
จัดวันอนุรักษ์มรดกไทยเทิดพระเกียรติพระเทพฯ
วธ.จัดงานใหญ่ วันอนุรักษ์มรดกไทย เทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ อธิบดีกรมศิลป์เผยช่างลงรักปิดทอง-ตืทองแผ่ลวดใกล้สูญ เหตุไร้คนสืบทอด ปัจจุบันเหลือภูมิปัญญาเพียง 5 คนเท่านั้น
เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2553 นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวในการเป็นประธานแถลงข่าวจัดกิจกรรมเนื่องวันวันอนุรักษ์มรดกไทย เพื่อเทิดพระเกียรติวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันที่ 2 เมษายน ว่า การจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ ปีนี้จัดภายใต้หัวข้อ “งานช่างกับมรดกศิลปวัฒนธรรม โดยจะเน้นช่างพื้นบ้าน เพื่อแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองทางศิลปวัฒนธรรมที่เป็นรากฐานความเป็นชาติ ที่สำคัญเป็นการเผยแพร่ภูมิปัญญาของช่างพื้นบ้านที่ได้สร้างสรรค์งานที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติ ที่จะต้องช่วยกันอนุรักษ์ไว้คู่สังคมไทย
รมว.วธ. กล่าวอีกว่า สำหรับกิจกรรมประกอบไปด้วย การจัดทำสารคดีเทิดพระเกียรติวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เพื่อออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยในวันที่ 2 เมษายน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวคำปราศรัยเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย นอกจากนี้ยังจะมีการจัดสัปดาห์อนุรักษ์มรดกไทยวันที่ 2-4 เมษายน ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และวันที่ 6-8 เมษายน ณ อุทยานการเรียนรู้ (Tk Park) โดยจะมีการจัดนิทรรศการหัวข้องานช่างพื้นบ้านกับการสืบสานงานมรดกทางศิลปวัฒนธรรมไทย พร้อมทั้งสาธิตงานช่างฝีมือช่างพื้นบ้านจากจังหวัดต่างๆ อาทิ งานช่างลายน้ำ ช่างปั้นปูนสด ช่างแกะสลักไม้ ช่างสลักหนัก ช่างเบญจรงค์ ช่างตอกกระดาษ ซึ่งนับวันจะหาชมได้ยาก
นายเกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ปัจจุบันผู้เชี่ยวชาญด้านช่างสาขาต่างๆกำลังประสบปัญหาขาดผู้สืบทอด อาทิ ช่างลงรักปิดทอง และตีทองแผ่ลวด แผ่หนัง เพราะปัจจุบันเยาวชนและประชาชนไม่นิยมงานลงรักปิดทอง ปัจจุบันมีช่างลงรักปิดทองที่ยึดรูปแบบตามสมัยโบราณเหลือเพียง 5 คนเท่านั้น ส่วนใหญ่จะเป็นช่างรักเทียมจำนวนมาก ที่ได้ประยุกต์รูปแบบสมัยใหม่เข้าแทน อย่างไรก็ตามกรมศิลปากรได้จัดทำโครงการฟื้นฟูและสืบทอดงานช่างรัก เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เนื่องจากพระองค์ทรงสนพระทัยเรื่องดังกล่าว โดยเร็วๆนี้จะจัดสัมมนาร่วมกับประเทศเวียดนาม จีน และญี่ปุ่น เนื่องจากพบว่ายังสามารถรักษาองค์ความรู้เกี่ยวกับเครื่องรักและสืบทอดช่างรักได้อย่างดี ซึ่งหากมีการสัมมนาแลกเปลี่ยนความรู้และแนวทางในการอนุรักษ์ เชื่อว่าน่าจะนำมาประยุกต์ใช้ได้ นอกจากนี้ยังร่วมมือกับกรมป่าไม้ ฟื้นฟูการปลูกต้นรัก เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบสร้างงานเครื่องรัก เนื่องจากขณะนี้ปริมาณต้นรักลดลงมาก



