
พาลูกหนี "นักเรียน นักเลง"
บุตรชายของดิฉันเป็นนักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนนนทรีวิทยา ถูกรุมทำร้ายร่างกายในโรงเรียน สมองบวมเข้าโรงพยาบาลเจริญกรุงฯ เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2552 ปัจจุบันหายเป็นปกติแล้ว แต่ไม่อยากเรียนที่โรงเรียนเดิม อยากย้ายโรงเรียน
ดิฉันได้ส่งเรื่องขอย้ายโรงเรียนไปยังหน่วยงานราชการหลายแห่งที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอความช่วยเหลือให้รับบุตรชายของดิฉันเข้าเรียน แต่เรื่องก็เงียบไร้วี่แวว
อีกแค่เดือนกว่าๆ ก็จะเปิดเทอมปีการศึกษา 2553 แล้ว บุตรชายของดิฉันคงต้องทำใจ จำใจ ทนรับสภาพทางจิตใจ เด็กที่ถูกกระทำรุนแรงควรได้รับการเยียวยาช่วยเหลือ กระทรวงศึกษาธิการไม่ต้องรับผิดชอบก็ควรให้การช่วยเหลือ เป็นหน้าที่ต้องจัดหาหรือให้การสนับสนุนการศึกษา
ดิฉันได้ติดต่อขอความช่วยเหลือ 3 โรงเรียน ดังนี้
1.โรงเรียนสวนกุหลาบนนท์ (โรงเรียนนนทรีวิทยา ทำหนังสือให้) "ปฏิเสธ" แจ้งว่า หากเจ้าสังกัดสั่งจึงจะสามารถรับได้
2.โรงเรียนเบญจมราชาลัยฯ (โรงเรียนที่ 1 ทำหนังสือให้) แต่เงียบไม่มีการติดต่อกลับมาเลย
3.โรงเรียนวัดเขมาฯ (ส่งอีเมลไป) เรียกไปเจรจา พร้อมด้วยคนของกระทรวงศึกษาธิการ แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบใดๆ
ดิฉันสงสารลูก กลัวไม่มีที่จะเรียน เพราะลูกบอกว่า ถ้าให้กลับไปเรียนที่โรงเรียนเดิม จะไม่ยอมไปโรงเรียน
เหนื่อยเหลือเกินค่ะ สำหรับผู้ถูกกระทำรุนแรง สงสัยนามสกุลคงไม่ถูกระเบียบ
สุกัญญา
ตอบ
โรงเรียนวัดเขมาภิรตารามได้รับเข้าเรียนแล้ว แต่ยังไม่ได้แจ้งให้ผู้ปกครองทราบ เพราะในช่วงนี้อยู่ระหว่างการรับสมัครนักเรียนระดับชั้น ม.1 และ ม.4
ขณะนี้โรงเรียนวัดเขมาฯ กำลังเทียบหลักสูตร และจัดหาโปรแกรมเรียนที่เหมาะสมให้ เนื่องจากโรงเรียนสอนภาษาจีนตั้งแต่ ม.1 แต่นักเรียนคนนี้ไม่ได้เรียนภาษาจีนมาก่อน โรงเรียนจึงต้องจัดหาห้องเรียนที่เหมาะสมให้ จึงจะแจ้งให้ผู้ปกครองรับทราบได้
หลังจากที่โรงเรียนได้รับทราบเรื่องของนักเรียน โรงเรียนได้เชิญทีมงานสหวิชาชีพของกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาหารือสอบถามปัญหาของนักเรียน และให้คำปรึกษา
เมื่อพูดคุยกับนักเรียน ได้ข้อสรุปว่า เด็กมีความวิตกกังวลกลัวว่าจะถูกทำร้ายหากต้องกลับไปเรียนที่เดิม และอาจมีปัญหาทางสภาพจิตใจ ไม่มีสมาธิในการเรียน อาจส่งผลถึงการเรียนได้ จึงเห็นสมควรให้เรียนโรงเรียนใกล้บ้าน สะดวกต่อการเดินทาง นักเรียนก็จะเรียนได้ตามปกติ
โรงเรียนเขมาฯ จะแจ้งให้ผู้ปกครองทราบต่อไป
ลุงแจ่ม



