Lifestyle

7 วิธีป้องกันผิวหน้าจาก "ริ้วรอย" และ "ความหย่อนคล้อย"

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

7 วิธีป้องกันผิวหน้าจาก "ริ้วรอย" และ "ความหย่อนคล้อย" ถ้าไม่อยากเจอกับริ้วรอยและใบหน้าที่ขาดความกระชับก่อนวัย ต้องทำอย่างไรบ้าง

เชื่อว่าหลายคนเข้าใจดีว่า “ริ้วรอย” และ “ความหย่อนคล้อย” คือศัตรูตลอดกาลของใบหน้า ซึ่งเป็นสัญญาณธรรมชาติของอายุที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการเผชิญหน้ากับมลภาวะและเงื่อนไขการดำเนินชีวิตต่างๆ ในแต่ละวันก็สามารถทำให้เกิดความหย่อนคล้อยได้ นับเป็นความกลุ้มใจของคนใครหลายๆ คน ในบทความนี้จะพาไปศึกษาว่าถ้าไม่อยากเจอกับริ้วรอยและใบหน้าที่ขาดความกระชับก่อนวัย ต้องทำอย่างไรบ้าง

 

ป้องกันผิวหน้าของคุณจาก “ริ้วรอย” และ “ความหย่อนคล้อย” ด้วย 7 วิธีง่ายๆ ทำได้ทุกวัน

 

1.ดื่มน้ำให้เพียงพอ

บางครั้งชีวิตประจำวันอาจทำให้คุณต้องเจอกับอาการผิวแห้งและขาดน้ำ เช่น ต้องขลุกอยู่ในห้องแอร์ทั้งวัน หรืออาบน้ำร้อนเป็นประจำ ซึ่งทำให้ผิวหนังมีความแห้ง หยาบกร้าน แตก และลอกเป็นขุยได้ รวมไปถึงผิวที่ขาดน้ำเนื่องจากมีน้ำอยู่ในชั้นผิวหนังน้อยจนขาดความชุ่มชื้น การดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8 แก้ว จะช่วยให้ผิวสามารถรักษาความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่น ทำให้มีส่วนช่วยลดการเกิดผิวหย่อนคล้อยได้

 

2.เลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

อาหารที่อุดมด้วยผลไม้ ผัก และอาหารที่ไม่ขัดสีอื่นๆ สามารถช่วยบำรุงผิวและทำให้ผิวดูสุขภาพดีและอ่อนเยาว์ได้ วิตามิน A และ C ที่พบในผักและผลไม้ช่วยเพิ่มการผลิตคอลลาเจนและเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว กรดไขมันโอเมก้า 3 ที่พบในปลาที่มีไขมันและถั่ว สามารถเพิ่มความชุ่มชื้นและความเนียนให้กับผิวหนังได้ โปรตีนซึ่งพบในเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน นม และพืชตระกูลถั่ว มีความจำเป็นต่อการซ่อมแซมและผลัดเซลล์ผิวใหม่

รวมไปถึงสารต้านอนุมูลอิสระที่พบในชาเขียวและดาร์กช็อกโกแลต ก็มีส่วนช่วยปกป้องผิวเช่นกัน นอกจากนี้ การจำกัดการบริโภคอาหารแปรรูป น้ำตาล และแอลกอฮอล์ที่มีส่วนทำให้เกิดการอักเสบและแก่ก่อนวัย ยังส่งผลดีต่อสุขภาพผิวอีกด้วย

 

3.พักผ่อนให้เพียงพอ

การนอนหลับที่เพียงพอและมีคุณภาพสามารถส่งผลดีต่อผิวหนัง และชะลอการเกิด "ความหย่อนคล้อย" ได้ โดยทำให้ร่างกายสามารถซ่อมแซมและฟื้นฟูตัวเองในช่วงที่ร่างกายนอนหลับ เพราะระหว่างที่หลับ กระบวนการต่างๆ ของร่างกายจะทำงานได้เร็วขึ้น ส่งผลให้การไหลเวียนโลหิต รวมไปถึงการผลัดเปลี่ยนเซลล์ และการผลิตคอลลาเจนสามารถทำงานได้ดีขึ้น ในทางกลับกัน การอดนอนอาจทำให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติของผิวลดลงและเกิดการอักเสบเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดผิวหย่อนคล้อยได้ง่ายขึ้น การตั้งเป้าการนอนหลับอย่างมีคุณภาพให้ได้ 7-9 ชั่วโมงต่อคืน และนอนด้วยท่านอนหงาย และใช้หมอนหนุนคอ จะสามารถช่วยลดรอยเหี่ยวย่นที่เกิดจากการนอนและรักษาความยืดหยุ่นของผิวได้อีกด้วย

 

4.หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่

การสูบบุหรี่ทำลายผิวหนัง มีส่วนทำให้ผิวหนังสูญเสียความยืดหยุ่นและเกิดความหมองคล้ำและความหย่อนคล้อยได้ การเลิกสูบบุหรี่หรือหลีกเลี่ยงควันบุหรี่มือสองสามารถช่วยปกป้องผิวจากนิโคตินในบุหรี่ ที่มีส่วนทำให้เกิดหลอดเลือดตีบตันและลดการไหลเวียนของเลือดไปยังผิวหนัง และการสูดดมควันยังสามารถก่อให้เกิดอนุมูลอิสระที่เป็นอันตรายและทำลายเซลล์ผิว มีส่วนทำให้ผิวหน้าดูแก่ก่อนวัย การสูบบุหรี่ยังลดปริมาณออกซิเจนและสารอาหารที่จำเป็นต่อสุขภาพผิวของร่างกาย นอกจากนี้ การแสดงสีหน้าซ้ำๆ เมื่อสูบบุหรี่ เช่น การเม้มปากและหรี่ตา สามารถนำไปสู่การพัฒนาของริ้วรอยและเพิ่มลักษณะของผิวที่หย่อนคล้อยได้

 

5.ทาครีมกันแดด

แสงแดดระหว่างวันนั้นมีผลต่อผิวหนังเป็นอย่างมาก รังสียูวีสามารถทะลุผ่านผิวหนังและทำลายโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงเส้นใยคอลลาเจนและอิลาสตินซึ่งช่วยเสริมความยืดหยุ่นของผิว เมื่อเวลาผ่านไป อาจนำไปสู่การสูญเสียความยืดหยุ่นและความกระชับส่งผลให้ผิวหย่อนคล้อย เพื่อปกป้องผิวจากอันตรายของแสงแดด สิ่งสำคัญคือต้องทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF50+ ทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมงเมื่ออยู่กลางแจ้ง สวมเสื้อผ้าที่ปกปิดผิวหนังและหาที่ร่มในช่วงเวลาที่มีแสงแดดจ้า

 

6.ดูแลผิวให้เหมาะกับสภาพผิว

ในขั้นตอนของการดูแลผิวอย่างการใช้สกินแคร์ เราควรทำความเข้าใจก่อนว่าผิวหน้าของเราเป็นประเภทไหน เพราะสกินแคร์ต่างๆ ถูกออกแบบมาให้เข้ากับสภาพผิวที่แตกต่างกัน เช่น ผิวมัน ผิวแห้ง ผิวผสม หรือผิวขาดน้ำ การใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่เหมาะสมจะสามารถช่วยปกป้อง บำรุง และเติมสารอาหารให้ผิวได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ การมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมอย่างเช่น สารต้านอนุมูลอิสระ เรตินอล และคอลลาเจน จะช่วยบำรุงผิวให้แข็งแรง กระชับ เพิ่มความยืดหยุ่นและช่วยลดการเกิด "ความหย่อนคล้อย" ได้

 

7.หลีกเลี่ยงการทำทรีตเมนต์ที่รุนแรงหรือเสียดสี

ควรหลีกเลี่ยงการทรีตเมนต์ที่รุนแรง เช่น การขัดหรือการสครับผิวมากเกินไป เนื่องจากอาจทำให้ผิวหนังเสียหายมากขึ้นและอาจทำให้ผิวหนังหย่อนคล้อยได้ ทรีตเมนต์ในลักษณะนี้สามารถดึงเอาน้ำมันตามธรรมชาติออกจากผิวหนังและทำให้เกิดการอักเสบ ซึ่งจะทำให้ผิวหนังอ่อนแอลงและทำให้สูญเสียความยืดหยุ่น อาจส่งผลให้ผิวหย่อนคล้อยและทำให้ ริ้วรอย และรอยเหี่ยวย่นดูแย่ลง สิ่งสำคัญคือต้องเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่อ่อนโยนและบำรุงผิว และหลีกเลี่ยงการทำทรีตเมนต์ที่รุนแรงหรือเสียดสี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณกังวลเรื่องผิวหย่อนคล้อย ให้เลือกใช้ทรีตเมนต์ที่ช่วยผลิตคอลลาเจนและปรับปรุงความชุ่มชื้นของผิวแทน เช่น การบำรุงผิวหน้าด้วยมาสก์ที่มีส่วนผสมที่อ่อนโยนต่อผิวและเพิ่มความชุ่มชื้น

 

การทำสิ่งเหล่านี้เป็นประจำทุกวัน นอกจากจะช่วยให้ผิวหน้าดูดีและเต่งตึงขึ้นแล้วยังทำให้สุขภาพดีขึ้นด้วย แต่หากลองทำแล้วยังไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงเท่าที่ควร เพราะด้วยปัจจัยในชีวิตประจำวันต่างๆ ที่ทำให้คุณนั้นต้องเผชิญกับความเครียดและการทำงานหนัก หลายๆ คนจึงอยากลองใช้วิธีที่เห็นผลชัดเจนขึ้นอย่างการทำ Thermage นวัตกรรมที่ช่วยกระตุ้นให้ผิวหนังสร้างคอลลาเจนใหม่ จนบริเวณที่หย่อนคล้อยจะถูกยกกระชับให้เต่งตึงมากยิ่งขึ้น แถมยังลดเลือนรอยย่นบนหน้าผาก ตีนกาและร่องแก้ม ไขมันใต้ผิวหนังลดลง ผิวดูเปล่งปลั่งสุขภาพดี จึงทำให้การทำเทอร์มาจกลายเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก

ใครที่สนใจ แต่ลังเลว่าจะทำ Thermage ที่ไหนดี สามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Lovely Eye & Skin Clinic เคล็ดลับความงามรูปแบบใหม่ ให้บริการทำ Thermage Double Perfect Power Face FLX ยกกระชับแบบใหม่ล่าสุด

 

ติดต่อ Lovely Eye & Skin Clinic ได้ที่:

Line: @Lovelyeye | Facebook: Lovely Eye & Skin Clinic

โทร. (+66) 2382 0045, (+66) 61407 6444

หรือมาที่ ชั้น 2 โครงการ PARKLANE เอกมัย 08.00-20.00 (เปิดทุกวัน)

 

logoline