ไลฟ์สไตล์

คนรักหมา - ไอ้โจ้รีเทิร์น(7)

คนรักหมา - ไอ้โจ้รีเทิร์น(7)

04 เม.ย. 2553

นับแต่วันนั้น วันที่ไอ้โจ้พานายทหารเวรวิ่งไล่จับพวกผมที่ปีนรั้วหนีเที่ยวเป็นต้นมา ผมก็ดำเนินมาตรการแซงก์ชั่นทางเศรษฐกิจด้วยการตัดงบช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่มันทันที เหมือนที่อเมริกาทำกับพม่าและเกาหลีเหนือทุกวันนี้

  อย่างไรก็ตาม ปลาหมึกเค็มที่เคยห่อมาฝากมันก็เอามากินเสียเอง ที่เหลือจุนเจือสังคม คือแบ่งเพื่อนกินนั่นแหละครับ ไม่ได้ทำอะไรที่ยิ่งใหญ่ลึกซึ้งแบบที่มหาจำลองนายร้อยรุ่นพี่ผมหรอก เพราะไม่ได้คิดจะเล่นการเมืองแต่อย่างใด

 แต่แทนที่ไอ้โจ้มันจะสำนึกผิด มันกลับทำท่าหยิ่งกับผม คือเมื่อเสร็จอาหารมื้อเย็นวันรุ่งขึ้นหลังเกิดเหตุสดๆ ร้อนๆ มันก็ยังมีหน้ามายืนคอยอยู่หลังกองร้อยตามปกติ เล่นเอาผมกับพรรคพวกที่เพิ่งก่อวีรกรรมปีนรั้วเมื่อคืนที่ผ่านมาถึงกับสะดุ้งนึกว่ามันจะพานายทหารเวรมาจับเราอีก แต่เมื่อไม่เห็นมีนายทหารเวรก็โล่งใจไป

 ไอ้โจ้พอเห็นหน้าผมก็ทำท่าหูตั้งหางชี้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นรอรับปลาหมึกเค็มของฝากตามปกติ แต่ผมโป้งแม่งแล้วจึงทำไม่รู้ไม่ชี้ ไม่ส่งให้เหมือนเดิม แถมยังควักมาเคี้ยวกินต่อหน้ามันเสียอีก ไอ้โจ้ทำท่าขมวดคิ้วแปลกใจ แต่ผมก็ทำเฉย จนพักหนึ่งเมื่อเห็นว่าไม่สำเร็จ มันก็สะบัดก้นเดินหน้าเชิดจากไป

 ผมนึกสมน้ำหน้ามัน ไม่รุมกันอัดเข้าให้ก็บุญแค่ไหนแล้ว...ปัดโธ่ !!!

 ผมกับเพื่อนๆ ดำรงมาตรการงดความช่วยเหลือเช่นนี้ติดต่อกันได้ประมาณ 3 วัน ก็ชักเริ่มใจอ่อนสงสาร เพราะพอถึงเวลามันก็เป็นต้องปักหลักมายืนรอของฝากเสมอ บางครั้งเวลาที่มันยืนดูพวกเราเคี้ยวปลาหมึกเค็ม หรือบางทีเปลี่ยนเป็นหมูย่าง ไอ้โจ้ถึงกับน้ำลายไหลด้วยความอยากทีเดียวละครับ

 ที่พวกเราต้องการคือ ขอเพียงมันกระดิกหางสำนึกผิดทีเดียวเท่านั้น ไม่ถึงต้องเอาหัวโขกพื้นนั่งทำโทษตัวเองกลางสายฝนเหมือนหนังจีน ไม่ต้องลาออกจากตำแหน่งเพื่อแสดงความรับผิดชอบแบบนักการเมืองญี่ปุ่นเกาหลีก็ได้เพราะมันเกิดมาเป็นหมาไทย ผมและพรรคพวกก็พร้อมจะยกเลิกมาตรการลงโทษครั้งนี้ทันที แล้วทุกอย่างจะกลับมาสู่ความรักอันอบอุ่นเหมือนเดิม แต่ไอ้โจ้ก็ยังหยิ่งผยอง ยอมหักไม่ยอมงอ หูตั้งหางตรงมั่นคงดุจปลายทวนอยู่อย่างนั้น จนผมนึกชมมันในใจ

 ก็พอดีวาระแห่งความเป็นนักเรียนใหม่ของผมและเพื่อนๆ สิ้นสุดลง ผมสอบผ่านขึ้นเป็นนักเรียนนายร้อยชั้นปีที่ 2 ได้อย่างสง่างาม เลข 1 บนบ่าเปลี่ยนเป็นเลข 2 ยังความภาคภูมิใจให้แก่พ่อแม่ญาติสนิทมิตรสหายตลอดจนสัตว์เลี้ยงในบ้านเป็นอย่างยิ่ง

 จากนี้ไปผมกับเพื่อนๆ ก็จะมีสิทธิสมบูรณ์เท่าเทียมกับนักเรียนนายร้อยรุ่นพี่ทุกประการ ไปไหนมาไหนอย่างเสรี ไม่ต้องวิ่งไม่ต้องคอยหลบเพื่อไม่ให้รุ่นพี่เขาหมั่นไส้แล้วเรียกไปซ้อมเหมือนตลอด 1 ปีที่ผ่านมา

 เป็นวาระแห่งการจดจำอีกช่วงหนึ่งของชีวิตทีเดียวครับ พี่น้อง...


บัญชร ชวารศิลป์