
ผอ.รามาปัดไม่เคยรับตรวจเลือดเสื้อแดง
ผอ.รามาฯ ปัดไม่เคยรับตรวจเลือดม็อบเสื้อแดง และไม่เคยรับบริการตรวจลักษณะนี้ หากส่งตรวจจริงต้องลงทะเบียนก่อน แถมไม่เคยรู้จัก หมอกุศล ขณะที่ ผอ.จุฬาฯ ยันไม่รับตรวจเช่นกัน เหตุไม่ใช่เลือดผู้ป่วย หากจะตรวจจริงต้องเป็นหน้าที่รัฐ
เมื่อวันที่ 1 เม.ย. รศ.นพ.ธันย์ สุภัทรพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงกรณีที่ น.พ.กุศล ประวิชไพบูลย์ และกลุ่มพี่น้องมหิดล ไปยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านนายอิสรา สุนทรวัฒน์ รองเลขาธิการนายกฯ ขอให้รัฐบาลออกมาตรการดูแลประชาชนที่ไปชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่อาจติดเชื้ออันเนื่องมาจากการเทเลือดไปตามสถานที่ต่างๆ
โดยระบุว่า จากการเก็บตัวอย่างเลือดของกลุ่มคนเสื้อแดงไปตรวจยังห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลรามาธิบดี พบเชื้อไวรัสติดต่อร้ายแรง 3 ชนิด คือ เชื้อไวรัสตับอักเสบบี เชื้อไวรัสตับอักเสบซี และเชื้อไวรัสเอชไอวี ว่า ไม่รู้จัก นพ.คนดังกล่าว และคิดว่า นพ.คนดังกล่าวก็คงไม่ได้ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลรามาธิบดี และไม่ได้เป็นคนของโรงพยาบาล ทั้งนี้จากการสอบถามไปยังหัวหน้าภาควิชาพยาธิวิทยา ก็ไม่พบว่า มีการส่งเลือดมาตรวจ อีกทั้งโรงพยาบาลรามาธิบดีไม่เคยให้บริการตรวจเลือดในลักษณะเช่นนี้ ดังนั้นยืนยันว่า โรงพยาบาลรามาธิบดี ไม่ได้ตรวจเลือดผู้ชุมนุมอย่างแน่นอน
เมื่อถามว่า คิดว่าทำไมมีการอ้างว่าเป็นผลปฏิบัติการโรงพยาบาลรามาธิบดี รศ.นพ.ธันย์ กล่าวว่า คงเป็นเพราะโรงพยาบาลเป็นองค์กรที่น่าเชื่อถือ แต่การจะเอาเลือดใครมาตรวจ จะต้องมีการลงทะเบียน มีผู้นำส่งตรวจ จู่ ๆ ใครจะเอาเลือดมาตรวจไม่ได้ ถ้ามีจริงทางหัวหน้าภาควิชาพยาธิวิทยาจะต้องรู้ ดังนั้นยืนยันว่า ไม่มีผลการตรวจเลือดในลักษณะนี้อย่างแน่นอน
ศ.นพ.อดิศร ภัทราดูลย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า ตามที่มีกระแสข่าวว่ามีการส่งตัวอย่างเลือดที่ผู้ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงเทสาดมาตรวจที่ห้องแล็บของโรงพยาบาลจุฬาฯ ยืนยันว่า ไม่มีการส่งตัวอย่างเลือดดังกล่าวมาตรวจอย่างแน่นอน และไม่ใช่หน้าที่ที่จุฬาต้องตรวจสอบ ซึ่งเลือดอย่างนี้ไม่ใช่ใครจะเอามาตรวจก็ได้ เพราะไม่ใช่เลือดของคนไข้ อีกอย่างก็น่าจะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลถ้าจะมีการตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม เราจะไม่มีทางรู้ว่าในเลือดมีเชื้อเอดส์ (HIV) ถ้าไม่ได้ตรวจก่อน ขณะที่อัตราการติดเชื้อเมื่อมีเลือดมาถูกร่างกายนั้น เป็นไปได้น้อย ถ้าร่างกายไม่มีแผลถลอก หรือบาดแผล แต่ถ้ามีแผลแล้วเลือดเข้าสู่ระบบเลือดก็จะเป็นอันตราย โดยเฉพาะจากเข็มเจาะเลือดที่มีเชื้อ
ด้าน นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงเรื่องผลการตรวจเลือด คงจะประสานไปยังทางโรงพยาบาลที่ตรวจก่อน อย่างไรก็ตามหากเลือดที่นำไปเทมีเชื้อเอชไอวี และไวรัสตับอักเสบจริง ในคนที่โดนเลือดสาดแล้วร่างกายมีบาดแผลอาจจะติดเชื้อได้ ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับความลึกของบาดแผล และเชื้อที่พบในเลือด นอกจากนี้ในกรณีที่สาดเข้าตาอาจจะทำให้ติดเชื้อได้มากกว่าทางอื่น



