ไลฟ์สไตล์

อาจารย์มทส.ค้านยุบสภาหนุนปฏิรูปประเทศไทย

อาจารย์มทส.ค้านยุบสภาหนุนปฏิรูปประเทศไทย

08 เม.ย. 2553

กลุ่มอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี(มทส.)เกือบ 100 คน ได้ออกแถลงการณ์ไม่สนับสนุนการยุบสภาแต่สนับสนุนการจัดตั้งสภาปฏิรูปประเทศไทยความว่า

ตามที่ได้มีการชุมนุมของกลุ่ม นปช. เรียกร้องให้มีการยุบสภา พวกเราซึ่งเป็นนักวิชาการและบุคลากรจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี(มทส.) อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ดังรายนามที่ปรากฏต่อท้ายคำแถลงการณ์นี้ ขอแสดงความเห็นว่า การชุมนุมโดยสันติที่ไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่นเป็นสิ่งที่กระทำได้ตามวิถีทางประชาธิปไตยที่บัญญัติโดยรัฐธรรมนูญ และการเสนอความคิดเห็นที่ต่างกันเป็นสิ่งที่พึงประสงค์ในระบอบประชาธิปไตย

การที่กลุ่ม นปช. อ้างว่ากลุ่มทหาร และหรือ“อำมาตย์” ให้การสนับสนุนในการจัดตั้งรัฐบาลชุดปัจจุบันนั้น พวกเราฯเห็นว่าแม้นว่าคำกล่าวอ้างนั้นจะเป็นความจริง ก็ไม่ผิดหลักการประชาธิปไตยจนทำให้รัฐบาลหมดความ ชอบธรรมแต่ประการใด เพราะทุกฝ่ายย่อมมีสิทธิที่จะสนับสนุนให้พรรคการเมืองใดจัดตั้งรัฐบาลได้ตราบเท่าที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ดังเช่นที่กลุ่ม นปช. สนับสนุนพรรคการเมืองที่ตนนิยม จึงได้เสนอให้มีการยุบสภาเพื่อเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองนั้นได้จัดตั้งรัฐบาลแทนชุดปัจจุบันที่ตนไม่นิยม

การที่กลุ่ม นปช. ใช้วิธีการชุมนุมที่สร้างความเดือดร้อนให้กับสังคมเพื่อกดดันให้มีการยุบสภานั้น พวกเราฯเห็นว่าไม่อาจแก้ปัญหาได้เพราะสภาไม่ใช่สาเหตุที่แท้จริงของปัญหา แต่วิธีการเช่นนี้กลับจะกลายเป็นปัญหาเสียเอง เพราะหากกระทำการได้สำเร็จจะเป็นแบบอย่างให้กลุ่มอื่นนำไปใช้เป็นวิธีกดดันรัฐบาลในอนาคตอย่างมิรู้สิ้นสุด ซึ่งนอกจากจะเป็นการละเมิดสิทธิของประชาคมแล้วยังจะเป็นผลเสียร้ายแรงต่อพัฒนาการของกระบวนการประชาธิปไตยอีกด้วย

ดังนั้นพวกเราฯ จึงขอแสดงเจตนารมณ์ไม่สนับสนุนให้มีการยุบสภาตามคำเรียกร้องของกลุ่ม นปช.

อนึ่ง เห็นได้ว่าส่วนใหญ่ของผู้เข้าร่วมการชุมนุมคือกลุ่มประชาชนผู้มีรายได้น้อย ซึ่งแกนนำ นปช. ได้นำมาสร้างวาทกรรม “ไพร่-อำมาตย์” ที่สะท้อนความจริงในระดับหนึ่ง ต้องยอมรับว่าความยากจนนั้นส่วนหนึ่ง เป็นผลจากระบบเศรษฐกิจที่ขาดการกระจายรายได้อย่างเป็นธรรม นับเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมที่สะสมมานานหลายสิบปีที่รัฐบาลต้องตระหนักและแก้ไขอย่างรวดเร็ว ในการนี้ พวกเราฯ ขอเสนอให้จัดตั้งสภาที่มีความเป็นกลางเพื่อปฏิรูปประเทศไทยให้มีระบบการเมืองที่ประกันได้ว่าจะได้ “คนดี เก่ง กล้า” เข้าไปบริหารประเทศ มีระบบเศรษฐกิจที่มีการกระจายรายได้ที่เป็นธรรม และระบบการศึกษาที่เน้นความเป็นมนุษย์มากกว่าการผลิตบุคลากรไปป้อนโรงงานแต่ถ่ายเดียว