ไลฟ์สไตล์

"จันทร์ จิตธรรม"พลิกวิกฤติแล้ง 
สูบน้ำขายทำเงินเดือน4หมื่น

"จันทร์ จิตธรรม"พลิกวิกฤติแล้ง สูบน้ำขายทำเงินเดือน4หมื่น

01 เม.ย. 2553

ขณะที่บ้านแต่ละบ้านกำลังเผชิญอยู่กับปัญหาความแห้งแล้งอย่างหนัก ปัจจัยหลักคือน้ำ ซึ่งทุกสิ่งมีชีวิตจะขาดไม่ได้ ดังหมู่บ้านปากแซง หมู่บ้านเก่าแก่อายุหลายร้อยปีแห่ง ต.พะลาน อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี ที่ตั้งอยู่บนริมฝั่งแม่น้ำโขง มีจำนวนประชากร 750 คน รวม 155 ครั

  ทว่า ทุกปีเมื่อเข้าสู่ฤดูแล้ง แหล่งท่องเที่ยวนี้จึงหนีไม่พ้นเรื่องของการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะในปีนี้ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักเมื่อระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดต่ำลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ส่งผลให้น้ำที่มีอยู่ใต้ดินและบนผิวดินก็ได้ลดระดับพร้อมกับแห้งขอดตามแม่น้ำโขงด้วย ดังนั้น จึงไม่แปลกเลยที่ชาวบ้านในพื้นที่หมู่บ้านปากแซงแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ จะประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำอย่างหนักดังที่กล่าวโดยทั่วหน้ากัน

 จันทร์ จิตธรรม ในวัย 45 ปี ชาวบ้านนาตาล ยึดอาชีพสูบน้ำขายเสริมควบคู่การทำนาข้าว โดยหลังเสร็จฤดูเก็บเกี่ยวข้าวนาปี เขาได้นำเครื่องสูบน้ำขนาดเล็ก พร้อมถังน้ำมันเก่า ขนาดบรรจุ 200 ลิตร จำนวน 6 ถัง ขึ้นรถกระบะคู่ชีพออกไปสูบน้ำที่บ่อน้ำตำบลใกล้เคียง โดยได้ซื้อถังละ 5 บาท จากนั้นนำมาขายให้ชาวบ้านตามหมู่บ้านต่างๆ ใน 3 ตำบล คือ ต.นาตาล ต.พะลาน และ ต.กองโพน ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกัน ประมาณ 40 หมู่บ้าน เป็นประจำทุกวัน

 วิธีปฏิบัติที่ผ่านมา จันทร์ เล่าว่า เขาต้องตื่นนอนตั้งแต่ตีห้า จากนั้นก็นำรถออกไปสูบน้ำในแหล่งน้ำแห่งหนึ่งที่ได้ประมูลไว้ในราคาถังละ 5 บาท จากนั้นก็จะนำน้ำมาส่งให้ชาวบ้านตามครัวเรือนต่างๆ ที่สั่งจองไว้ล่วงหน้า ที่แต่ละวันมักมีผู้จองไว้ก่อนมากกว่า 10 ราย

 "แต่ละวันผมจะส่งน้ำได้ประมาณ 15-20 เที่ยว โดยแต่ละเที่ยวจะได้เงิน 180 บาท เมื่อหักค่าน้ำมันรถ ค่าลงทุนซื้อน้ำออกแล้ว จะเหลือเที่ยวละประมาณ 120 บาท ทำให้ในเดือนหนึ่งๆ ผมจะมีรายได้เฉลี่ย 4-5 หมื่นบาท"

 จันทร์ บอกอีกว่า ด้วยปีนี้ในพื้นที่ประสบปัญหาแล้งอย่างหนัก น้ำของเขาจึงขายดีมาก บางวันกว่าจะเข้าถึงบ้านก็ 2-3 ทุ่ม เพราะเขาเองถูกบางครอบครัวที่มีสระน้ำของตัวเอง แต่ไม่ได้สูบน้ำขึ้นมาใช้ ก็มาว่าจ้างตนเป็นคนนำน้ำมาใส่โอ่งให้ และหากไม่ไกลจนเกินไปเขาก็จะลดค่าบริการลงมา จึงเป็นที่พอใจของลูกค้าทุกราย

 กว่า 5 ปี ที่ยึดอาชีพนี้ จันทร์สามารถเก็บเงินสร้างบ้านได้ 1 หลัง ขณะที่ครอบครัวก็มีใช้จ่ายอย่างพอเพียง และมีเงินเก็บอีกก้อนซึ่งทุกบาททุกสตางค์ เขายอมรับว่าเป็นเงินที่หามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงจากการขายน้ำเป็นส่วนใหญ่ พร้อมย้ำจุดยืนจะยึดอาชีพนี้ตลอดไป
         
"กฤษณะ วิลามาศ"