ไลฟ์สไตล์

จับฉลากม.1คึกพลาดหวังยื่นเรื่อง4-5 เม.ย.

จับฉลากม.1คึกพลาดหวังยื่นเรื่อง4-5 เม.ย.

01 เม.ย. 2553

ภาพรวมจับฉลาก ผ่านไปด้วยความเรียบร้อย เด็กยังไม่มีที่เรียนเตรียมติดต่อขอยื่นความจำนงค์จับสรรที่เรียน 4-5 เม.ย.นี้

เมื่อวันที่ 1 เม.ย.เวลา 08.30 น. ที่โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ได้จัดให้มีการจับฉลากของนักเรียนในเขตพื้นที่บริการเพื่อเข้าเรียนในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยมีผู้ปกครองทยอยพานักเรียนมาตั้งแต่เวลา 07.30 น. เพื่อจัดลำดับในการจับฉลาก ซึ่งในครั้งนี้ นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ( กพฐ.) ได้มาร่วมเป็นสักขีพยานด้วย โดยทางโรงเรียนได้ให้นักเรียนมารวมตัวกันภายในห้องประชุม ให้นักเรียนนั่งบริเวณกลางห้องประชุมตามลำดับเลขที่ นักเรียนทกคนจะได้จับซองภายในมีฉลากอยู่ หากนักเรียนคนใดจับได้ซองที่มีฉลากสีน้ำเงินจะได้เข้าเรียนในโรงเรียน

 แต่หากได้สีชมพูจะไม่ได้เรียน โดยก่อนการจับฉลากทางโรงเรียนได้เชิญตัวแทนผู้ปกครอง 4 รายมาร่วมนับจำนวนซองที่ใช่ในการจับฉลากให้ครบตามจำนวนนักเรียนที่มาในครั้งนี้ โดยวิธีการจับฉลากทางโรงเรียนจะให้เจ้าหน้าที่เข็นรถที่มีตู้บรรจุซองเดินไปยังแถวของนักเรียนและหยิบซองขึ้นมาทีละคน จนครบทุกแถวจึงอนุญาตให้เปิดซองได้ ซึ่งก่อนจะหยิบซองนักเรียนหลายคนมีการยกมืออธิษฐานก่อนหยิบซอง อย่างไรก็ตาม ทันทีที่ได้รับอนุญาตให้เปิดซองก็จะได้ยินเสียงร้องดีใจทั้งจากนักเรียน และผู้ปกครองสำหรับคนที่จับได้ซองที่มีกระดาษสีน้ำเงิน ขณะที่บางคนก็ร้องไห้ที่พลาดโอกาสได้เรียนที่แห่งนี้

 ดร.สุวัฒน์ วิวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบดินทรเดชาฯ กล่าวว่า การรับนักเรียนม.1 ของโรงเรียนในวันสอบนั้นมีผู้สมัครสอบ 1,377 คน โดยจัดสอบทั้งในเขตพื้นที่บริการและนักเรียนทั่วไป แล้วมีผู้ผ่านการสอบจำนวน 360 คน ส่วนการจับฉลากรับนักเรียนในเขตพื้นที่บริการในวันนี้มีผู้มีสิทธิ์จำนวน 333 คน แต่สามารถรับได้ 120 คน ขณะที่จำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ อยู่ที่ 309 คน

 อย่างไรก็ตาม จุดเด่นของการจับฉลากทางโรงเรียนคือจะไม่ทำให้เด็กรู้สึกโดดเดียวโดยเฉพาะคนที่จับในลำดับท้าย ๆ รวมถึงจะไม่ปล่อยให้ผู้ปกครองเป็นกังวลว่าหากลูกของตนจับฉลากไม่ติดที่นี่จะไม่มีที่เรียน เพราะภายหลังเสร็จสิ้นการจับฉลากแล้วทางโรงเรียนจะเชิญผู้ปกครองและนักเรียนร่วมประชุมเพื่อทำความเข้าใจและบอกวิธีการในการยื่นแสดงความจำนงในการหาที่เรียนให้แก่นักเรียน รอบที่ 2 สำหรับการรับนักเรียน ม.4 โรงเรียนทำตามนโยบายของ ศธ. และ สพฐ. คือการรับนักเรียนชั้นม.3 โรงเรียนเดินให้ครบตามที่นั่งซึ่งในระดับม.4 มีแผนรับ 630 คน ขณะนี้ได้คัดนักเรียนสำหรับห้องเรียนพิเศษในด้านวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์แล้ว 30 คน นอกจากนี้ยังมีนักเรียนจากโรงเรียนอื่น ๆ มาสอบขึ้นบัญชีไว้อีก 55 คน ซึ่งหากในจำนวน 600 คนนั้นทำการสละสิทธิ์ก็จะพิจารณาคัดเลือกที่ขึ้นบัญชีไว้มาทดแทน

 “ในส่วนของการขยายห้องเรียน และการเปิดรับรอบ 2 ทางโรงเรียนจะรับได้จำนวนเท่าใดนั้นจะทราบภายหลังที่ได้มีการประชุมร่วมกับผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ (สพท.) กทม. เขต 2 ในวันที่ 7 เม.ย.นี้ แต่ทาง สพฐ.ได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ในเรื่องดังกล่าวไว้อยู่แล้วว่าแต่ละห้องเรียนให้มีนักเรียนได้จำนวน 40 คน กรณีขยายห้องเรียนจะต้องไม่เกิน 5 คน ซึ่งในระดับม.1นั้น โรงเรียนเปิดจำนวน 12 ห้องเรียนนักเรียน 40 คนต่อห้อง แต่ยืนยันว่าแม้ใน กทม.เขต 2 จะมีกรณีจำนวนนักเรียนล้นแต่สามารถแก้ไขได้ทุกปีซึ่งทุกคนจะได้มีที่เรียนแน่นอน”ดร.สุวัฒน์ กล่าว

 ด้าน นายชินภัทร กล่าวว่า ภาพรวมของการจับฉลากที่มีในทุกโรงเรียนนั้นเป็นไปอย่างเรียบร้อย ยังไม่มีการรายงานเรื่องความผิดปกติแต่อย่างใด ในส่วนของโรงเรียนบดินทรเดชาฯ มีนักเรียนมาจับฉลาก 309 คนรับได้ 120 คน ถือว่าอัตราการแข่งขันไม่สูงอยู่ที่ 3:1 ขณะที่บางโรงเรียนสูงถึง 7:1 ทั้งนี้ ในส่วนนักเรียนที่ยังไม่มีที่เรียนในขณะนี้ ทาง สพฐ.ได้เปิดให้มีการยื่นคำร้องเพื่อขอจัดสรรที่เข้าเรียนระหว่างวันที่ 4-5 เม.ย. ที่โรงเรียนที่อยู่ใกล้บ้านหรือที่ สพท. โดยการจัดสรรจะพิจารณาที่เรียนโดยดูโรงเรียนใกล้บ้าน โดยจะประกาศผลในวันที่ 8 เม.ย. รายงานตัววันที่ 9 เม.ย.ทั้งนี้ขอให้เชื่อมั่นว่า สพฐ.จะดูแลให้นักเรียนทุกคนมีที่เรียน และมีโรงเรียนเพียงพอกับการรองรับโดยทุกโรงเรียนที่จะจัดสรรให้นั้นเป็นโรงเรียนที่มีคุณภาพและมาตรฐาน

  ด.ญ.กฤติญาณ์ ไวทยาการ กล่าวว่า ตั้งใจอยากจะมาเรียนที่โรงเรียนบดินทรเดชาฯ เลยขอพ่อกับแม่ให้พามา โดยวันนี้ก็ได้จับฉลากเป็นคนแรก ก่อนจับก็อธิษฐานในใจว่าขอให้ได้ ส่วนตัวไม่ได้กดดันอะไร พ่อแม่ก็ไม่กดดันว่าจะต้องเรียนที่โรงเรียนไหน อย่างไรก็ตาม รู้สึกเสียดายที่ไม่ได้เรียนที่นี่แต่ก็คุยกับพ่อแม่ไว้แล้วว่าถ้าไม่ได้จริง ๆ ก็จะกลับไปเรียนที่โรงเรียนเดิม คือ โรงเรียนอุดมศึกษา

 ขณะที่ นายแวว มูลมืด อาชีพค้าขาย ผู้ปกครองของนักเรียนที่จับฉลากเข้าเรียน กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากที่ลูกจับฉลากเข้าเรียนที่โรงเรียนบดินทรเดชาฯได้ รอลุ้นผลการจับฉลากถึงตอนนี้ที่รู้ผลแล้วก็ยังตื่นเต้นอยู่ อย่างไรก็ตาม ตนและลูกมีความตั้งใจอยากจะได้เข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ เพราะบ้านอยู่ในพื้นที่ใกล้ ๆ โรงเรียน จึงอยากให้ลูกได้เรียนที่นี่โดยก่อนหน้านี้ลูกก็มาสมัครสอบแต่สอบไม่ติด แต่สุดท้ายก็มาติดในการจับฉลาก ซึ่งลูกก็ดีใจมาก ๆ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าจะมาจับฉลากก็ได้คุยกับลูกให้กำลังใจ แต่ยอมรับว่ากังวลกลัวว่าจะไม่ได้ก็มีการวางแผนเช่นกันว่าหากไม่ได้จริง ๆ จะยื่นเรื่องขอจัดสรรที่เรียนโดยตั้งใจจะระบุเลือกโรงเรียนบดินทรเดชาฯ เช่นเดิม