ไลฟ์สไตล์

ฝ่าวิกฤติการเมือง

ฝ่าวิกฤติการเมือง

05 เม.ย. 2553

การเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองต่างๆ ที่สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทั้งในและนอกสภา ล้วนแต่มีจุดมุ่งหมาย เพื่อสร้างแรงกดดันต่อการตัดสินใจพิพากษาคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งอ่านแถลงคำพิพากษาคดี เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553

 นอกจากนี้ ยังต้องการกดดันให้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลาออก หรือยุบสภา ซึ่งถ้ารัฐบาลลาออก หรือประกาศยุบสภา กลุ่มการเมืองที่สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ คงหวังว่า น่าจะมีโอกาสกลับเข้าสู่การมีอำนาจรัฐใหม่อีกครั้ง เพื่อช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ต่อไป
 ทางออกที่ควรจะเป็น ในการฝ่าออกจากวิกฤติทางการเมืองปัจจุบัน น่าจะอยู่ที่การเมืองภาคประชาชน แต่ไม่ใช่การเมืองภาคประชาชนบนท้องถนนอีกต่อไป แต่เป็นการเมืองภาคประชาชน ที่ประชาชนต้องออกมาแสดงตัวในแนวหน้า เพื่อร่วมกันกำหนดกรอบกติกา และเป้าหมายการบริหารงาน ให้แก่นักการเมือง นายทหาร ข้าราชการพลเรือนระดับสูง และนักธุรกิจการเมือง ซึ่งอาสาเข้ามาทำงานการเมือง ว่า ประชาชนต้องการให้กลุ่มบุคคลเหล่านี้ ทำงานการเมืองภายใต้กรอบกติกาและเป้าหมายที่เป็นรูปธรรมอย่างไร จะทำงานเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมได้อย่างไร
 นอกจากนี้ ภาคประชาชนยังต้องมีส่วนร่วมในการเกาะติด การดำเนินการตามนโนบายของกลุ่มบุคคลที่รับอาสาเข้ามาทำงานการเมือง เพื่อมิให้เบี่ยงเบนไปจากเจตนารมณ์ของนโยบายที่กำหนดไว้ตั้งแต่เริ่มแรก อีกทั้งยังเป็นการป้องกันการทุจริตคอรัปชั่นด้วย และท้ายที่สุด ภาคประชาชนต้องได้รับทราบผลสัมฤทธิ์การดำเนินงานตามนโยบายของฝ่ายการเมือง ว่า ทำงานสำเร็จตามนโยบายมากน้อยเพียงใด
 คำตอบ อยู่ที่การเมืองภาคประชาชน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่อยู่ที่ผลประโยชน์ของนักการเมือง นายทหาร ข้าราชการพลเรือนระดับสูง และนักธุรกิจการเมือง ซึ่งเล่นการเมืองแบบ “กำหนดกติกากันเอง เล่นกันเอง กินกันเอง” โดยไม่ใส่ใจผลประโยชน์ของประชาชนมานานเกินไปแล้ว แต่อย่าถามว่า เบื้องต้นประชาชนจะออกมาช่วยกันกำหนดกรอบกติกาและเป้าหมายการทำงานให้กลุ่มคนที่เขาอยากเข้ามาเล่นการเมืองได้อย่างไร 
 ช่วยระดมความคิดกันหน่อยครับ
รศ.ทวีศักดิ์ สูทกวาทิน
สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์