ไลฟ์สไตล์

 หวั่นราคายางร้อนกระทบภาพรวมพุ่งทะลุกิโลละ100 บาท-นัดถกผู้ส่งออก 3 ชาติ

หวั่นราคายางร้อนกระทบภาพรวมพุ่งทะลุกิโลละ100 บาท-นัดถกผู้ส่งออก 3 ชาติ

30 มี.ค. 2553

ราคายางพุ่งแตะกิโลกรัมละ 100 บาท แนวโน้มทะยานต่อ กรรมการนโยบายยางห่วงกระทบภาพรวม นัดถกประเทศผู้ส่งออกยาง 3 ชาติ ร่วมกำหนดราคาให้เหมาะสม หวังแตะเบรกราคาที่ร้อนแรง

 นายศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้หลายฝ่ายเริ่มกังวลถึงผลกระทบจากราคายางที่สูงขึ้นต่อภาพรวมของสถานการณ์ยางในอนาคต ดังนั้นเพื่อสร้างเสถียรภาพราคายาง คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติจึงเห็นชอบให้ไทยเจรจากับประเทศผู้ส่งออกยาง ทั้ง 3 ประเทศ คือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม ในการร่วมกันกำหนดราคายางที่เหมาะสม ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมการเจรจากับเวียดนาม คาดว่าจะหารือและได้ผลสรุปเบื้องต้นในเร็วๆ นี้

 "ยางราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ยางสังเคราะห์มีราคาสูงตาม และในอุตสาหกรรมรถยนต์หันมาใช้ยางธรรมชาติมากขึ้น จึงเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าราคายางพารายังเป็นที่ต้องการของตลาด แต่ราคายางควรจะอยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป เพื่อให้ทุกห่วงโซ่อยู่ได้ โดยราคายางที่เหมาะสมในขณะนี้ควรอยู่ที่กิโลกรัมละ 80 บาท" นายศุภชัย กล่าว

 ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา ราคายางปรับตัวสูงขึ้น แตะกิโลกรัมละ 100 บาททุกประเภท และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะยางในเขตภาคใต้ เป็นช่วงปิดหน้ากรีดทำให้น้ำยางออกสู่ตลาดน้อย ในขณะที่จีนผู้นำเข้ารายใหญ่ยังสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง เพื่อป้อนให้แก่อุตสาหกรรมยางรถยนต์ ที่เริ่มฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลก โดยเฉลี่ยความต้องการยางของโลกจะขยายตัวประมาณ 3% ต่อปี ประเทศที่มีการใช้ยางมากที่สุดคือ จีน อินเดีย และเกาหลีใต้

 สำหรับปี 2553 คาดว่าไทยจะส่งออกยางได้ประมาณ 2.85 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 5.5% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ราคาที่เกษตรกรขายได้ในปีนี้เฉลี่ยจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 80 บาท สูงกว่าปีที่ผ่านมาที่มีราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 70 บาท จากต้นทุนการผลิตอยู่ที่กิโลกรัมละ 40 บาท

 นายวิทย์ ประทักษ์ใจ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) กล่าวว่า จากราคายางที่สูงขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรสนใจขยายพื้นที่ปลูกยางมากขึ้น โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ปัจจุบันพื้นที่ปลูกยางของไทยมีทั้งสิ้น 16,716,945 ไร่

 ขณะที่ราคาซื้อขายยางแผ่นรมควันชั้น 3 ในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย หรือ เอเฟท ในช่วงต้นสัปดาห์นี้ปรับขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่เปิดซื้อขาย โดยราคายางส่งมอบเดือนเมษายน 2553 และต่อเนื่องมาในเดือนส่งมอบพฤษภาคม 2553 มีราคาปิดสูงขึ้นแตะที่ระดับ 114.00 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นราคาสูงสุดนับเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่เปิดทำการซื้อขายมา โดยบรรยากาศการซื้อขายยางในช่วงต้นสัปดาห์นี้คึกคักมาก ราคายางมีการปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง