ไลฟ์สไตล์

อย.จับตาใกล้ชิดขนมผสมสีอันตรายระบุไทยมีใช้น้อย

อย.จับตาใกล้ชิดขนมผสมสีอันตรายระบุไทยมีใช้น้อย

16 มี.ค. 2552

อย.จับตาใกล้ชิดขนมผสมสีอันตราย ระบุประเทศไทยยังมีการใช้น้อย และต้องขออนุญาตเฉพาะราย เตือนเลือกขนมสำหรับเด็กไม่ควรมีสีสันฉูดฉาด

ภญ.วีรวรรณ แตงแก้ว รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงกรณีที่ผลการวิจัยของประเทศอังกฤษพบว่า ขนมเยลลี่ที่ใส่สี “อัลลูร่า เรด(Allura red)” ซึ่งเป็นสีผสมอาหารจากการสังเคราะห์เป็นอันตรายทำให้เด็กเป็นโรคสมาธิสั้น หรือ ไฮเปอร์แอ็กทีฟ โดยองค์กร 42 แห่ง ทั่วยุโรปเรียกร้องให้กรรมาธิการยุโรปสั่งระงับการใช้สีผสมอาหาร 6 ชนิดว่า สีผสมอาหารดังกล่าวเป็นสีสังเคราะห์ที่สำนักงานมาตรฐานความปลอดภัยทางด้านอาหาร (codex) หรือ โคเด็กซ์ ภายใต้องค์การอาหารและเกษตรแห่งองค์การสหประชาชาติ (FAO)อนุญาตให้ใช้ผสมอาหารได้ ซึ่งค่าระดับการยอมรับได้ต่อวัน สำหรับเยลลี่ไม่เกิน 50 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม (ppm) หรือ 300 ส่วนใน 1 ล้านส่วน โดยในต่างประเทศนิยมใช้สารสังเคราะห์ชนิดนี้ในลูกอม เยลลี่ ช็อกโกแล็ต เป็นอย่างมาก ขณะที่ในประเทศไทยมีการใช้สารดังกล่าวน้อย และต้องขออนุญาตเฉพาะรายเท่านั้น
 
“ขณะนี้ถือว่า สีผสมอาหารดังกล่าวยังได้รับอนุญาตให้ใช้ได้ แต่ต้องไม่เกินมาตรฐานที่กำหนดเท่านั้น ซึ่งอย.จะติดตามอย่างใกล้ชิดว่า โคเด็กซ์จะประกาศห้ามใช้สีสังเคราะห์ดังกล่าวหรือไม่ ในส่วนของประเทศไทยยังไม่เคยมีข้อมูล หรือ มีการทำวิจัยยืนยันชัดเจนว่า สีผสมอาหารส่งผลให้ เด็กเป็นโรคสมาธิสั้น หุนหันพลันแล่น หรือฉุนเฉียวง่าย”ภญ.วีรวรรณ กล่าวและว่า

แม้กฎหมายจะอนุญาตให้สามารถใช้สีผสมอาหารในขนมสำหรับเด็กได้ แต่ขนมเด็กไม่จำเป็นต้องใส่สีผสมอาหารเลย ดังนั้น เวลาที่ผู้ปกครองจะเลือกซื้อขนมให้กับบุตรหลานควรพิจารณาอย่าซื้อขนมที่มีสีสันฉูดฉาดจนเกินไป เพราะนอกจากอาจได้รับอันตรายจากสีผสมอาหารที่เกินค่ามาตรฐานแล้วอาจเจอสีที่ไม่ใช่สีผสมอาหารยิ่งเสี่ยงเป็นอันตรายต่อสุขภาพ