
คืนกล้วยไม้สู่ธรรมชาติ (10)
แต่สิ่งที่พบได้ในภายหลังจากผลการปฏิบัติ ถือว่ามีคุณค่าอย่างยิ่ง โดยหลังจากหวนกลับมามองที่ตัวเองก็คือ ทำให้รู้ชัดแจ้งว่านี่คือวิถีการเรียนรู้ถึงสัจธรรมของชายหนุ่มที่ชื่อ ระพี สาคริก ผู้รักและสนใจปฏิบัติบนรากฐานแนวคิดความเชื่อของตนให้รู้ถึงความจริงได้อย่า
เมื่อมาถึงบัดนี้ ยิ่งทำให้ฉันได้พบกับสัจธรรมอีกบทหนึ่งว่า “หากไม่มีวันนั้นย่อมไม่มีวันนี้” เพื่อนำมาถ่ายทอดสู่ชนรุ่นหลัง”
จากประสบการณ์ดังกล่าว น่าจะสอนสิ่งที่มีคุณค่าให้แต่ละคนผู้มีโอกาสสัมผัส เพื่อช่วยให้มองเห็นทิศทางหนึ่งซึ่งน่าจะมีภาพของสัจธรรมที่ต้องการเรียนรู้ให้เห็นได้อย่างชัดเจน เนื่องเพราะแนวคิดความรู้สึกที่หยิบยกมาเป็นตัวอย่างนี้ ถ้าคนเหล่านั้นไม่ยึดติดจนเกินไป ทุกคนมีโอกาสที่จะเข้าถึงความจริงได้เองอย่างเป็นธรรมชาติ เพราะมีคำตอบภายในตัวของมันเองรออยู่อย่างพร้อมมูลแล้ว
นั่นคือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นความจริง สามารถปฏิบัติได้และค้นได้ที่จิตใจตัวเองโดยแท้
สำหรับชีวิตบุคคลผู้ซึ่งยังคงเข้าไม่ถึง คงจะต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระแสและโอกาสซึ่งแต่ละคนพึงควรเรียนรู้จากรากฐานตนเองอย่างอิสระ ทำให้เชื่อมั่นว่าจากผลกระทบของการปฏิบัติที่ยังมีเงื่อนไขแฝงอยู่ในจิตใจตนเอง วันหนึ่งข้างหน้าไม่เร็วก็ช้าคงมองเห็นและนำมาใช้ประโยชน์ในการดำเนินชีวิตได้อย่างรู้คุณค่า
ในสังคมปัจจุบัน ภาพที่เห็นได้ชัดเจนและเชื่อว่ายังคงเห็นได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ก็คือ ภาพของสังคมปลายเหตุ หรืออีกนัยหนึ่ง สังคมซึ่งถือภาวะยึดติดอยู่กับภาพที่เปลือกนอกของสิ่งต่างๆ เข้าไปไว้ในรากฐานจิตใจตนเองอย่างลึกซึ้ง จึงถูกกำหนดโดยธรรมชาติที่ปรากฏอยู่ในจิตใจตัวเองให้มุ่งมองปัญหาด้วยทิศทางที่มุ่งออกไปสู่ภายนอกเหนือกว่าอีกด้านหนึ่ง โดยมองเน้นไปยังด้านที่เป็นรูปวัตถุด้วยน้ำหนักที่เหนือกว่า
เมื่อกล่าวถึง ธรรมชาติของกล้วยไม้ หรือแม้แต่ธรรมชาติเรื่องอื่นๆ ซึ่งร่างกายแต่ละคนสามารถจับต้องได้ หากมองย้อนกลับทิศทางหรือที่เรียกกันว่า “ทวนกระแส” ก็น่าจะเห็นภาพธรรมชาติของมนุษย์ ไม่เท่านั้นคงต้องค้นให้ลึกซึ้งย่อมพบว่ามี วิญญาณความรักความสนใจอันพึงนำความรู้สึกไปรู้ได้ถึงคุณค่าที่แท้จริง ดังที่ได้นำมาเขียนเป็นบทความไว้ในหนังสือชื่อ “กล้วยไม้ในดวงใจ” ในโอกาสที่วัยตนเองครบ 6 รอบ ของชีวิตฉัน
"ระพี สาคริก"



