 ปีมาแล้ว แต่มันก็ดูไม่ล้าสมัย และทุกครั้งที่ผมหยิบขึ้นมาประดับข้อมือ จะทำให้ผมระลึกถึงที่ทำงานเดิมอยู่เสมอ" หนุ่มโอเล่าด้วยความภูมิใจ

 หากแต่อีกประเภทจะเป็นนาฬิกาแฟชั่นเก๋ๆ ที่หยิบมาสวมข้อมือในบางโอกาส กลุ่มนาฬิกาจำพวกนี้ "หนุ่มโอ" จะเทความสำคัญไปที่การดีไซน์เป็นหลัก บางเรือนราคาไม่แพง แต่ด้วยการดีไซน์ที่ลงตัว เห็นแล้วถูกใจ ก็ไม่แคล้วที่หนุ่มนักสะสมคนนี้จะควักกระเป๋าซื้อหามาครอบครองเช่นกัน

 "นาฬิกาในกลุ่มแฟชั่นผมจะไม่เน้นที่ราคา แต่เลือกที่ดีไซน์สวย ไม่จำเป็นเสมอไปว่าราคาแพงแล้วจะต้องสวย ราคาไม่แพงจะไม่สวย ตอนนี้เหมือนกับว่าเทรนด์มันเป็นเรื่องของการมิกซ์แอนด์แมทช์มากขึ้น เราไม่จำเป็นต้องใส่นาฬิกาที่มีมูลค่าแพงๆ แล้วสวย ผมว่าเราสามารถเลือกของที่สวย ราคากำลังดี และเหมาะกับเรา อย่างเรือนที่ผมชอบใส่อยู่ตอนนี้ เป็นแบรนด์ของอาร์ก้าเฟคเจอร่าหน้าปัดสีโรสโกลด์ เมื่อก่อนเราจะมองว่าเป็นสีของคนมีอายุ แต่เรือนนี้เป็นการนำโรสโกลด์มาแมทช์กับสายหนังวัวแท้และปั๊มเป็นลายจระเข้ ทำให้ดูวัยรุ่นขึ้น ยิ่งตอนนี้เทรนด์โอเวอร์ไซส์กำลังมา เวลาใส่ไปไหนมาไหนคนก็จะถาม แสดงว่ามันเป็นที่สะดุดตา อันนี้แหละเป็นสิ่งที่ผมภูมิใจ หรืออย่างตอนนี้เทรนด์ทหารกำลังแรงเรือนนี้ก็โอเคเลย พวกนี้ราคาไม่สูงมากเราก็สามารถซื้อเป็นแอคเซสเซอรี่ได้ ไปทะเลใส่กางเกงลายทหารก็จะเป็นอะไรที่เข้ากันได้พอดี" หนุ่มนักบริหารเล่าด้วยสีหน้าแฝงความภาคภูมิ

 พร้อมกันนี้หนุ่มโอยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า "จริงๆ แล้วชอบทั้งสายหนังและสายสเตนเลส แล้วแต่โอกาสด้วย แต่ถ้าเป็นช่วงนี้จะชอบใส่สายหนัง ผมว่ามันมีคาแรกเตอร์มากกว่าสายเหล็ก แบบที่เป็นสายเหล็กมันจะมีแต่สีทองกับสีเงิน แต่ถ้าเป็นสายหนังมันจะมีลูกเล่นมากขึ้นในเรื่องของสี และประเภทของหนังเข้ามาเพิ่ม สามารถนำไปมิกซ์แอนด์แมทช์ให้ใส่ได้กับเสื้อผ้าทุกชุด และด้วยความที่ผมเป็นคนผิวขาว การสวมนาฬิกาหน้าปัดสีดำดูจะเหมาะกับผมมากกว่าสีขาว เพราะใส่แล้วจะกลืนกับผิว หากเลือกเป็นสีเข้มทำให้เราดูวัยรุ่น ดูทะมัดทะแมงขึ้น มันอาจจะเป็นดีเทลเล็กๆ น้อยๆ แต่มันคือคาแรกเตอร์ที่เราสร้างขึ้นมา เพื่อให้เข้ากับตัวเรามากที่สุด" หนุ่มโอแนะ

 นอกจากการนำนาฬิกามามิกซ์แอนด์แมทช์กับการแต่งตัวแล้ว หนุ่มนักบริหารบริษัท พี.พี.กรุ๊ป ผู้รักการสะสมเรือนบอกเวลายังถนัดที่จะมิกซ์แอนด์แมทช์ระหว่างตัวเรือนและสายนาฬิกา ให้ได้ตามที่ถูกใจและโดดเด่นไม่ซ้ำใครอีกด้วย อย่างแบรนด์คาร์เทียร์ที่เจ้าตัวนำมาอวดในวันนี้ หนุ่มโอการันตี 100 เปอร์เซ็นต์ว่าไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใครอย่างแน่นอน ด้วยเหตุผลที่ว่า เดิมทีที่เจ้านาฬิกาเรือนนี้วางขายอยู่หน้าร้าน สายจะเป็นหนังจระเข้สีดำ แต่ด้วยความที่อยากให้เป็นนาฬิกาที่แปลกออกไป จึงเปลี่ยนเป็นสายหนังจระเข้เพ้นท์สีเทาแทน ให้มันดูเป็นอะไรที่แฟนซีขึ้นมาอีกนิดหนึ่ง

 จากการหลงใหลเรือนบอกเวลาและสะสมเป็นเครื่องประดับคู่กายนี้เอง ทำให้หนุ่มนักบริหารผู้นี้เป็นคนตรงต่อเวลา และให้ความสำคัญในเรื่องของเวลาเป็นอันดับต้นๆ ส่งผลถึงธุรกิจนำเข้าแบรนด์แฟชั่นระดับไฮเอนด์ที่เจ้าตัวดูแลเรื่องการตลาดมียอดทะลุเป้า เจริญรุ่งเรืองเฟื่องฟูขึ้นทู้กปี...

เรื่อง-วันวิสา โรจน์แสงรัตน์
ภาพ-ธัชดล ปัญญาพานิชกุล