
"ม็อบ"กับ"เด็ก"เรื่องเล็กๆที่พ่อแม่ต้องดูแลจิตใจลูก
ภาพผู้คนหลั่งไหลเข้าสู่เมืองกรุงตามการนัดหมาย แต่ละคนมาด้วยแววตามุ่งมั่น สวมใส่เสื้อสีเดียวกันบ่งบอกจุดยืนและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวอย่างชัดเจน เป็นภาพที่เราเห็นกันจนชินตา ไม่ว่าจะจากภาพข่าว หรือบนท้องถนนที่เราสัญจรไปมา
ท่ามกลางผู้คนมากมายที่มาชุมนุมกันนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเด็กเล็กๆ ที่น่าจะไม่เข้าใจสถานการณ์การเมืองดีนัก กระนั้น ก็ยังติดสอยห้อยตามคุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครอง จนกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของการชุมนุมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่า การพาเด็กเล็กเข้าร่วมชุมนุมนั้น จะส่งผลกระทบต่อเด็กๆ หรือไม่ อย่างไร?
พญ.รัตโนทัย พลับรู้การ กลุ่มงานจิตเวชเด็กและวัยรุ่น กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ให้คำตอบในประเด็นดังกล่าวว่า “พ่อแม่ผู้ปกครองที่พาบุตรหลานเข้าร่วมการชุมนุม อาจมีความคิดว่า ในการชุมนุมนั้นก็ไม่ได้มีความรุนแรงอะไร เพียงแค่ไปนั่งฟังการปราศรัย การพาเด็กๆ ไปเข้าร่วมจึงไม่น่าจะมีปัญหา แต่หากจะกล่าวกันจริงๆ ในเรื่องของความรุนแรงนั้น ไม่ได้หมายความถึงการทำร้ายร่างกายเท่านั้น แต่การใช้คำพูดที่รุนแรง น้ำเสียงดุดัน ก็ถือเป็นความรุนแรงได้ ดังนั้น เด็กๆ ที่เข้าร่วมการชุมนุม ได้ฟังการปราศรัยก็มีโอกาสที่จะซึมซับและเลียนแบบวิธีการพูดดังกล่าวได้
"ความเครียด ก็เป็นเหตุผลหนึ่ง ที่พ่อแม่ผู้ปกครอง ควรจะคำนึงถึงก่อนที่จะพาบุตรหลานเข้าร่วมชุมนุม เพราะด้วยสถานการณ์การรวมตัวของมวลชนที่ถูกกระตุ้นให้มีความฮึกเหิมอยู่ตลอดเวลา ย่อมทำให้บรรยากาศรอบๆ การชุมนุมเกิดความเครียดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งเด็กๆ เองเมื่อสัมผัสกับบรรยากาศดังกล่าว ก็จะทำให้เกิดความวิตกกังวล เครียด
โดยเฉพาะเด็กๆ วัยต่ำกว่า 6 ปี ที่พัฒนาการด้านอารมณ์ยังพัฒนาไม่เต็มที่ ไม่อาจจะแยกแยะหรือจัดการกับอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองได้อย่างเหมาะสม ก็จะได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดนี้โดยตรง จนอาจส่งผลให้เด็กๆ มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป งอแงมากขึ้น เบื่ออาหาร หรือกระทั่งนอนไม่หลับ ผนวกกับสภาพอากาศที่แปรปรวนของบ้านเราอากาศร้อน สลับฝนตกก็อาจจะทำให้เด็กๆ เป็นไข้หวัด ท้องร่วง และมีอาการเจ็บป่วยอื่นๆ เกิดขึ้นได้ง่าย”
กระนั้น แม้ว่าภาพของการชุมนุมแบ่งฝักแบ่งฝ่ายในสังคมไทยขณะนี้ แต่พ่อแม่ผู้ปกครอง อาจใช้โอกาสนี้ สอนบุตรหลานในเรื่องการยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง และการจัดการกับความขัดแย้งได้
สำหรับเด็กโต พญ.รัตโนทัย แนะนำว่า พ่อแม่ผู้ปกครองอาจใช้โอกาสนี้ พูดคุยกับลูกในเรื่องรับฟังความคิดเห็นต่าง ชี้ให้ลูกเห็นว่า การมีความคิดเห็นไม่ตรงกันในบางเรื่อง เป็นสิ่งธรรมดาที่เราจะพบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน และเมื่อใดก็ตามที่เรามีความคิดเห็นไม่ตรงกับคนอื่น สิ่งที่ต้องทำคือพูดคุยเพื่อหาข้อสรุป และหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง โดยอาจจะยกตัวอย่างการเจรจาของผู้นำทั้งสองฝ่ายที่เกิดขึ้นให้ลูกเห็นภาพ
"พ่อแม่ผู้ปกครอง ควรระมัดระวังการเปิดรับสื่อต่างๆ โดยเฉพาะรายการข่าว ไม่ควรมากเกินไป เพราะอาจทำให้เด็กๆ เกิดความเครียด และหากชมรายการข่าวกับลูก ก็ควรให้คำแนะนำ เมื่อมีภาพข่าวที่ส่อถึงความรุนแรง ทั้งนี้ไม่เฉพาะเรื่องของการชุมนุมแต่รวมถึงความรุนแรงอื่นๆ ด้วย” พญ.รัตโนทัย กล่าว
คำกล่าวที่ใช้กันมาทุกยุคทุกสมัยว่า เด็กๆ เปรียบเสมือผ้าขาว ยังคงเป็นจริงอยู่เสมอ เพราะเด็กๆ จะเติบโตขึ้นมาเป็นอย่างไรนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการแต่งแต้มจากผู้ใหญ่อย่างเราๆ นั่นเอง และแม้ว่าสังคมไทยถูกแบ่งขั้ว แต่จำเป็นด้วยหรือที่อนาคตของชาติ จะต้องเติบโตขึ้นมาพร้อมกับสีแห่งความขัดแย้ง
หรือเราในฐานะพ่อแม่ผู้ปกครองที่ต่างถวิลหาความสามัคคีปรองดอง จะปล่อยให้ผ้าขาวเหล่านี้ เป็นสีขาวไปให้นานที่สุดตามธรรมชาติของพวกเขา ด้วยความหวังว่า สังคมไทยในภายภาคหน้าจะไม่มีสีที่แตกต่าง แต่จะมีเพียงผ้าขาวที่เติบโตไปตามวัย ด้วยหัวใจที่เป็นสีเดียวกัน



