
ควานหาสาแหรก...โซ่ง
บ้านเมืองเราปัจจุบันนั้น จะว่าเป็นสังคมของคนที่มีเชื้อสาย ไทย ล้วนๆ ชนิด 100% ก็คงไม่ใช่ แต่กลับเป็นสังคมที่ประกอบรวมกันด้วยประชากรที่มีเชื้อสายหรือรากเหง้าที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะมาด้วยเหตุผลทางการค้าในสมัยก่อน การโยกย้ายถิ่นเพื่อลดทอนกำลังหัวเมือ
บ้านเราถึงได้มีที่มาที่ไปของประชากรที่หลากหลาย เชื้อสายแขกจากอินเดีย แขกทางใต้ จีน ฝรั่ง มอญ เวียดนาม เขมร และกลุ่ม “ลาว”
ลาวที่เข้ามาในประเทศไทยถ้าอยู่แถบๆ ชายแดนไทย-ลาวปัจจุบัน มักเข้ามาด้วยเหตุผลของเครือญาติ สายสัมพันธ์ระดับท้องถิ่น แต่ถ้าลงมาอยู่ลึกใจกลางประเทศหรือลงไปไกลมากกว่านั้น มักจะเป็นด้วยเหตุผลของสงครามแล้วถูกกวาดต้อนลงมา ลาวที่ถูกกวาดต้อนมาและปรากฏในประเทศไทยเรามากเป็นกลุ่มเป็นก้อนใหญ่ๆ คือ ลาวพวน และ ลาวโซ่ง รัชกาลที่ 1 และรัชกาลที่ 3 ดูจะเป็นช่วงที่คนลาวสองกลุ่มนี้ถูกกวาดต้อนให้ลงมาตั้งหลักปักฐานในเมืองไทยมากที่สุด
ลาวพวนนั้นส่วนใหญ่จะอยู่แถวลพบุรี นครนายก และอีกหลายๆ ที่ แต่สำหรับลาวโซ่ง แหล่งใหญ่ที่ให้ลงไปตั้งเป็นชุมชน คงเป็นที่เพชรบุรีเป็นหลักใหญ่ โดยเฉพาะในอำเภอเขาย้อย ที่บางส่วนก็ขยับขยายออกไปถึงท่ายาง แต่เขาย้อย เพชรบุรี ก็ยังคือ แหล่งใหญ่ของคนลาวโซ่งอยู่นั่นเอง
การรวมเป็นกลุ่มขนาดใหญ่ ทำให้ลาวโซ่งเมืองเพชร ยังคงรักษาวัฒนธรรม ประเพณีไว้ได้ค่อนข้างเหนียวแน่น ในชุมชนยังนิยมพูดภาษาลาวโซ่งกันอยู่ แต่ภาษาเขียนนั้นดูเลือนหายไปจนเกือบหมด มีคนอ่านภาษาลาวโซ่งได้นับคน
“โซ่ง” เป็นคนกลุ่มลาวกลุ่มหนึ่ง ที่ถ้าสืบสาวสาแหรก น่าจะมีที่มาจากเมืองแถน หรือเดียนเบียนฟู ตอนเหนือของเวียดนาม แล้วขยายออกไปทางตะวันตกในแถบตอนเหนือของลาว แม้กระทั่งในหลวงพระบาง ก็ยังคงมีหมู่บ้านของลาวโซ่ง คำว่า ”โซ่ง” นั้น น่าจะหมายถึงกลุ่มที่มีเผ่าพันธุ์กลุ่มหนึ่งที่ต่างจากคน “ลาว” แม้จะมีรากภาษาคล้ายกันก็ตาม แต่คำว่า “ดำ” น่าจะเป็นการแยกแยะกลุ่มย่อยเพื่อระบุกลุ่มให้ชัดเจน โดยยึดเอาสีของเครื่องแต่งกายเป็นหลักที่มักจะนิยมใช้สีดำเป็นหลัก
จากลาวโซ่ง มาเป็นลาวทรงดำ จนกระทั่งถูกเรียกเป็นไทยทรงดำนั้น ผมเองไม่มีข้อกังขาและยอมรับในเหตุผลของการเปลี่ยนชื่อ แต่ตะขิดตะขวงใจตรงที่ มีครูบาอาจารย์หลายท่าน ทำวิจัยเรื่องไทยทรงดำ แล้วบอกที่มาของคำว่า “ทรงดำ” ว่ามาจาก คำว่า “ส้วงดำ” ที่ แปลว่ากางเกง สีดำ อันเป็นสีที่นิยมใช้กัน
ผมเองในฐานะของลูกหลานคนลาวทรงดำหนองปรง เลยขอแย้งครูบาอาจารย์นักวิจัยหลายท่าน ตรงที่ว่า คนลาวโซ่งไม่มีปัญหาในการออกเสียงคำว่า “ทรง” กับ “ส้วง” อีกทั้งการจัดกลุ่มเสียงก็คนละเรื่องคนละราว อะไรมันจะเพี้ยนได้ขนาดนั้น อีกทั้งคำว่า “ทรง” ก็เป็นคำไทย และมีความหมายในตัว ส่วน “ส้วง”เป็นคำลาวและมีความหมายในตัวเหมือนกัน การอรรถาธิบายในคำว่า ทรง และส้วง ผมจึงไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่
เอกลักษณ์ของคนลาวโซ่งในไทยนั้น ภาษาพูดดูเป็นเอกลักษณ์ที่ยังคงรักษาไว้เหนียวแน่น แม้จะมีเพี้ยนกันไปบ้างตามแหล่งที่ตั้งถิ่นฐาน อย่างลาวโซ่งที่เมืองเลยก็พูดเพี้ยนจากลาวโซ่งเขาย้อย ยิ่งลาวโซ่งทางใต้ยิ่งเพี้ยนหนัก เหตุที่ต้องยึดลาวโซ่งเขาย้อยเป็นเกณฑ์เพราะที่นี่เขายังมีกลุ่มก้อน ยังรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีไว้ได้มาก เอกลักษณ์ที่มองจากรูปลักษณ์ของลาวโซ่งในอดีตคือ ผู้หญิงมักจะมวยผม ผ้าถุงที่ใส่จะมีสีพื้นดำ มีลายทางสีขาวเล็กๆ คั่นเป็นระยะ ผู้ชายมักตัดผมสั้น สวมใส่เสื้อผ้าที่ทำจากผ้าฝ้าย ทอและย้อมคราม
บ้านลาวโซ่งนั้นจะยกพื้นสูง หลังคามุงด้วยหญ้าคาหรือใบไม้ คลุมมาจนเกือบจรดพื้นบ้าน เพราะคนไทดำเดิมอยู่บนที่สูงอากาศหนาว ในบ้านเป็นห้องโถงกว้าง กั้นห้องเล็กๆ ไว้สำหรับให้ผีเรือนอยู่ มีครัว ห้องนอน พื้นจะปูด้วยไม้รวกเป็นลำ มัดด้วยหวายห่างๆ กันแล้วปูด้วยฟากอีกครั้ง (ผมเกิดมาทันเห็นบ้านแบบนี้)
วันที่ 9-10 เมษายน 2553 นี้ ที่ บ้านหนองปรง อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี เขาจะจัดงานวันไทยทรงดำ ซึ่งก็จัดกันทุกปี เหมือนวันคืนสู่เหย้าของไทยทรงดำที่อพยพไปอยู่ที่อื่น จึงมีคนไทยทรงดำมาจากทางใต้ จากอีสาน จากภาคเหนือตอนล่าง มาชุมนุมกัน บางปีมีมาจากลาว จากเวียดนามก็มี แล้วก็จะแต่งกายแบบไทดำทั้งหมด มีการเล่นคอน ซึ่งเป็นการละเล่นของหนุ่มสาว ซึ่งเดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว นิทรรศการที่บ้านไทดำ อาหารไทดำ และอีกสารพัด
ไปก็ไม่ยาก ขับรถลงใต้ เลยเขาย้อยไปราว 10 กม. หรือห่างจากตัวเมืองเพชรแค่ 12 กม. เท่านั้น ใช้เวลาแค่ 2-3 ชั่วโมง ก็จะเหมือนได้ไปหลวงน้ำทา ที่ลาว หรือเดียนเบียนฟูที่เวียดนามแล้ว ไปให้ได้รู้ ได้เห็นว่าบ้านเรานั้นมีวัฒนธรรมและชุมชนที่หลากหลาย แต่เราก็อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ในฐานะที่เป็นลูกหลานลาวโซ่งหรือไทดำคนหนึ่ง ก็ขอเชิญชวนครับ
การจะมีเชื้อสาย สาแหรกมาจากไหนไม่สำคัญ สำคัญที่เมื่ออยู่ในประเทศที่ให้โอกาส ให้ความร่มเย็นแก่เราและครอบครัวแล้ว คนที่สำนึกดีก็จะคิดแทนคุณแผ่นดินนี้ต่างหาก
คมฉาน ตะวันฉาย...เรื่อง/ภาพ
www.oknation.net/blog/tawanyimchang



