
วธ.วอนแดงกลับบ้านสืบสานประเพณีสงกรานต์
วธ.วอนเสื้อแดงกลับบ้านสืบสานวันสงกรานต์-อยู่กันพร้อมหน้าครอบครัวตามประเพณี หันหน้าประพฤติดี-ทำบุญตักบาตร ปลัดวธ.รณรงค์ให้คนไทยทั้งประเทศใช้ของไทยในเทศกาลสงกรานต์
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2553 นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวในการแถลงข่าวการจัดกิจกรรม “สงกรานต์ไทย ใช้ของไทย วัฒนธรรมสรรค์สร้าง เศรษฐกิจสร้างสรรค์” ที่กระทรวงวัฒนธรรม ว่า ในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2553 นี้ วธ.ในฐานะที่มีภารกิจในการรณรงค์ใช้วัฒนธรรมนำสู่เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ จึงขอเชิญชวนประชาชนพร้อมใจกันปฏิบัติตามประเพณีดั้งเดิมของไทย ด้วยการอุดหนุนชุดรดน้ำสงกรานต์ ซึ่งเป็นสินค้า นำไปใช้ในการส่งความปรารถนาดีต่อกัน รวมถึงใช้สำหรับแสดงความกตัญญูต่อญาติผู้ใหญ่ที่เคารพ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างงานและกระจายรายได้ให้กับผู้ประกอบการสินค้าทางวัฒนธรรม และยังเป็นการสืบสานประเพณีดั้งเดิม
“ชุดรดน้ำสงกรานต์จะมีสิ่งของจำเป็นใช้ตามประเพณี ประกอบด้วย น้ำอบไทย แป้งร่ำ พวงมาลัยดอกไม้ บุหงา ผ้าไทย และหัตถกรรมไทยเครื่องจักสาน เป็นต้น โดยทั้งหมดเป็นสินค้าที่เกิดจากการพัฒนาต่อยอดนำสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ นอกจากนี้ วธ. ได้เตรียมการรณรงค์ผ่านทางสื่อวิทยุและโทรทัศน์ทั่วประเทศ พร้อมจัดทำบัตรอวยพรวันสงกรานต์ในรูปแบบ 3 มิติ เพื่อให้ผู้สนใจนำไปเขียนคำอวยพรมอบแก่กัน โดยสามารถดาวน์โหลดผ่านทางเว็บไซต์กระทรวงวัฒนธรรม www.m-culture.go.th” ปลัดวธ. กล่าว
เรืออากาศเอกสุริยะ ศึกษากิจ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ถนนราชดำเนิน ว่า เนื่องในโอกาสวันสงกรานต์ซึ่งเป็นวันที่ทุกคนในครอบครัวจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน ดังนั้นตนคิดว่าทุกคนที่มาชุมนุมก็คงอยากกลับบ้าน อยากเจอพ่อแม่พี่น้องอยากไปร่วมทำบุญด้วยกัน จึงขอเชิญชวนประชาชนและกลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนาเพื่อเป็นการปฏิบัติตามประเพณีไทยดั้งเดิม
“ขอวิงวอนนะครับ ถ้าเป็นไปได้ก็เชิญนะครับ ทำให้ครอบครัวท่านรู้สึกอบอุ่นนะครับ ดีกว่ามานั่งอยุ่ที่กรุงเทพฯ แดดก็ร้อนนะครับ สาดน้ำก็ไม่รู้จะเอาน้ำที่ไหนสาดกัน ผมว่าช่วงสงกรานต์เรากลับไปพบครอบครัว กลับไปอยู่กับผู้ใหญ่ที่เคารพรัก ทำตัวทำความประพฤติให้ดีๆ ร่วมตักบาตรร่วมกัน ทำอะไรให้รู้สึกว่าเรามีกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว ผมว่ามันเป็นอะไรที่ดีกว่าและรู้สึกสบายใจ” ผช.รมว.วธ. กล่าว



