
เร่งยกเครื่อง หอมมะลิไทย สู้ข้าวสหรัฐ
ก.เกษตรฯ เร่งยกเครื่องข้าวหอมมะลิไทยสู่ระบบมาตรฐาน หนุนพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้เพิ่มศักยภาพการผลิตหนีข้าวของสหรัฐ มุ่งรักษาตลาดข้าวหอมในเวทีการค้าโลก
นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล ผอ.สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า ข้าวหอมมะลิไทยเป็นสินค้าที่มีศักยภาพในการส่งออกสูง โดยปี 2552 ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ส่งออกข้าวหอมมะลิรวมกว่า 2.63 ล้านตันข้าวสาร คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 68,577.7 ล้านบาท และปี 2553 นี้ได้ส่งออกไปแล้วทั้งสิ้น 2.10 แสนตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 5,776.8 ล้านบาท โดยปี 2553 นี้ ส่งออกไปแล้วทั้งสิ้น 2.10 แสนตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 5,776.8 ล้านบาท ปัจจุบันประเทศผู้ผลิตได้ปรับปรุงพันธุ์ข้าวเพื่อการแข่งขันทางการค้า เช่น สหรัฐอเมริกาได้เร่งพัฒนาสายพันธุ์ข้าวที่เรียกว่า “แจซแมน” (JAZZMAN) ซึ่งมีคุณสมบัติและมีกลิ่นหอมใกล้เคียงข้าวหอมมะลิไทย และยังให้ผลผลิตสูงกว่าถึง 3 เท่า จึงอาจเป็นคู่แข่งสำคัญที่เข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาดข้าวหอมมะลิไทย โดยเฉพาะตลาดสหรัฐอเมริกาและประเทศผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ อาทิ ไนจีเรีย แอฟริกาใต้ และสาธารณรัฐเบนิน เป็นต้น
ดังนั้น เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดข้าวหอมมะลิไทยเอาไว้ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้แหล่งผลิตข้าวหอมมะลิแหล่งใหญ่ของประเทศ จำเป็นต้องเร่งยกระดับประสิทธิภาพการผลิตให้ได้ข้าวที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ปลอดภัย และเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศในเวทีการค้าโลกที่มีแนวโน้มการแข่งขันรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะเขตการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟตา ซึ่งคาดว่าจะมีสินค้าข้าวจากเพื่อนบ้านเข้ามาตีตลาดเพิ่มขึ้น



