
คมเลนส์ส่องพระประจำวันอาทิตย์ที่28มี.ค.2553
*** มาจนถึงวันนี้ การชุมนุมของ คนเสื้อแดง ยังมีอยู่ จะลงเอยกันอย่างไร ไม่มีใครทราบ ก็ต้องอดทนกันต่อไป แต่ที่แน่ๆ คือ ข่าวจาก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ที่กล่าวว่า ผลกระทบจากการชุมนุมของ กลุ่มเสื้อแดง ต่อสถานการณ์การท่องเที่ยวในเมื
น จากปกติที่มีรายได้ประมาณ ๑,๔๐๐ ล้านบาท/วัน รวมมูลค่าความเสียหายถึงขณะนี้ เกือบ ๒,๐๐๐ ล้านบาท...ขณะเดียวกัน งานสงกรานต์ ที่ จ.เชียงใหม่ ยอดจองโรงแรมลดวูบ แม้จะมีการลดราคาที่พักถึง ๕๐% เหลือคืนละ ๘๐๐-๒,๐๐๐ บาท ฟรีอาหารเช้า และไม่คิดค่าเพิ่มเตียงเสริมก็ตาม...ความคึกคักของ งานสงกรานต์ อันเป็นจุดขายของ จ.เชียงใหม่ ยังอยู่ในสภาพซบเซา นี่คือ...วิกฤติการณ์จากความวุ่นวายของเมืองไทย ในยามนี้...
** เริ่มแล้ว เทศกาลเช็งเม้ง ของคนไทยเชื้อสายจีนในเมืองไทย ตั้งแต่วันอาทิตย์นี้ไปจนถึงวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๓ เริ่มทยอยกันไปประกอบพิธีที่ฮวงจุ้ย เพื่อจะได้ไม่ต้องแออัดในวันสุดท้าย...นับเป็นเทศกาลใหญ่อีกเทศกาลหนึ่ง ที่สอนให้ลูกหลานชาวจีนได้มีความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพชนของตนเอง ไม่ว่าจะอยู่ ณ แห่งหนตำบลไหน เมื่อถึง วันเช็งเม้ง ลูกหลานทุกคนจะต้องเดินทางกลับไปบ้านเดิม เพื่อเซ่นไหว้บรรพชนผู้ล่วงลับไปแล้ว...โอกาสนี้ในบางท้องถิ่น โดยเฉพาะที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มักจะมีการจัดงาน ชุมนุมศิษย์เก่า ของแต่ละสถาบันการศึกษา โดยกำหนดเอาวันที่ ๓-๔ เมษายน ของทุกปี เพราะในช่วงนี้จะมีศิษย์เก่าเดินทางกลับบ้านเดิมเป็นจำนวนมาก การจัดงานจึงมักจะประสบความสำเร็จ...
** นานแล้วที่ไม่ได้ขึ้นไปแวะเยี่ยม พรรค คูวิบูลย์ศิลป์ เจ้าของร้าน มหาวัน บนชมรมพระเครื่องมณเฑียรพลาซา ถนนสุรวงศ์ สนามพระติดแอร์ ที่ได้ชื่อว่า สนามพระไฮโซ เพราะแต่ละร้านล้วนได้คัดเลือกเอาเฉพาะพระแท้สวยคมชัดและดูง่าย ไว้บริการลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจ ที่มีเวลาว่างช่วงเย็นไปจนมืดค่ำ สนามพระแห่งนี้จึงเปิดบริการในช่วงเวลาดังกล่าว...ไปครั้งนี้ปรากฏว่า ร้านของพรรคได้ปรับปรุงโฉมใหม่ ภูมิฐานกว่าเก่ามาก แต่พระหลักยอดนิยมที่เปิดขาย ก็ยังคงเป็นราคากันเองเหมือนเดิมทุกอย่าง พร้อมทั้งรับประกันว่าเป็น พระแท้ ทุกองค์ อย่างเช่น พระรอด พิมพ์ใหญ่ กรุวัดมหาวัน จ.ลำพูน องค์ในภาพนี้ ซึ่งมีความสวยคมชัดลึกเป็นพิเศษ แถมยังเป็นพระเนื้อ สีเขียวมอย (เขียวแกมส้ม) ซึ่งเป็นสีที่หายาก พบเห็นน้อย สีที่พบเห็นบ่อย คือ สีอิฐ
** พระรอด เป็นตระกูล ลำพูน เพียงพิมพ์เดียว ที่ขุดพบเฉพาะที่กรุวัดมหาวัน กรุพระอื่นๆ ในเมืองลำพูน จะไม่มีพระพิมพ์นี้ ผิดกับ พระคง ซึ่งมีอยู่ทั่วทุกกรุของเมืองลำพูน ** พระรอด กรุวัดมหาวัน มีทั้งหมด ๕ พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง พิมพ์เล็ก พิมพ์ตื้น และพิมพ์ต้อ องค์สวยๆ เช่าหากันที่หลักแสนขึ้นไปถึงหลักล้าน อายุความเก่า ๑,๒๐๐ ปี สร้างในสมัย พระนางจามเทวี ผู้ครองนครหริภุญไชย โดยมีฤาษีผู้มีเวทมนต์ขลัง เป็นผู้ดำเนินการจัดสร้าง และปลุกเสก
** ทุกวันนี้ พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ จ.ปัตตานี มีราคาเช่าหาถึงหลักแสนปลายๆ ไปจนถึงหลักล้านกันแล้ว หลายพิมพ์ด้วยกัน อาทิ พระหลวงพ่อทวด หลังเตารีด พิมพ์ใหญ่ เนื้อนวโลหะ (เนื้อกลับดำ) ที่ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร (พระองค์ชายกลาง) ทรงได้รับอนุญาตจาก พระอาจารย์ทิม ให้จัดสร้างขึ้นด้วยกรรมวิธีเททองหล่อแบบโบราณ ณ วัดคอกหมู กทม. พร้อมกับ เนื้อทองผสม ซึ่งมีทั้งพิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง และพิมพ์เล็ก เมื่อ พระอาจารย์ทิม ได้ประกอบพิธีปลุกเสกเสร็จแล้ว ในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๐๕ ที่วัดช้างให้ ก็ได้เปิดโอกาสให้ชาวบ้านซึ่งมารอกันเต็มลานวัดตั้งแต่เช้าวันนั้น ได้ทำบุญบูชากันไปตามที่ต้องการ โดยเนื้อทองผสม พิมพ์ใหญ่ กลาง เล็ก ทำบุญองค์ละ ๓๐ บาท ส่วน พิมพ์หลังตัวหนังสือ (รูปเหมือนปั๊มเนื้อทองแดงรมดำ พิมพ์ใหญ่ และพิมพ์เล็ก) ทำบุญองค์ละ ๒๐ บาท (ทุกวันนี้เช่าหากันองค์ละหลายพันบาท ขึ้นไปถึงหลักหมื่นก็มี) ขณะที่ หลังเตารีด พิมพ์ใหญ่ เนื้อทองผสม เช่าหากันที่หลักแสนต้นๆ และ หลังเตารีด พิมพ์ใหญ่ เนื้อนวโลหะ (กลับดำ) เช่าหากันที่หลักแสนปลายๆ อย่างเช่นองค์ที่เห็นนี้ สวยสมบูรณ์คมชัดทุกซอกมุม ราคาเฉียดล้าน เป็นพระของ ชัยนฤทธิ์ เพชรพันธุ์ทอง เซียนใหญ่สายตรงพระหลวงพ่อทวด
** สำหรับ พระหลวงพ่อทวด หลังเตารีด พิมพ์ใหญ่ เนื้อนวโลหะ (กลับดำ) มีจำนวนหนึ่งที่ พระองค์ชายกลาง ได้ถวายแด่ พระอาจารย์ทิม พระจำนวนนี้ ไม่มีการตอกโค้ดใดๆ ทั้งสิ้น อีกจำนวนหนึ่ง พระองค์ชายกลาง ได้นำกลับกรุงเทพฯ พระจำนวนนี้ ได้ตอกโค้ดตัว ฉ (ตัวย่อจากพระนามของพระองค์) ๑ ตำแหน่งบ้าง หลายตำแหน่งบ้าง ไม่แน่นอน และบางองค์ได้ตอกโค้ดตัว หลวงพ่อทวด วัดช้างไห้ (ใช้ไม้มลาย) และ ตัวเลขไทย อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้ง ๓ อย่างก็มี พระองค์ไหนที่มีโค้ดเหล่านี้ จะมีราคาแพงขึ้นกว่าองค์ที่ไม่มีโค้ด
** ลงภาพ พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ รุ่น เลขใต้ฐาน (เบตง) ปี ๒๕๐๕ มาแล้วหลายองค์ด้วยกัน ยังไม่เคยได้ลงภาพองค์ที่มี เลขตอง กันเลย วันนี้ โชคดีได้ภาพมาแล้ว พระหลวงพ่อทวด รุ่น เลขใต้ฐาน องค์หมายเลข 111 เป็นพระของ หนุ่ม อิงค์ไอซ์ ศิษย์หลวงพ่อทวด ตู้พระบน ชมรมพระเครื่องมรดกไทย ชั้น ๓ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน คนหนุ่มสายเลือดใหม่ แต่ใจถึง กล้าซื้อพระองค์นี้ในราคาเป็นล้าน จนเป็นที่ฮือฮากันตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เวลานี้มีคนขอซื้อต่อ โดยให้กำไรถึงเป็นล้านเช่นกัน แต่ หนุ่ม อิงค์ไอซ์ บอกว่ายังหวงอยู่ เอาไว้ให้พอใจในตัวเลขก่อน แล้วค่อยว่ากัน
** พระหลวงพ่อทวด รุ่น เลขใต้ฐาน เป็นการขออนุญาตจัดสร้างขึ้นโดย ท่านสวัสดิ์ โชติพานิช อดีตประธานศาลฎีกา เมื่อปี ๒๕๐๕ ขณะไปรับราชการเป็นผู้พิพากษาศาลจังหวัดเบตง อ.เบตง จ.ยะลา เพื่อหารายได้ถวาย วัดพุทธาธิวาส อันเป็นวัดใหญ่ของ อ.เบตง ที่มีรูปเหมือน หลวงพ่อทวด ประดิษฐานอยู่ด้วย พระรุ่นนี้สร้างโดยวิธีเททองหล่อแบบโบราณ เป็นช่อๆ ใต้ฐานองค์พระเมื่อตัดออกจากช่อแล้ว ได้เจาะรูเพื่อบรรจุผงว่านหลวงพ่อทวด รุ่นแรก ปี ๒๔๙๗ โดย หลวงปู่โต๊ะ เป็นผู้ประกอบพิธี และปลุกเสก นอกจากนี้ พระอาจารย์ทิม ก็ได้ปลุกเสกอีกวาระหนึ่ง พระทุกองค์ได้ตอกตัวเลขอารบิก กำกับองค์พระ เรียงตามลำดับ ตั้งแต่เลข 1 ถึง 999 ตามจำนวนสร้าง (๙๙๙ องค์) โดยได้เผื่อเสียไว้อีกจำนวนหนึ่ง ทุกวันนี้พระแต่ละองค์ซื้อขายกันทีหลักแสนปลายๆ หากเป็น เลขสวย ก็ต้องว่ากันที่หลักล้าน และหากเป็น เลขตอง ก็ต้องหลายล้านขึ้นไป โดยเฉพาะเลข 111 หรือ 999 มีผู้สนใจเป็นพิเศษ
** พระหลักล้าน ที่มีการซื้อขายกันบ่อยๆ คือ พระหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จ.พิจิตร ยิ่งแพงยิ่งมีคนต้องการกันมาก โดยเฉพาะองค์สวยคมชัดมากๆ เปลี่ยนมือกันทีหนึ่งก็ต้องเป็นเงินหลายล้านบาทขึ้นไป วันนี้มีภาพมาให้ชมเป็นวิทยาทาน ๒ องค์ คือ รูปหล่อพิมพ์นิยม และ พิมพ์ขี้ตา ๕ ชาย จะได้เห็นถึงความแตกต่างของพระ ๒ พิมพ์นี้ โดยมีภาพมาให้ชมกันทั้ง ๕ ด้าน ด้วยความเอื้อเฟื้อจาก เสี่ยเวกัส มรดกไทย ผู้เป็นเจ้าของพระ รายนี้เช่าหนักมาโดยตลอด ชนิดที่เรียกว่า ถูกๆ ไม่ (ซื้อ) แพงๆ ซื้อหมด (หากถูกใจ) เน้นเฉพาะ พระหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน และ พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ใครมีองค์สวยอยู่ในมือ ไปเสนอขายได้ รับรองรับเงินสดๆ กลับบ้านอย่างแน่นอน
** พระหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน มี ๔ พิมพ์ คือ พิมพ์จอบเล็ก พิมพ์จอบใหญ่ (สมัยก่อนเรียกว่า แบบแบน) รูปเหมือนพิมพ์ขี้ตา และ พิมพ์นิยม (สมัยก่อนเรียกว่า แบบกลม)โดยเชื่อกันว่า พิมพ์จอบเล็ก กับ พิมพ์ขี้ตา สร้างขึ้นมาก่อน โดยฝีมือช่างชาวบ้าน ส่วน พิมพ์จอบใหญ่ กับ พิมพ์นิยม สร้างในเวลาต่อมา โดยฝีมือช่างที่ว่าจ้างไปจากบ้านช่างหล่อ พรานนก ธนบุรี
** พระหลวงพ่อเงิน พิมพ์ขี้ตา หล่อสร้างทีละองค์ โดยเททองทางด้านใต้ฐาน แบบหยอดแป้งขนมครก ทำให้ผิวพระใต้ฐานไม่สม่ำเสมอกัน สูงๆ ต่ำๆ หากสูงมากเกินไป วางตั้งไม่ได้ ก็ต้องตกแต่งด้วยตะไบ ส่วน พระหลวงพ่อเงิน พิมพ์นิยม เททองแบบพระกริ่ง เป็นช่อๆ ช่อละหลายองค์ แต่ละองค์จะมีชนวนก้านช่อที่ใต้ฐานองค์พระ เมื่อเลื่อยออกไปแล้วจะปรากฏเป็นร่องรอยของก้านช่ออยู่ ดังภาพที่เห็นนี้ ** สำหรับ พระหลวงพ่อเงิน พิมพ์ขี้ตา จะมีเศษโลหะเล็กๆ ที่ขอบตาทั้งซ้ายและขวา ดูเหมือนกับ ขี้ตา จึงเอาชื่อนี้มาเรียกเป็นชื่อพิมพ์ แยกออกเป็นพิมพ์ ๓ ชาย ๔ ชาย และ ๕ ชาย องค์ในภาพนี้เป็น พิมพ์ขี้ตา ๕ ชาย
** อ.สมเกียรติ โล่ห์เพชรัตน์ นักวิชาการ ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับพระพุทธรูปในเมืองไทยหลายเล่ม ได้กล่าวถึงเรื่อง พระปางซุ้มเรือนแก้ว ว่า เป็นปางหนึ่งที่อยู่ในพระพิมพ์ตระกูล พระยอดขุนพล ความหมายของพระปางนี้ คือ เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งปางสมาธิ หรือปางมารวิชัย อยู่ในซุ้มเรือนแก้ว มีแท่นและซุ้มเรือนแก้วอยู่ด้านหลัง หรือรอบพระวรกาย ตามพุทธตำนานกล่าวไว้ว่า หลังจากพระองค์เสร็จจากการเดินจงกรมแก้วแล้ว ทรงกลับมาประทับนั่งในซุ้มเรือนแก้ว ที่เทวดาเนรมิตถวาย ทรงพิจารณาธรรมอยู่ในเรือนแก้วถึง ๗ วัน แต่มีบางตำนานกล่าวว่า การสร้างพระพุทธรูปพร้อมกับซุ้มเรือนแก้ว หมายถึง เป็นการยกย่องพระองค์ให้เป็นถึงองค์จักรวาลทิน ผู้ครอบครองอาณาเขตแห่งจักรวาล”...ในวงการพระเครื่อง พระยอดขุนพล ที่ได้รับการยกย่องว่า มีความสวยงามอลังการที่สุดคือ พระยอดขุนพล กรุวัดราชบูรณะ จ.พระนครศรีอยุธยา สร้างโดย เจ้าสามพระยา โดยล้อพิมพ์ พระยอดขุนพล เมืองลพบุรี ซึ่งถือว่าเป็นองค์ต้นแบบของตระกูล พระยอดขุนพล อีกเมืองหนึ่งที่มีการสร้าง พระยอดขุนพล คือ เมืองกำแพงเพชร
** สำหรับ พระยอดขุนพล กรุวัดราชบูรณะ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นพระเนื้อชินเงิน มีปรอทขาวเคลือบผิวพระตลอดทั้งองค์ เสริมสร้างความงดงามยิ่งขึ้น ขนาดองค์พระค่อนข้างเขื่อง คือ กว้างประมาณ ๓.๕ ซม. สูงประมาณ ๕ ซม. ราคาเช่าหาอยู่ที่หลักแสนขึ้นไป องค์ในภาพนี้เป็นพระของ ท่านสมเกียรติ ภู่ธงชัยฤทธิ์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ผู้สนใจสะสมพระเครื่องตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นนักเรียนอยู่ที่ จ.ชัยนาท จนถึงทุกวันนี้
** ชรินทร์ สงขลา ให้สัมภาษณ์ในคอลัมน์ เส้นทางนักพระเครื่อง เมื่อวันอาทิตย์ก่อนว่า เหรียญพระเกจิอาจารย์สายใต้ยุคเก่า ที่มีความชื่นชอบเป็นพิเศษอีกเหรียญหนึ่งคือ เหรียญหลวงพ่อเทศน์ โยธารักษ์ วัดวิชิตดิตถาราม (วัดคอกช้าง) อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ออกในงานทำบุญครบ ๖๐ ปี พ.ศ.๒๔๘๐ เป็นเหรียญที่ออกแบบได้คลาสสิกมาก เหรียญรูปไข่ รูปหลวงพ่อห่มคลุมครึ่งองค์ ใต้รูปหลวงพ่อมีรูปเสือ (เข้าใจว่าท่านเกิดปีเสือ-ขาล) เป็นเหรียญเนื้อทองแดงกะไหล่ทอง หูเชื่อม ห่วงเชื่อม ปั๊มกระบอก (ขอบกระบอก-ไม่มีรอยเลื่อย หรือรอยตัดขอบ) จำนวนสร้างคาดว่าไม่มากนัก สนนราคาเช่าหาอยู่ที่หลักแสนปลายๆ นับเป็นเหรียญหายากอีกเหรียญหนึ่งของวงการ
** หลวงพ่อเทศน์ โยธารักษ์ (พระครูประสงค์สารการ) ท่านเกิดเมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๔๒๑ ที่ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี อุปสมบทเมื่ออายุได้ ๒๑ ปี โดยมี พระครูโสภณเจตสิการาม (คง) เป็นพระอุปัชฌาย์ ท่านเป็นพระที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือมาก ด้วยความรู้ในเรื่องสมุนไพร ทำให้ชาวบ้านได้อาศัยยาของท่านในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ จนเป็นที่เลื่องลือไปทั่ว ในด้านคาถาอาคม ท่านก็มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ ถึงได้อนุญาตให้จัดสร้างเหรียญรูปเหมือนของท่านขึ้นมาได้ เพราะโดยทั่วไป พระเกจิอาจารย์สายใต้ หากไม่มีความรู้ในด้านคาถาอาคมถึงขั้น จะไม่กล้าออกเหรียญรูปเหมือนตัวเองอย่างเด็ดขาด ด้วยความเชื่อว่า หากไม่แน่จริง ขืนออกเหรียญไปก็จะเป็นที่ตำหนิของครูบาอาจารย์ท่านอื่น ที่อาวุโสกว่านั่นเอง
** พระพุทธนิรโรคันตราย เป็นพระพุทธรูปประจำรัชกาลใน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ผู้พระราชทานก่อตั้ง กรมการรักษาดินแดน โดยที่เห็นว่า พระนามของพระพุทธรูปองค์นี้ มีความหมายถึง การปราศจากซึ่งภยันตรายทั้งปวง เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๑ พลโทยุทธ สมบูรณ์ เจ้ากรมรักษาดินแดน กระทรวงกลาโหม จึงได้นำพุทธลักษณะของพระพุทธรูปองค์นี้มาถอดแบบพิมพ์สร้างเป็น พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ สถาปนาให้เป็นพระพุทธรูปประจำสี่มุมเมืองของไทย จึงนิยมเรียกกันว่า พระสี่มุมเมือง มีพุทธลักษณะ เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งปางสมาธิราบ หน้าตักกว้าง ๔๙ นิ้ว หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ ตามแบบพระพุทธรูปศิลปะสุโขทัย จำนวน ๔ องค์ โดย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จฯ ทรงประกอบพิธีเททองหล่อ ณ กรมการรักษาดินแดน ต่อมาคณะกรรมการได้นำ พระพุทธรูปทั้ง ๔ องค์นี้ ขึ้นน้อมเกล้าฯ ถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อพระราชทานแก่ ๔ จังหวัด เมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๑๑ อันได้แก่ จ.ราชบุรี จ.ลำปาง จ.พัทลุง และ จ.สระบุรี และในพิธีเททองหล่อ พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ ครั้งนั้น ได้หล่อ พระพุทธรูปองค์จำลอง ที่มีพุทธลักษณะเช่นเดียวกันนี้อีกจำนวนหนึ่ง มีขนาดหน้าตักกว้าง ๗ นิ้ว และ พระชัยวัฒน์ ขนาดเล็กสำหรับบูชาติดตัว อีกจำนวนหนึ่ง เพื่อเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญบูชาเป็นการกุศลในครั้งนั้นด้วย เต้ สระบุรี ในฐานะที่เป็นชาวสระบุรี อันเป็นสถานที่ประดิษฐาน พระสี่มุมเมือง องค์หนึ่ง จึงได้ทำบุญบูชา พระสี่มุมเมือง (จำลอง ๗ นิ้ว) เอาไว้ด้วย คือองค์ในภาพนี้ นับเป็นผู้โชคดีอย่างที่สุด ที่มีโอกาสได้เป็นเจ้าของพระพุทธรูปสำคัญ อันมีความหมายที่ดียิ่ง เอาไว้สักการบูชาเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต พร้อมกันนี้มี ข่าวดี ที่จะแจ้งให้ทราบว่า ในระหว่างวันที่ ๒๗ มีนาคม ถึงวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๓ นี้ ทาง จ.สระบุรี ได้จัด เทศกาลฉลองพระพุทธรูปสี่มุมเมือง ขึ้นที่บริเวณ วัดศาลาแดง ตรงกันข้ามกับศาลากลางจังหวัดสระบุรี ผู้ที่มีจิตศรัทธาเลื่อมใส ขอเชิญสักการบูชาขอพร พระสี่มุมเมือง องค์ประจำ จ.สระบุรี ในวันดังกล่าวได้ตลอดเวลา และท่านที่สนใจศึกษาและสะสม พระเครื่องเมืองสระบุรี ในวันอาทิตย์ที่ ๔ เมษายน ชมรมพระเครื่อง จ.สระบุรี ได้จัดนิทรรศการพระเครื่อง จ.สระบุรี และ การประกวดพระเครื่อง จ.สระบุรี ขึ้น ณ บริเวณศาลาอเนกประสงค์ ศาลากลางจังหวัด ในงานมีการจัดแสดงพระเครื่อง และประวัติพระเครื่องชั้นนำ ผู้ที่ส่งพระเข้าประกวด และได้รับรางวัลชนะเลิศพระแต่ละรายการ จะได้รับ หนังสือรวมเล่มพระเครื่อง จ.สระบุรี ฉบับสมบูรณ์ จัดพิมพ์ครั้งแรก ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่คณะกรรมการจัดงาน โทร.๐๘-๕๙๕๕-๖๐๓๓
** วางตลาดแล้ว นิตยสาร สปีริต ฉบับใหม่ ปก พระสมเด็จ พิมพ์ใหญ่ วัดระฆัง พร้อมกับเรื่องจากปก และภาพพระสมเด็จ พิมพ์ใหญ่ อีกมากมาย, รุ่นเก๋าเล่าเรื่อง เบี้ยแก้ หลวงปู่บุญ, ๑๐ อันดับพระล้านนา, พระยอดนิยมองค์แชมป์ตระการตา, สันติ อรุณศิริ ไขปริศนาเหรียญพระพุทธชินราช ๒๔๗๑ ของ วัดบางคา จ.ฉะเชิงเทรา, ซอกแซกบ้านเซียน สัมภาษณ์ ธเนศ จันทร์ผล (เต้ สระบุรี) ฯลฯ ทุกเรื่องยังคงเข้มข้นสมกับเป็นหนังสือพระฉบับมาตรฐาน ** นิตยสาร พุทธคยา ฉบับใหม่ของ ป๋อง สุพรรณ อ่านเรื่องจากนักเขียนกิตติมศักดิ์ พระร่วงยืน กรุวัดไผ่แหลม พระปิดตาหลวงปู่เกิด วัดบางเดื่อ เหรียญพระอาจารย์สิงห์ เนื้อทองคำ และภาพพระเครื่องแท้ ที่เปิดราคาให้เช่าอย่างกันเอง
** นิตยสาร ศึกษาและสะสม ฉบับใหม่ เน้นภาพใหญ่ๆ สวยคมชัด พระสมเด็จ วัดระฆัง องค์สวยสมบูรณ์สุดๆ ในฉบับอ่านเรื่อง พระวัดพลับ เหรียญพระครูจิ่น วัดวังยาวบน หลวงพ่อพรหม วัดขนอนเหนือ เหรียญเม็ดแตง หลวงพ่อทวด พิมพ์ ณ แตก หนังสือเลยหู ฯลฯ
** ขอแสดงความยินดีกับ ภิยวัฒน์ วัฒนายากร (แต๊ก สงขลา) ที่ได้ฤกษ์งามยามดี เข้าสู่พิธีมงคลสมรสกับสาวงามผู้โชคดี อัญมณี เลิศล้ำไตรภพ (เหมี่ยว) โดยมี ท่านสวัสดิ์ วัฒนายากร องคมนตรี และ คุณหญิงปานจิตต์ วัฒนายากร เป็นประธานในพิธีฯ งานเลี้ยงรับรอง ณ ห้องสมิหลา ๑ โรงแรม บี.พี.สมิหลาบีช สงขลา วันอังคารที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๘.๐๐ น. งานนี้มีผู้ใหญ่และเพื่อนๆ ในวงการพระจากกรุงเทพฯ เดินทางไปร่วมแสดงความยินดีหลายท่านด้วยกัน ** คมเลนส์ส่องพระ วันนี้มีเนื้อมากกว่าครึ่งหน้า คงสมอุราแฟนานุแฟนพอสมควร และต้องขออภัยที่ไม่มีคอลัมน์ เส้นทางนักพระเครื่อง เนื่องจากเนื้อที่ไม่พอ...พบกันใหม่ในวันเสาร์ และวันอาทิตย์ ต่อไป ขอขอบพระคุณ...นะมัสเต ***



