
พอแล้วรวย - เมื่อแม่โขงสะอื้นไห้
ในขณะที่เขียนต้นฉบับอยู่นี้การประชุมคณะกรรมการลุ่มน้ำโขงที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่การประชุมก็คล้ายกับการประชุมโลกร้อนที่โคเปนเฮเกน
ที่ประชุมยังมิได้สรุปการแก้ปัญหาลุ่มน้ำโขงที่จะนำไปสู่การแก้ที่ “ต้นตอ” ของปัญหาจริงๆ สภาพที่แม่น้ำโขงแห้งขอดขนาดคนเดินข้ามหากันได้เป็นสิ่งที่คนรุ่นปู่ย่าตายายคงคาดไม่ถึง เพราะอดีตแม่น้ำโขงเป็นสายน้ำที่ยิ่งใหญ่มาก อาจเรียกได้ว่ายิ่งใหญ่กว่าแม่น้ำอะเมซอนเสียอีก เพราะแม่น้ำโขงทำหน้าที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนมากที่สุดมากกว่าแม่น้ำอะเมซอน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนจน ชาวประมง ที่อาศัยอยู่สองฟากฝั่ง ลำพังประชากรชาวเขมรมีมากถึง 80% หรือราว 4 ล้านคน ที่ต้องอาศัยแม่น้ำโขงเป็นแหล่งทำมาหากินเลี้ยงชีวิต
แม่น้ำโขงมีความยาวถึง 4,800 กิโลเมตร ครอบคลุมเนื้อที่มากถึง 795,000 ตารางกิโลเมตร เท่ากับประเทศฝรั่งเศสและเยอรมนีสองประเทศรวมกัน มีตัวเลขประมาณการกันว่ามูลค่าที่แม่น้ำโขงได้สร้างให้แก่มวลมนุษย์ในรูปแบบทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งน้ำจืด ปลา พืชพันธุ์ธัญญาหาร ป่าไม้ แร่ธาตุ รวมถึงความหลากหลายทางชีวภาพ ถ้าตีเป็นเงินแล้วมีมูลค่ามากถึง 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
เมื่อแม่น้ำโขงแห้ง ทรัพยากรที่มีค่าข้างต้น รวมถึงความหลากหลายของระบบนิเวศที่เป็นเกราะสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่หลายๆ ประเทศก็พังพินาศไปด้วย
จากข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาลุ่มน้ำโขงที่ 4 ประเทศได้ร่วมลงนามไปเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2538 มาในวันนี้ เมษายนปี 2553 เวลาผ่านไป 15 ปี น้ำโขงแห้งขอด ไม่มีแม้น้ำตาจะสะอื้นไห้ แต่ปฏิญญาหัวหิน ยังกล่าวอย่างภาคภูมิใจถึง “ความสำเร็จ” ของความพยายามในการจัดการลุ่มน้ำโขงอย่างยั่งยืน ดังข้อความตอนหนึ่งของปฏิญญา
“ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา ทรัพยากรน้ำและทรัพยากรที่เกี่ยวข้องของลุ่มน้ำได้รับการคุ้มครอง โดยการจัดการสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิผลของคณะกรรมาธิการและประเทศสมาชิก ผู้มีหุ้นส่วนแม่ http://www.komchadluek.net/search.php?search และผู้มีส่วนได้เสียซึ่งตอนนี้ทราบและเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับระบบแม่น้ำที่ก่อประโยชน์และมีความซับซ้อน เราบันทึกไว้ด้วยความชื่นชมถึงผลสัมฤทธิ์ในทางบวกเหล่านี้ได้มาโดยความสำนึกที่เข้มแข็งของความร่วมมือระดับภูมิภาค และการสร้างขีดความสามารถระดับชาติระหว่างประเทศสมาชิก”
อาจารย์ยักษ์ได้อ่านปฏิญญาแล้วก็ไม่รู้ว่าควรจะ “หัวเราะ” หรือ “ร้องไห้” ดี เพราะเป็น “วาทกรรม” อีกฉบับที่สร้างขึ้นโดยรัฐบาลที่ มาแล้วก็ไป
ชาวบ้านตาดำๆ อย่างเรารู้แต่ว่า วันนี้แม่น้ำโขงกำลังร้องไห้ เป็นการร้องไห้ที่หนักที่สุด ผู้คนหลายล้านคนกำลัง “อดตาย” เส้นทางการเดินทางของปลาในสายน้ำโขงถูกปิดกั้น ปลาไม่มีไข่เพราะวางไข่ไม่ได้ ทุกประเทศเปลี่ยนแม่น้ำโขงเพื่อสร้าง “พลังงาน” เพื่อสนองคำว่า “พัฒนา”
อาจารย์ยักษ์อยากจะรู้ว่า ถึงที่สุดแล้ว ระหว่าง “พลังงาน” และ “อาหาร” อะไรสำคัญกว่ากัน
และเมื่อ “แม่น้ำโขง” สิ้นชีวิต อาหารหมด พลังงานหมด ถึงตอนนั้นมนุษย์คงต้องสะอื้นไห้ยิ่งกว่าแม่โขง
เวลานั้นได้มาถึงแล้ว!
อาจารย์ยักษ์ มหาลัยคอกหมู
.



