
ถึงเวลาซอฟต์แวร์ไทยไปญี่ปุ่น(เสียที)
ไปแต่ตัวทัวร์ยกแก๊ง นี่หาใช่แคมเปญของบริษัทชาเขียวแต่เป็นโครงการที่ซอฟต์แวร์พาร์คและสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ทุ่มสุดตัว พา 16 บริษัทซอฟต์แวร์ไทยไปทัวร์ยกแก๊ง
ไม่ได้ช็อปปิ้งไม่ได้เที่ยวเล่น แต่ไปขายความสามารถ คว้าโปรเจกท์พัฒนาซอฟต์แวร์ของญี่ปุ่น นำเงินสกุลญี่ปุ่นเข้าไทย
นายณัฐวุฒิพึงเจริญพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอที เวิร์คส์ จำกัด หนึ่งในลูกทีมทัวร์ญี่ปุ่นเผยความสำเร็จหลังจากเดินทางกลับมาว่า บริษัทของเขาสามารถคว้าลูกค้าญี่ปุ่นมาได้ 1 ราย และยังอยู่ระหว่างการเจรจาอีก
ไอทีเวิร์คส์ เป็นบริษัทที่ทำด้านไบโอเมทริกส์ ทั้งเขียนโปรแกรม ซอร์สโค้ด และซอฟต์แวร์สแกนลายนิ้วมือ แต่สำหรับทัวร์รอบนี้เขาบอกว่า ลูกค้าต้องการแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ
งานนี้เรามุ่งกลุ่มลูกค้าด้านการพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนมือถือเป็นหลักเน้นที่งานระยะสั้น จบเป็นชิ้นๆ ในเวลาไม่เกิน 3 เดือน นายณัฐวุฒิบอกแนวทาง
เหตุผลและที่มาเกิดจากประสบการณ์ที่เคยเดินทางไปเปิดตัวที่ญี่ปุ่นร่วมกับกรมส่งเสริมการส่งออกและพบปัญหามาแล้วนั่นคือ ภาษา
กรรมการผู้จัดการไอทีเวิร์คส์ เล่าว่า การคุยธุรกิจกับชาวญี่ปุ่นต้องอาศัยภาษาญี่ปุ่นเป็นสำคัญ แผ่นพับหรือเอกสารต่างๆ ควรเป็นภาษาญี่ปุ่น และมีล่ามช่วยประสานให้การคุยธุรกิจง่ายขึ้น ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้เขาตระเตรียมเอกสารข้อมูลและแผ่นพับโฆษณาเป็นภาษาญี่ปุ่นและอังกฤษ โดยนำทีมงานไป 4 คน เพื่อเพิ่มโอกาสที่จะได้คุยธุรกิจมากขึ้น
ราคาก็เป็นหนึ่งปัจจัยที่ผู้ประกอบการไทยใช้เป็นกลยุทธ์เพราะค่าจ้างโปรแกรมเมอร์ญี่ปุ่นค่อนข้างแพง ยิ่งโปรแกรมเมอร์ไทยมีค่าจ้างถูกกว่าถึง 50% ทำให้ญี่ปุ่นตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
เรื่องฝีมือไทยเรามีศักยภาพ แต่ชาวญี่ปุ่นมองเราอาจจะไม่ได้เป็นประเทศที่ไฮเทคมากนัก ดังนั้นจึงเลือกที่จะนำเสนองานในลักษณะโครงงานระยะสั้น เพื่อพิสูจน์ฝีมือไปพร้อมกับสร้างผลงานให้ได้มากชิ้น ก่อนที่จะขยายสู่โครงการใหญ่ต่อไปในอนาคต นายณัฐวุฒิย้ำ
นอกเหนือจากเปิดตัวด้วยงานชิ้นเล็กเน้นระยะสั้น ผู้ประกอบการไทยก็ยังมีหมัดเด็ดโกยเงินนักธุรกิจแดนซามูไรอีกมาก เช่น ซอฟต์แวร์บริหารจัดการอาหารทะเลแปรรูปเยือกแข็งและซูริมิโดยเฉพาะของบริษัท จาสุมีเดีย จำกัด ที่เจาะตลาดเฉพาะด้านจนเป็นที่สนใจ
นายจิรภาสดาวมานพ ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจการตลาด บริษัท จาสุมีเดีย จำกัด อธิบายว่า ซอฟต์แวร์ที่บริษัทพัฒนาขึ้นนั้น เน้นซอฟต์แวร์เฉพาะทาง โดยเฉพาะซอฟต์แวร์ด้านการบริหารจัดการอุตสาหกรรมอาหาร หนึ่งในผลงานชิ้นโบแดงคือ ซอฟต์แวร์บริหารจัดการอาหารทะเล
การเดินทางไปร่วมโรดโชว์ที่ญี่ปุ่นครั้งนี้ซอฟต์แวร์ดังกล่าวได้รับความสนใจมาก เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นประเทศที่นิยมรับประทานอาหารทะเล ทำให้อุตสาหกรรมอาหารทะเลมีมูลค่าสูง ขณะที่ซอฟต์แวร์ด้านการบริหารจัดการอาหารทะเลโดยเฉพาะยังไม่มีใครทำ ผลิตภัณฑ์ของจาสุมีเดียจึงกลายเป็นสิ่งที่สามารถตอบโจทย์นักธุรกิจญี่ปุ่นได้
ซอฟต์แวร์ของเราได้รับความสนใจมากมายมีคนเข้ามาคุยธุรกิจมากกว่า 5 ราย โดย 1-2 รายสนใจจริงจังถึงขั้นจะเซ็นสัญญาในระดับภูมิภาค นายจิรภาสกล่าวด้วยความภูมิใจพร้อมชี้ว่า จุดเด่นของซอฟต์แวร์อยู่ที่ความเฉพาะด้าน เจาะกลุ่มเป้าหมายโดยตรง ขณะเดียวกันก็มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับใช้ได้หลากหลาย ที่สำคัญราคาไม่แพง
นายจิรภาสมองว่าคนไทยเรามีศักยภาพและความรู้ความสามารถทางด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์อยู่แล้ว การจะโกอินเตอร์หรือผลักดันตนเองให้ไปถึงตลาดโลกจำเป็นต้องอาศัยการประชาสัมพันธ์ นำเสนอจุดดีจุดเด่นของเรา จึงจะมีคนเห็น สนใจ และร่วมงานกันในที่สุด
หากเราอยู่เฉยๆก็จะไม่มีใครรู้ว่าเราพัฒนาซอฟต์แวร์ดีๆ ออกมา เราก็ขาดโอกาสทำตลาด ดังนั้นบริษัทซอฟต์แวร์รวมทั้งนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทยควรทำการตลาดเชิงรุกให้มาก ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจการตลาดจาสุมีเดีย ให้ความเห็น
เช่นเดียวกับนายณัฐวุฒิที่ย้ำว่าหากคิดจะโกอินเตอร์จำเป็นต้องศึกษาลักษณะเฉพาะของประเทศเป้าหมาย เพื่อปรับสินค้าและการตลาดให้เหมาะสม ในขณะเดียวกันก็ต้องอาศัยการสนับสนุนจากหน่วยงานของภาครัฐ ในเรื่องของการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการทำโรดโชว์หรือเจรจาธุรกิจ ซึ่งการรวมกลุ่มไปพร้อมกับหน่วยงานของรัฐนั้น มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า แต่มีกลุ่มเป้าหมายหรือบริษัทคู่ค้าที่น่าสนใจมาร่วมด้วยมากมาย



