ไลฟ์สไตล์

โหมโรง...‘กระบี่’ บาดเลนส์: 100 ภาพเด่นอันดามัน

โหมโรง...‘กระบี่’ บาดเลนส์: 100 ภาพเด่นอันดามัน

10 เม.ย. 2553

พูดถึงกระบี่ ก่อนนั้นต้องนึกถึง “อ่าวมาหยา” ที่โด่งดังจากหนัง “เดอะ บีช” มาระยะหลัง พอเอ่ยชื่อกระบี่ ก็มีภาพแอ็กชั่นของนักปีนผาที่อ่าวไร่เลย์ ลอยขึ้นในความทรงจำ แต่การไปเยือนกระบี่ครั้งล่าสุด ลบภาพเดิมๆ ของกระบี่ในใจผมออกเกือบหมด เพราะภูเขาหินปูนในท้องทะเ

  ภูมิประเทศส่วนที่ติดทะเลของอำเภออ่าวลึก มี “เขากาโรส” ภูเขาหินปูนวางตัวสลับซับซ้อนดั่งเขาวงกต อดไม่ได้ที่จะคิดถึงอ่าวฮาลอง แดนมรดกโลกของเวียดนาม ทว่า บางช่วงตอนที่มีแมกไม้เขียวขจีบนหน้าผาหินคล้ายประตูธรรมชาติ กลับรำลึกถึงโตรกผาสองฝั่งมหานทีแยงซี ที่วันนี้อันตรธานไปภายหลังการสร้างเขื่อนยักษ์ “ต้าซานเสีย” แต่ที่อ่าวลึกยังสมบูรณ์แบบ ชวนให้ล่องเรือหรือพายคยัคทอดทัศนาจนลืมวันเวลา ความยอกย้อนของธรรมชาติเช่นนี้ก่อให้เกิดปริศนาธรรมเล่าตำนาน “ขุมทรัพย์แห่งกาโรส” ที่ว่า “เขายาวน้ำรอบ มีขอบน้ำวน ขุมทรัพย์อยู่บน ขนให้ลูกหลาน” แม้วันนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าขุมทรัพย์อยู่ที่ไหน แต่กาโรสกลายเป็นต้นทุนทางธรรมชาติล้ำเลอค่า ให้ลูกหลานอ่าวลึกปกปักรักษาไว้จนใครๆ อยากมาชื่นชม นำรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

 ยังไม่นับเถื่อนถ้ำอันอลังการสุดจะพรรณนา อย่าง “ถ้ำคลัง” ที่อุปมาดั่งคลังเพชรนิลจินดา เพราะภายในถ้ำเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยที่ยังมีชีวิต จ้องมองตรงจุดไหนจะเห็นหยดน้ำดั่งเกร็ดเพชรแวววาว บ่งบอกว่าหินที่นี่ยังมีการเติบโตทุกวินาทีที่ล่วงเลย งามจนไม่อยากเชื่อว่า “กาโรส” เป็นภาษายาวี แปลว่า “ไม่สวย” ถ้าไม่มีใครเล่าให้ฟังว่าเป็นเพราะบรรพชนอ่าวลึกยุคบุกเบิก เดินทางมาถึงที่นี่แล้วเห็นภูเขาหินตะปุ่มตะป่ำเป็นโพรงผาไม่น่าแล จึงเอ่ยปากว่า “กาโรส” แล้วเรียกกันติดปากมาจนวันนี้ วันที่อ่าวลึกเปิดผ้าคลุมหน้าให้โลกประจักษ์ ว่าความ “ไม่งาม” เมื่อวันวาน แท้ที่จริงคือความอลังการหาใครเทียมในกาลต่อมา

 งามและบริสุทธิ์จนน่ากลัวว่าจะรับมือไหวหรือ กับนักท่องเที่ยวที่จะหลั่งไหลเข้ามาในอนาคต? แต่ครั้นได้รับรู้จากนายอำเภออ่าวลึก - คุณประสิทธิ์ ภูชัชวนิชกุล ก็อุ่นใจ ว่าชุมชนที่นี่เข้มแข็งมาก มีการรวมตัวกันเหนียวแน่นเป็น “เครือข่ายท่องเที่ยวชุมชนอำเภออ่าวลึก” (Aoluk Community Based Tourism Network) ยิ่งได้พูดคุยกับคุณตู่ - นันทพงศ์ นาคฤทธิ์ แกนนำคนสำคัญ ยิ่งเบาใจ เพราะชุมชนท่องเที่ยวทั้ง 8 ตำบลที่ประสานใจกันเป็นเครือข่าย วางเป้าหมายและกฎกติกาชัดเจน ที่จะจัดการท่องเที่ยวโดยคำนึงถึงความสมดุลของสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ วิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี เช่นการเที่ยวถ้ำ กำหนดนักท่องเที่ยวไม่เกินวันละ 60 คน กรณีของถ้ำคลังที่เดิมเคยประดับไฟส่องสว่าง แล้วพบว่าอุณหภูมิของแสงไฟส่งผลกระทบต่อการเติบโตของหินงอกหินย้อย ก็รื้อระบบไฟออกหมด แล้วลงทุนซื้อไฟฉายแบบนักสำรวจถ้ำ (มีสายรัดที่ศีรษะ) ใช้เป็นอุปกรณ์ดูถ้ำแทน หรือในการลงทุนทำที่พักบนแพกลางน้ำท่ามกลางวงล้อมของภูเขาหินปูนตระการตา ก็มีการวางระบบบำบัดน้ำเสียเพื่อไม่ให้การท่องเที่ยวไปก่อมลพิษให้ธรรมชาติอย่างเคร่งครัด

 และถึงแม้อ่าวลึกจะมีทั้งชาวพุทธและมุสลิมอยู่รวมกัน แต่เครือข่ายฯ ก็มีกติกาชัดเจนที่จะเคารพวัฒนธรรมของแต่ละศาสนา เช่น จุดท่องเที่ยวที่อยู่ในพื้นที่ของชาวมุสลิมจะต้องปลอดจากเหล้าและเบียร์ ที่สำคัญคือการลงทุนใดๆ ของเครือข่าย เช่น ลงทุนทำรีสอร์ท หรือโฮมสเตย์ ห้ามคนนอกชุมชนร่วมทุนโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการครอบงำจากทุนขนาดใหญ่ ซึ่งในที่สุดก็เพื่อให้เครือข่ายนี้ เป็นเครือข่ายท่องเที่ยวของชุมชน โดยชุมชน และเพื่อชุมชนอย่างแท้จริง แต่ที่น่าชื่นชมคือมีการวางแผนงานดีถึงขั้นจัดตั้ง “ฝ่ายการตลาด” ขึ้นมาพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวอย่างจริงจัง บ่งบอกว่าแม้จะเป็นระดับชุมชน แต่ก็มีการจัดการแบบมืออาชีพ

 ความเข้มแข็งของเครือข่ายชุมชนที่น่าทึ่ง บวกกับความงามของอ่าวลึกที่เพิ่งถูกเผยโฉม ช่างบาดตา บาดใจ และบาดเลนส์นักถ่ายภาพที่ได้ไปสัมผัส รวมทั้งกลุ่มสห+ภาพ (Foto United) ชุมชนคนถ่ายภาพ ที่เคยร่วมแรงร่วมใจกันไปบันทึกภาพและจัดแสดงนิทรรศการภาพสัญจร “น่านนิรันดร์: 100 ภาพฝันบันทึกแผ่นดิน” มาแล้ว คราวนี้จะนำภาพถ่ายกลับคืนสู่สังคมและชุมชนที่อ่าวลึกและหลายพื้นที่ของกระบี่ ภายใต้โครงการ “กระบี่บาดเลนส์: 100 ภาพเด่นอันดามัน” ซึ่งจะรวมพลชาวสห+ภาพ กว่า 50 ชีวิต ไปบันทึกภาพบาดเลนส์กันวันที่ 1-2 พฤษภาคม แล้วนำภาพจัดแสดงนิทรรศการภาพทันทีในเย็นย่ำวันที่ 3 ซึ่งจะมีพิธีเปิด พร้อมงานเสวนา การแสดงพื้นถิ่นและคอนเสิร์ตศิลปินดัง ณ บริเวณ ลานปูดำ ท่าเทียบเรือขนาบน้ำ ใจกลางอำเภอเมืองกระบี่ ก่อนไปจัดแสดงถาวรที่ “หอศิลป์ร่วมสมัย” ของกระบี่ โดยได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งขันจาก จังหวัดกระบี่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวกระบี่

 จึงขอเชิญชวนชาวกระบี่และท่านที่จะไปเที่ยวกระบี่ช่วงนั้น ไปร่วมงานกันอย่างสุนทรียะในอารมณ์ สมกับที่กวีซีไรต์ - จิระนันท์ พิตรปรีชา หัวเรือใหญ่ของชาวสห+ภาพ ผู้ตั้งชื่อโครงการภาษาไทยไว้คมคายว่า “กระบี่บาดเลนส์” แล้วยังรังสรรค์ชื่อภาษาอังกฤษไว้กุ๊กกิ๊กอีกว่า “Krabi Lenscape: Beauty and the Beach” มาจาก เลนส์ (Lens) กับ ภูมิทัศน์ (Landscape) รวมกันเป็น Lenscape = ภาพผ่านเลนส์ ส่วน Beauty and the Beach ล้อเลียนชื่อนิทาน Beauty and the Beast มีความหมายถึง "ความงาม" กับ "หาดทรายชายเล" นั่นแล
 
เรื่อง - ภาพ... "ธีรภาพ โลหิตกุล"