ไลฟ์สไตล์

หญิงแกร่งแห่งบ้านยางกลางร้อยเอ็ด
เอาชนะเพลี้ยแป้งด้วยภูมิปัญญา

หญิงแกร่งแห่งบ้านยางกลางร้อยเอ็ด เอาชนะเพลี้ยแป้งด้วยภูมิปัญญา

08 เม.ย. 2553

จากสถานการณ์เพลี้ยแป้งกำลังระบาดในไร่มันสำปะหลังและแปลงพืชผัก จนเกษตรกรหวั่นวิตกไปทั่วทุกหัวระแหงของ อ.ทุ่งเขาหลวง จ.ร้อยเอ็ด มานานนับสิบปี เพราะเมื่อใดที่เพลี้ยแป้งระบาดในพืชไร่แล้ว ผลที่ตามมาคือผลผลิตได้รับความเสียหายอย่างยับเยิน จึงทำให้หญิงแกร่งแห่งบ้

  สุนันท์ บอกว่า มีพื้นที่ปลูกพืชผักขายเพียง 1 ไร่เท่านั้น แต่ปลูกแบบหมุนเวียนรุ่นละ 1 งาน ปลูกผักกาดเขียวปลี ผักกาดขาวปลี คะน้า กวางตุ้ง ผักบุ้งจัน กะหล่ำปลี พริก มะเขือ แตงกวา และข้าวโพด เน้นเป็นผักผักปลอดสารพิษ ตอนหลังมีเพลี้ยแป้งระบาด ทำให้ใบพืชผักหงิกงอ ผลผลิตลดลง จึงคิดค้นสูตรสารชีวภาพสกัดเพลี้ยแป้งระบาดขึ้นมากว่า 10 ปีแล้ว ทำให้ตอนนี้พืชผักของสุนันท์ นอกจากปลอดสารพิษ แล้วยังมีสีสด เขียวขจี สามารถเก็บผลผลิตส่งตลาดได้ทุกวัน

 สำหรับสูตรสารชีวภาพสกัดเพลี้ยแป้งระบาด สุนันท์บอกว่าไม่ยุ่งยากเพียงใช้มะพร้าวขูด 1 กก. ยาสูบ หรือยาเส้น 1 กก. คั้นน้ำกะทิให้แตกมัน แยกน้ำกะทิออกจากกัน เพราะเมื่อนำไปใช้เศษกากมะพร้าวจะปิดรูหัวฉีด

 จากนั้นนำยาสูบแช่น้ำ คั้นให้แตกตัวบีบเอาเฉพาะน้ำ แล้วนำมาผสมกับน้ำให้ได้ 1 ปี๊บหรือ 20 ลิตร หากใช้ทันทีจะยิ่งดีเพราะฤทธิ์ของยาสูบมีสูงมาก โดยการฉีดพ่นให้ถูกตัวเพลี้ยจะหล่นออกจากใบพืชผักทันที

 "ที่แปลงของฉันใช้ในสัดส่วน 1:1 กก. เพราะพื้นที่ค่อนข้างมาก หากเกษตรกรที่มีพื้นที่จำกัด เช่นปลูกตามหัวไร่ปลายนา ใช้ตามสัดส่วน 1:1 ลดลงตามส่วนก็ได้ใช้ เพียง 1-2 สัปดาห์ก็พอแล้ว ผักจะสวยงามมาก ไม่มีร่องรอยการทำลายของเพลี้ย ผักใบเขียวเพราะได้สารอาหารชีวภาพทางใบด้วย ที่สำคัญต้องฉีดพ่นในช่วงบ่าย หลังจากฉีดพืชผักเกิดอาการเพียงเหี่ยวเฉา พอตอนเช้าจะสดชื่นเหมือนเดิม" สุนันท์ กล่าว

 นับเป็นการนำภูมิปัญญาของบรรพบุรุษมาต่อยอดในการผลิตสารชีวภาพเพื่อจำกัดเพลี้ยที่ได้ผล ทำให้ทุกวันนี้แม้สุนันท์จะมีที่ทำกินด้วยการปลูกพืชผักเพียง 1 ไร่ แต่ผลผลิตพืชผักจากแปลงของสุนันท์ เป็นพืชผักที่ปลอดสาร มีสภาพที่ใบเขียวขจี ทำให้เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค ส่งผลให้ราคาดี จนสุนันท์สามารถนำรายได้เลี้ยงครอบครัวอย่างไม่เดือดร้อน

"วัชรินทร์ เขจรวงศ์"