ไลฟ์สไตล์

ส.ว.-เครือข่ายพ่อแม่จวกรัฐจี้ยกเลิก"จีเอที-พีเอที"

ส.ว.-เครือข่ายพ่อแม่จวกรัฐจี้ยกเลิก"จีเอที-พีเอที"

16 มี.ค. 2552

เวทีสัมมนา “เอเน็ต-โอเน็ต” เดือด ส.ว.-ปธ.เครือข่ายพ่อแม่ปฏิรูปศึกษา รุมจวก รมช.ศึกษาฯ เหตุรัฐบาลไม่ยกเลิกจีเอที-พีเอที

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ร่วมกับคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริต และเสริมสร้างธรรมาภิบาลวุฒิสภา คณะกรรมาธิการการยุติธรรมและการตำรวจ วุฒิสภา และกรรมาธิการศึกษาวุฒิสภา จัดสัมมนาเรื่อง “เอเน็ต-โอเน็ต” การละเมิดสิทธิทางการศึกษาของเด็กกับอนาคตการสอบเข้ามหาวิทยาลัย
 นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการศึกษาธิการ กล่าวว่า การเปิดแอดมิชชั่นส์ ไม่ได้เปิดโอกาสให้เด็กเท่าที่ควร แต่จะรับเด็กที่มีความรู้ ความสามารถอย่างเดียวคงไม่พอ แต่จะพูดถึงจิตอาสาหรือเด็กที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อเปิดให้นักเรียนเหล่านี้ได้เข้ามหาวิทยาลัยให้ได้เท่าเทียมกับคนเรียนเก่ง ซึ่งจะเปิดมากขึ้น ส่วนเรื่องจีเอที และพีเอที ทำไมกระทรวงศึกษาธิการจึงเปิดสอบถึง 3 ครั้ง ขณะเดียวกันเอเน็ตเปิดครั้งเดียวและมีปัญหาตามมา ตนได้ถามผู้ที่รับผิดชอบซึ่งได้รับคำตอบว่า เพราะกระทรวงศึกษาฯ ไม่อยากให้เด็กพลาดโอกาส ตนก็พยายามไม่อยากให้มีปัญหาเรื่องการรับเรียกเงินเกิดขึ้น เพราะเปิดสอบหลายครั้ง
 อย่างไรก็ตาม ที่มีเด็กนักเรียนมาสอบจีเอทีและพีเอทีจำนวนน้อยนั้น เพราะว่ากระทรวงไม่ได้ประชาสัมพันธ์เท่าที่ควร เนื่องจากเกรงว่าเด็กจะสับสนและซ้อนกับการสอบเอเน็ต อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าไม่ได้เชี่ยวชาญทางด้านการศึกษามากนัก แต่พอได้รับภาระหน้าที่ก็จะทำให้ดีที่สุด ซึ่งเรื่องการศึกษาทุกคนก็สามารถพูดได้
 ด้าน น.ส.รสนา โตสิตระกูล ประธานคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริต และเสริมสร้างธรรมาภิบาล กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการสอบแบบเอเน็ต เพราะกระทรวงศึกษาฯ เอาระบบเด็กแพ้แล้วคัดออก แต่ไม่ได้ทำให้เด็กมีจินตนาการเอง และทำให้เด็กไม่มีความสุข เหมือนบีบให้เด็กมาอยู่ในกรอบแคบลงมาเรื่อยๆ จากที่ฟังรัฐมนตรีพูดรู้สึกว่ากรอบการศึกษาเป็นกรอบที่แย่มาก และการศึกษาเป็นระบบที่ล้าหลังมากที่สุด อย่าปล่อยให้ลูกหลานตกอยู่ในอันตราย อย่างนี้ต้องถอนรากถอนโคน เพราะมัวแต่คิดระบบใหม่ๆ ให้มีความสะดวกรวดเร็ว
 ส่วน พ.ท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธุศรี ประธานเครือข่ายพ่อแม่เพื่อการปฏิรูปศึกษา กล่าวว่า แม้ว่าจะใช้ระบบจีเอทีและพีเอที ในปี 2553 ก็ไม่มีปัญหา แต่ต่อมาจะมีปัญหามากขึ้น โดยเฉพาะเด็กจะถูกละเมิดสิทธิ เช่น ด้านคุณภาพ และโอกาสเท่าเทียมกันด้านการศึกษา ด้านจิตใจ และการจะใช้โอเน็ตปรับเกรด เสี่ยงต่อความอยุติธรรมสูงหากใช้เกณฑ์โรงเรียน แต่หากใช้เกณฑ์บุคคลก็สุ่มเสี่ยงต่อความไม่โปร่งใส
 ขณะเดียวกัน นายสมชาย แสวงการ ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีเปิดสอบจีเอทีและพีเอทีว่า อยากให้ รมช.ศึกษาธิการ ไปเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าให้ยกเลิกจีเอทีและพีเอทีในปี 2553 เพราะถ้าปล่อยไว้จะเป็นปัญหาเรื้อรัง เพราะจะเกิดปัญหาตามมา คือ เด็กเข้าเรียนได้แต่เรียนไม่ได้ เพราะไม่มีความชำนาญเฉพาะด้าน ซึ่งระบบนี้ก็เหมือนกับเอเน็ต โอเน็ต อยู่ดี รัฐบาลจะต้องชัดเจนในเรื่องนี้