
โลกใบนี้ดนตรีไทย - ครูดวงเนตร ดุริยพันธุ์ 3
ฉบับนี้ก่อนอื่นก็ต้องกล่าวคำว่า สวัสดีปีใหม่ กับท่านผู้อ่านทุกท่าน เนื่องจากฉบับนี้เป็นฉบับที่ตรงกับวันสงกรานต์และก็ถือโอกาสอวยพรให้ท่านผู้อ่านทุกท่านมีความสุขและความเจริญ คิดอะไรก็ขอให้สมหวังนะครับ
...แต่ก็อย่าลืมนะครับว่า คิดดีก็จะได้ในสิ่งที่ดี ถ้าคิดไม่ดีก็จะได้ในสิ่งไม่ดี แล้วก็อย่าลืมไปสรงน้ำพระ รวมถึงบิดามารดาและญาติผู้ใหญ่ด้วยนะครับ และที่สำคัญก็อย่าลืมทำบุญใส่บาตรและบังสุกุลบรรพบุรุษของเราที่ล่วงลับไปแล้ว และความสุขความเจริญก็จะตกมาอยู่กับตัวเรานั่นเองแหละครับ
ตอนนี้ ผมก็จะกลับมาเขียนเรื่องของครูดวงเนตรที่ต่อเนื่องมาจาก 2 ฉบับที่แล้ว และก็คงจะจบลงในฉบับนี้ โดยความเดิมหลังจากที่ครูดวงเนตรได้เริ่มการขับร้องเพลงหุ่นกระบอกกับปรมาจารย์ของหุ่นกระบอก ก็คือ ครูละม่อม อิศรางกูล ณ อยุธยา แล้วต่อจากนั้นท่านไปฝากตัวเป็นลูกศิษย์ ครูเจริญใจ สุนทรวาทิน ศิลปินแห่งชาติ โดยให้ศึกษาการร้องเพลงหุ่นกระบอกในรูปแบบของละครดึกดำบรรพ์ และที่สำคัญได้ฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของ ครูชื้น สกุลแก้ว ศิลปินแห่งชาติ ได้รับการถ่ายทอดลีลาการขับร้องประกอบการเชิดหุ่นที่เรียกว่า ตลกหุ่น ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการแสดงหุ่นกระบอก รวมถึงการร้องเพลงหุ่นกระบอกในด้านต่างๆ จนหมดกระบวนท่า และยังได้ศึกษาการเชิดหุ่นขั้นพื้นฐานอีกด้วย
เรียกว่าครูดวงเนตรได้รับการถ่ายทอดการขับร้องเพลงหุ่นกระบอกจาก 3 ปรมาจารย์ ก็คือ ครูละม่อม อิศรางกูล ณ อยุธยา ตามด้วย ครูเจริญใจ สุนทรวาทิน และสุดท้ายก็คือ ครูชื้น สกุลแก้ว ซึ่งรายหลังจัดว่าเป็นตระกูลของการเชิดหุ่นกระบอกโดยแท้จริง
และถ้าย้อนหลังไปประมาณ 40 กว่าปี คณะหุ่นกระบอกของครูชื้น สกุลแก้ว จะเป็นที่โด่งดังมากที่สุด และเช่นกัน ถ้าย้อนไปอีกประมาณ 70 ปี คณะหุ่นกระบอกของครูเปียก ประเสริฐกุล ซึ่งเป็นบิดาของครูชื้น สกุลแก้ว ก็เป็นคณะหุ่นกระบอกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดเช่นกัน
ครูดวงเนตร ดุริยพันธ์ นอกจากจะได้ศึกษาเพลงหุ่นกระบอกจาก 3 ปรมาจารย์แล้ว ก็ยังได้เป็นนักร้องประจำติดตามครูชื้น สกุลแก้ว ไปแสดงในงานที่ต่างๆ มากมาย ซึ่งตรงนี้ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ได้จากการปฏิบัติ และที่สำคัญได้เห็นครูชื้น สกุลแก้ว เชิดหุ่นกระบอกด้วยตัวของท่านเอง ซึ่งนักร้องคนอื่นๆ จะหาโอกาสได้ขับร้องและให้ครูชื้นเป็นคนเชิดหุ่นนั้นได้ยากยิ่งจริงๆ เพราะในปัจจุบันครูชื้นเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว และดูเหมือนว่าคณะหุ่นกระบอกของครูก็จะเลิกแสดงไปแล้ว
และหลังจากนั้นครูดวงเนตรก็กลายเป็นนักร้องเพลงหุ่นกระบอกประจำอยู่คณะหุ่นกระบอกหลายต่อหลายคณะ เช่น คณะชูเชิด ชำนาญศิลป คณะครูวงษ์ รวมสุข คณะเทิดศิลป รวมศิลป คณะครูรัตน คณะบ้านตุ๊กตุ่นหุ่นไทย รวมถึงคณะหุ่นกระบอกของโรงเรียนเพาะช่าง และอาจจะบอกได้ว่า ครูดวงเนตรเป็นนักร้องที่คณะหุ่นกระบอกเกือบทุกคณะต้องการตัว และที่สำคัญที่สุดก็คือ ได้มีโอกาสไปเผยแพร่การขับร้องหุ่นกระบอก และการแสดงนาฏศิลป์กับต้นสังกัดในประเทศต่างๆ เกือบๆ 30 ประเทศ เรียกว่าในทวีปยุโรปไปมาครบทุกประเทศ ยกเว้นประเทศที่เกิดใหม่จากประเทศรัสเซีย
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ครูดวงเนตรมีประสบการณ์ในการร้องเพลงหุ่นกระบอก และกลายเป็นลีลาการร้องที่เชี่ยวชาญเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง จึงทำให้ท่านเป็นเบอร์ 1 ในการร้องเพลงหุ่นกระบอกของเมืองไทยในยุคนี้ และที่สำคัญคือ มีน้ำเสียงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวในการร้องเพลงหุ่นกระบอก ซึ่งตรงนี้ตัวผมเองได้ฟังท่านร้องแล้ว โดยตอนแรกมีความรู้สึกว่าท่านเป็นนักร้องเพลงหุ่นกระบอก ที่ร้องแล้วให้อารมณ์ต่างๆ ได้ดี แต่เพียงเท่านี้
แต่ภายหลังได้ฟังนักร้องท่านอื่นๆ ร้องเพลงหุ่นกระบอกแล้ว รู้สึกได้เลยว่า "นี่มันไม่ใช่" มันเหมือนกับว่าเอาใครไม่รู้ที่ไม่ใช่ น้าแอ๊ด คาราบาว มาร้อง เพลงเมดอินไทยแลนด์ และยิ่งได้ฟังเด็กรุ่นหลังร้องเพลงหุ่นกระบอกแล้ว ยิ่งไปกันใหญ่ มันเหมือนกับเอา ตุ้ย เอเอฟ 3 มาร้อง เพลงความฝันอันสูงสุด แทน ครูสันติ ลุนเผ่ ยังไงยังงั้นเลยครับ
ครูดวงเนตร ดุริยพันธุ์ ในปัจจุบัน วัย 71 ปี ก็คงยังไปทำงานอยู่ที่คณะการสังคีต กรมศิลปากร และจะมีลูกศิษย์ไปเรียนขับร้องอยู่ที่นั่นและที่บ้าน ซึ่งคุณกมลทิพย์หรือท่านอื่นๆ สามารถไปเรียนกับท่านได้ทุกเวลาที่ท่านว่าง และติดต่อได้ที่เบอร์โทร.0-2806-4776 หรือ
[email protected] <mailto: หรือ [email protected]> โดยไม่คิดค่าตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้นด้วยครับ
ครูดวงเนตร ดุริยพันธุ์ ในปัจจุบันได้รับการยกย่องจากสำนักเลขาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ ให้เป็นครูภูมิปัญญาไทย ด้านคีตศิลปไทย ซึ่งน่าแปลกใจตรงที่ท่านเป็นข้าราชการในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรมอย่างแท้จริง แต่กลับไม่เคยได้รับพิจารณาให้เป็นศิลปินแห่งชาติ ซึ่งคุณวุฒิ วัยวุฒิของท่านนั้น กระทรวงศึกษาธิการต่างหากกลับมองเห็นคุณค่า แล้วแบบนี้มันหมายความว่าอย่างไร ใกล้เกลือกินด่างหรือเปล่าครับ ยุบหนอ พองหนอ ท่องเอาไว้เลยครับ ครูดวงเนตร ดุริยพันธุ์
"ขุนอิน"



