
ศธ.ขอใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.4 แสนล้าน
ศธ.เสนอเมกกะโปรเจค ขอใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 2 รวมวงเงิน 1.4 แสนล้านบาท ตั้งแต่พัฒนาครู สถานศึกษา รวมทั้งจัดซื้ออุปกรณ์การศึกษาต่าง ๆ ด้าน สพฐ .เสนอขอ 1.5 หมื่นล้านบาท ซื้อคอมฯ 7 หมื่นเครื่องพร้อมวางเครือข่ายให้ร.ร.ทั่วประเทศมีคอมใช้ในสัดส่วน 1 คอมฯต่อนร.
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับผู้บริหาร 5 องค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับโครงการ กระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 2 ตามแผนบริหารราชการแผ่นดินระยะเวลา 3 ปี (52-54)ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) วงเงินประมาณ 7.4 ล้านล้านบาทซึ่งได้มาจากรายได้ 3 ปีของรัฐบาลประมาณ 5.2 ล้านล้านบาท และเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท
ทั้งนี้รัฐบาลได้วางแผนนำงบกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 2 มาใช้อัดฉีด 6 โครงการขนาดใหญ่ หรือเมกกะโปรเจค โดยมีโครงการลงทุนด้านการศึกษาและการเรียนรู้รวมอยู่ด้วย เพราะฉะนั้น จึงได้มอบให้แต่ละหน่วยงานไปเขียนโครงการเสนอใช้งบส่วนนี้และให้ทางสำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.) เป็นผู้รวบรวม เบื้องต้นได้ข้อสรุปว่า เมกกะโปรเจคด้านการศึกษาและการเรียนรู้ของ ศธ.ระยะ 3 ปี (53-55 ) นั้น ครอบคลุมงบประมาณ 140,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ งบพัฒนา บุคลากร,หลักสูตร,สื่อ,การวิจัย จำนวน 40,144 ล้านบาท และงบพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ครุภัณฑ์และสิ่งก่อสร้าง จำนวน 96,093 ล้านบาท
โดยแบ่งออกเป็น 9 โครงการ ดังนี้ 1.งบประมาณสำหรับพัฒนาครูทั้งระบบ จำนวน 22,307 ล้านบาท 2.ปัจจัยสนับสนุนด้านการศึกษา (ICT/แหล่งเรียนรู้ประเภทต่าง ๆ) จำนวน 45,954 ล้านบาท 3.พัฒนาการศึกษาด้านอาชีวศึกษาสู่ความทันสมัย โดยสนับสนุนการร่วมกลุ่มและมีความเชื่อมโยงกับภาคเอกชน จำนวน 35,397 ล้านบาท 4.สนับสนุนการเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(Education Hub) จำนวน 3,919 ล้านบาท
5.ลงทุนด้านการศึกษาส่งเสริมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ จำนวน 5,540 ล้านบาท 6.เพิ่มประสิทธิภาพของสถานศึกษาที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ในรร.ที่ไม่ผ่านการประเมินของสำนักรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์การมหาชน) (สมศ.)กว่า 4,500 โรง จำนวน 1,600 ล้านบาท 7.สร้างจิตสำนึกความเป็นไทย จำนวน 9,468 ล้านบาท
8.โครงการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนสู่มาตรฐาน จำนวน 12,025 ล้านบาทและ 9.โครงการสร้างมหาวิทยาลัยด้านการวิจัยในส่วนของอุดมศึกษา ซึ่งยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติมอีกจำนวนเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการปรับตัวเลขของแต่ละโครงการอีกครั้ง คาดว่าจะสรุปงบประมาณที่แน่นอนของ 9 โครงการได้ภายในพรุ่งนี้ (17 มี.ค.) จากนั้นศธ.จะจัดส่งโครงการลงทุนฯเบื้องต้นให้ สศช.พิจารณา เพื่อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เศรษฐกิจในวันที่ 18 มี.ค.ต่อไป
“โครงการปัจจัยสนับสนุนด้านการศึกษานั้น ได้รวมการจัดซื้ออุปกรณ์การศึกษาและอุปกรณ์ไอซีทีให้ร.ร.สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานด้วย โดยจะมีการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ให้ร.ร.ที่ขาดแคลน เพื่อขยับสัดส่วนคอมพิวเตอร์ต่อนักเรียน ให้มาอยู่ที่ 1 ต่อ 20 จากปัจจุบันอยู่ที่ 1 ต่อ 40 อย่างไรก็ตาม โครงการจัดซื้อคอมพิวเตอร์พกพาให้นักเรียนหรือ One Laptop Per Child นั้น ไม่รวมอยู่ในส่วนนี้ และจริงๆ แล้ว ผมก็ยังไม่ได้มีข้อพิจารณาใด ๆ เกี่ยวกับโครงการนี้ออกมา “ รมว.ศธ. กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโครงการจัดศื้อคอมพิวเตอร์นั้น สพฐ.ได้เสนอขอใช้งบ 3 ปี รวม 15,000 ล้านบาท เพื่อนำมาจัดซื้อคอมพิวเตอร์ให้ ร.ร.ที่ขาดแคลน นำไปสู่การปรับฐานสัดส่วนคอมพิวเตอร์ต่อนักเรียนให้อยู่ที่ 1 ต่อ 20 โดยวางแผนจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอนเพิ่มอีกประมาณ 70,000 เครื่อง จัดซื้อคอมพิวเตอร์ให้ครูจำนวน 7,500 เครื่องและจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์มาเป็นเครื่องแม่ข่ายอีกประมาณ 3,600 เครื่อง รวมทั้งหมด 81,100 เครื่อง อย่างไรก็ตาม งบจำนวน 15,000 ล้านบาทนั้น ไม่ได้นำมาจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างเดียว แต่นำมาจัดทำซอฟแวร์ อบรมครู และพัฒนาเครือข่ายอินเทอร์เนตความเร็วสูง 2 เมกให้สถานศึกษาด้วย



