ไลฟ์สไตล์

วช.สร้างอาชีพชาวบ้านวังศิลา

วช.สร้างอาชีพชาวบ้านวังศิลา

30 มี.ค. 2553

ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาผมมีโอกาสไปดูงานที่บ้านวังศิลา ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมากับคณะของรองเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ "กฤษณ์ธวัช นพนาคีพงษ์"

ซึ่งวันนี้ไม่เพียงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อเท่านั้น ยังเป็นแหล่งปลูกอ้อย ปลูกมันสำปะหลัง และข้าวโพดที่สำคัญของชาวบ้านที่นี่ ได้ยึดเป็นอาชีพหลัก สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวมาหลายชั่วอายุคน 

 แต่ด้วยความสมัครสมานสามัคคีของคนในชุมชน ประกอบกับมีผู้นำที่เข้มแข็ง สร้างความเจริญมาสู่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง จึงได้รับเลือกจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ให้เป็นชุมชนต้นแบบ "ผลิตเอทานอลด้วยพลังงานแสงอาทิตย์" โดยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มทธ.) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.) ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ

 ส่วนการผลิตเอทานอลได้ใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต จากนั้นก็จะนำเอทานอลที่ผลิตได้ไปเป็นส่วนประกอบในการทำผลิตภัณฑ์ เช่น เจลล้างมือ "วังศิลากรีน" ซึ่งขณะนี้ได้สร้างรายได้เสริมให้แก่ชาวบ้านอย่างเป็นกอบเป็นกำ ไม่แพ้อาชีพหลัก กากตะกอนหลังผ่านกระบวนผลิตก็จะนำไปทำปุ๋ยอินทรีย์ ส่วนน้ำจากกากส่าก็นำไปรดต้นไม้หรือพืชผลทางการเกษตร เช่น อ้อย ข้าวโพดและไม้ผลต่างๆ คือทำกันแบบครบวงจร

 จากนี้ไปไม่ว่าราคาอ้อยตกต่ำ มันสำปะหลังมีปัญหา ข้าวโพดไม่มีตลาดรองรับ ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเกษตรกรชุมชนบ้านวังศิลาอีกต่อไป เพราะหากผลผลิตทางการเกษตรเหล่านี้ราคาตกต่ำ ขายไม่ได้ ไม่ต้องนำมาเททิ้ง ประท้วงรัฐบาลให้แก้ปัญหา แต่จะนำมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเอทานอลแทน นี่คือทางออกของปัญหาที่มาจากความคิดของคนในชุมชน โดยการสนับสนุนจากหน่วยงานรัฐ 

 ไม่เฉพาะบ้านวังศิลาเท่านั้นที่สร้างแบบอย่างการรวมกลุ่มของชุมชนเข้มแข็ง จนก่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ชุมชนอย่างหลากหลาย แต่ยังมีกลุ่มอื่นๆ อีกมากมาย ที่สร้างผลิตภัณฑ์จนได้รับการยอมรับจากลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ ในสังกัดกรมส่งเสริมสหกรณ์ ที่วันนี้ต้องยอมรับว่าผลิตภัณฑ์ฝีมือของสมาชิกเหล่านี้กลายเป็นสินค้ายอดนิยม ไม่เฉพาะคนไทยเท่านั้น แต่ยังส่งออกไปจำหน่ายยังต่างแดนอีกด้วย

ด้วยความหวังและตั้งใจของกรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยท่านอธิบดี "ฉกรรจ์ แสงรักษาวงศ์" อยากให้คนไทยได้ใช้ผลิตภัณฑ์ฝีมือคนไทยคุณภาพส่งออก จึงจัดงานมหกรรมสินค้าสหกรณ์ประจำปี 2553 ขึ้น ณ ชั้นจี และบริเวณ อไลฟ์ ปาร์ค ห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต จ.ปทุมธานี ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม-6 เมษายน หวังกระตุ้นและส่งเสริมการขาย เปิดตลาดจัดจำหน่ายสินค้าคุณภาพจากเกษตรกร พร้อมประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ของสหกรณ์ให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปอีกด้วย สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่กรมส่งเสริมสหกรณ์โทร.0-2628-5536 ทุกวันในเวลาราชการ

สุรัตน์ อัตตะ