
เจียดงบ 116 ล. ช่วยเกษตรกร กระจายผลไม้
เกษตรฯ เกาะติดสถานการณ์ผลไม้ภาคตะวันออก หวั่นเกษตรกรแห่ตัดทุเรียนขายก่อนกำหนด เตรียมเร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจแก่เกษตรกรก่อนประสบปัญหาราคาตกต่ำ
นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในแต่ละปีภาคตะวันออกจะมีผลไม้สำคัญ 4 ชนิด คือ ทุเรียน เงาะ มังคุด และ ลองกอง จากแหล่งผลิตสำคัญ 3 จังหวัด คือ จันทบุรี ระยอง และ ตราด ซึ่งในปีนี้โดยภาพรวมผลไม้มีปริมาณเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วเพียงเล็กน้อยประมาณร้อยละ 1.5 เมื่อเทียบกับผลผลิตปีที่แล้ว (ปี 2552 มี 741,383 ตัน, ปี 2553 มี 752,532 ตัน) หากพิจารณาแต่ละชนิดพืชจะพบว่าเฉพาะทุเรียนเท่านั้นที่มีแนวโน้มการผลิตลดลง เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
"พื้นที่ปลูกทุเรียนที่ลดลงเนื่องจากการโค่นทิ้งเพราะเป็นโรคโคนเน่าต้นอายุมากทรุดโทรม และด้วงเจาะลำต้น โดยเฉพาะพันธุ์ชะนีที่มีราคาไม่จูงใจจึงปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่น ส่วนผลไม้ชนิดอื่นในภาพรวมแล้วผลผลิตเพิ่มขึ้น"
นายธีระ เผยอีกว่า สำหรับสถานการณ์แนวโน้มราคาทุเรียนในปีนี้คาดว่าจะมีราคาที่สูงขึ้นจากปริมาณผลผลิตที่ลดลง โดยอาจส่งผลทำให้เกษตรกรเร่งรีบตัดผลผลิตที่ยังไม่ได้คุณภาพออกมาจำหน่าย ซึ่งขณะนี้กระทรวงเกษตรฯ เร่งเข้าไปสร้างความเข้าใจแก่เกษตรกรคัดเลือกทุเรียนที่ได้คุณภาพนำเข้าสู่ตลาดเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพราคา
อย่างไรก็ตามแม้ขณะนี้ในภาพรวมแนวโน้มด้านราคาของผลไม้ภาคตะวันออกจะอยู่ในเกณฑ์ดี แต่กระทรวงเกษตรฯ ก็เตรียมมาตรการรับมือล่วงหน้าแล้ว โดยขอสนับสนุนงบ คชก.จำนวน 116.724 ล้านบาท เพื่อดำเนินการกระจายผลไม้ออกนอกแหล่งผลิตอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาที่ผลไม้กระจุกตัวในช่วงพฤษภาคม-มิถุนายน 2553 นี้



