ไลฟ์สไตล์

แพทยสภาชี้นพ.กุศลตรวจเลือดม็อบไม่ผิดจริยธรรม

แพทยสภาชี้นพ.กุศลตรวจเลือดม็อบไม่ผิดจริยธรรม

02 เม.ย. 2553

แพทยสภาชี้กรณีนพ.กุศล ไม่ผิดจริยธรรม ไม่ต้องสอบ เผย 8 เม.ย เตรียมถกกรณีหมอเจาะเลือดม็อบไปเททิ้ง แนะแพทย์ เคลื่อนไหว แสดงความเห็นการเมือง ให้ใช้นายนำหน้าชื่อ “จุรินทร์”ยืนยันทีมแพทย์พร้อมดูแลด้านการแพทย์ผู้ชุมนุม3เม.ย

 ที่แพทยสภา เมื่อวันที่ 2 เม.ย ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา กล่าวถึงกรณี นพ.กุศล ประวิชไพบูลย์ ว่า กรณี่ที่ออกมาพูดว่าเลือดผู้ชุมนุมมีเชื้อ 3 ชนิดว่า การออกมาพูดเพื่อให้ข้อมูลและเตือนให้ประชาชนระวังเป็นสิ่งที่ทำได้ ดังนั้นกรณีนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการรักษา จึงไม่เข้าข่ายทำผิดจริยธรรม ดังนั้นทางแพทยสภาคงจะไม่นำมาพิจารณา ส่วนที่มีการระบุว่า มีเลือดสัตว์ปนด้วยนั้น ศ.นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า อันนี้ก็ไม่เกี่ยวกับจริยธรรม ซึ่งทางผู้พูดต้องรับผิดชอบคำพูดของตัวเอง  หากมีใครเห็นว่าพูดเท็จ ไม่จริงก็สามารถดำเนินคดีอาญาได้  ก็ว่ากันไป  เมื่อถามว่า หากคนเสื้อแดงมาร้องที่แพทยสภาจะดำเนินการอย่างไร ศ.นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า การร้องเรียนสามารถทำได้ แต่กรณีไม่เข้าข่ายเนื่องจากไม่ใช่การรักษา

 นายกแพทยสภา กล่าวว่า ปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้นทางแพทยสภาไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยว  แต่กรณีที่มีแพทย์เข้าไปเกี่ยวข้องก็ต้องดูแล ดังนั้นอยากฝากไปยังแพทย์ทั้งหลายว่า การแสดงความเห็นหรือเคลื่อนไหวทางการเมืองเป็นสิทธิที่ทำได้แต่ไม่ควรใช้คำว่า นพ.นำหน้า อาจจะใช้คำว่า นายเท่านั้น หรือ จะใช้คำว่าหมอ เพราะคำว่าหมอนำหน้าไม่รู้ว่าเป็นหมออะไร เนื่องจากหมอมีหลายอย่าง หมอดู หรือ หมอนวดก็เรียกหมอเช่นกัน

 ศ.นพ.สมศักดิ์ กล่าวต่อว่าที่ผ่านมาแพทยสภาได้รับการร้องเรียนกรณีแพทย์บางคนไปเจาะเลือดให้ผู้ชุมนุมแล้วนำไปเท ซึ่งขอเรียนว่า กรณีนี้ไม่ใช่การประกอบวิชาชีพเวชกรรม ดังนั้นในการประชุมแพทยสภาวันที่ 8 เม.ย. นี้คงจะนำเรื่องนี้มาหารือกันว่า ควรจะนำมาพิจารณาจริยธรรมของแพทย์หรือไม่ และต้องส่งคณะอนุกรรมการจริยธรรมพิจารณาหรือไม่ ความจริงเราก็ไม่อยากจะเข้าไปยุ่ง แต่ก็อยากจะเตือนว่า การเจาะเลือดแล้วนำไปเทไม่ควรจะเกิดขึ้นอีก เพราะทำให้ภาพลักษณ์ประเทศเสียหายด้วย อีกทั้งเป็นความเชื่อส่วนบุคคล และเป็นความเชื่อทางไสยศาสตร์

“จุรินทร์”ยืนยันทีมแพทย์พร้อมดูแลด้านการแพทย์ผู้ชุมนุม3เม.ย

 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีแพทย์ออกมาให้ข่าวทางสื่อมวลชนเกี่ยวกับผลการตรวจเลือดของผู้ชุมนุม ว่า เรื่องนี้ได้ขอให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตรวจสอบดูว่าการตรวจเลือดที่ว่าได้ตรวจตามขั้นตอนกระบวนการตามที่อ้างในเอกสาร จริงหรือไม่   จะต้องรอให้ทางคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี   ได้แถลงให้ข้อมูลก่อน เมื่อทราบข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้ว กระทรวงสาธารณสุข จะนำมาพิจารณาว่ามีอะไรที่จะต้องดำเนินการต่อไปบ้าง

 นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า   ในส่วนการเตรียมการด้านการแพทย์และสาธารณสุขรองรับการชุมนุมของคนเสื้อแดงในวันที่ 3 เมษายนนี้   ศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์ฯยังคงใช้แผนเดิมคือแผนวงแหวน 3 ชั้นซึ่งเป็นแผนขั้นสูงสุด ได้รับรายงานเมื่อเช้าวันนี้ว่าแผนการปฏิบัติทั้งหมดมีความพร้อม      หากเกิดกรณีฉุกเฉินหรือมีผู้บาดเจ็บ   โดยจะมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

 แผนการเตรียมความพร้อม มี 2 ส่วนหลักๆ คือส่วนประจำที่ตั้ง คือที่โรงพยาบาล บุคลากร การเตรียมคลังเลือด อ๊อกซิเจนต่าง ๆ ไว้   ส่วนที่ 2 คือหน่วยเคลื่อนที่ พร้อมที่จะเข้าไปปฏิบัติช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บทันที หากมีการเคลื่อนตัวของผู้ชุมนุมและมีการเผชิญหน้ากัน สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติได้เตรียมรถพยาบาลเคลื่อนที่รองรับเหตุการณ์หากเกิดการบาดเจ็บ   ซึ่งรถพยาบาลเหล่านี้ จะมีการเตรียมเส้นทางที่จะเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ได้ตลอดเวลา