
ไม่จ่ายค่าเดินทาง...ออกไป
สามีถูกให้ออกจากงาน เพราะร้องขอให้เจ้าของบริษัทช่วยค่าเดินทาง กรณีไปทำงานนอกสถานที่คนละครึ่ง ทั้งๆ ที่ไปทำงานให้แก่บริษัท ซึ่งตามกฎหมายนายจ้างมีหน้าที่จัดหายานพาหนะให้แก่ลูกจ้าง หากให้ลูกจ้างไปปฏิบัติงานนอกสถานที่
เจ้าของบริษัทบอกไม่จ่าย ถ้าเรื่องมากก็คงทำงานร่วมกันไม่ได้ จึงแจ้งสามีว่า "ไม่ผ่านทดลองงาน" ให้สิ้นสุดการทำงานและหักค่าบัตรพนักงานมหาโหด ใบละ 300 บาท แพงมากทั้งๆ ที่เป็นบัตรธรรมดา
บริษัทนี้ทำถูกต้องตามกฎหมายหรือเปล่าคะ
อากิโกะ
ตอบ
กองนิติการ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ชี้แจงว่า การทำงานนอกสถานที่ ต้องดูในสัญญาว่าจ้างว่า ระบุเงื่อนไขไว้อย่างไร ต้องจ่ายเงินค่าเดินทางเท่าไหร่ หรือต้องจ่ายหรือไม่ อย่างไร หากในสัญญาว่าจ้างไม่ได้ระบุไว้ นายจ้างก็มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธไม่จ่ายค่าเดินทางได้
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 71 ระบุว่า กรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างเดินทางไปในท้องที่อื่น ที่ไม่ใช่สถานที่ทำงานปกติ และเป็นวันหยุดของลูกจ้าง ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างรายวันสำหรับการเดินทางนั้น ผู้ที่เป็นลูกจ้างประจำไม่อยู่ในข่ายคุ้มครองของมาตรานี้
กรณีที่ลูกจ้างตกลงกับนายจ้างไม่ได้ กระทั่งนายจ้างให้ออกจากงานในช่วงที่อยู่ระหว่างทดลองงาน โดยอ้างเหตุผลแบบนี้ถือว่า ไม่เป็นธรรมต่อลูกจ้าง เนื่องจากการประเมินการทำงานของลูกจ้าง น่าจะมีหลักเกณฑ์ที่เป็นมาตรฐาน แต่ทั้งนี้ หากนายจ้างไม่พึงพอใจที่จะทำงานกับลูกจ้าง นายจ้างมีสิทธิที่จะให้ออกได้ตามกฎหมาย
ส่วนที่ถูกหักเงินค่าบัตรพนักงาน ตามที่แจ้งมาค่อนข้างแพงนั้น บริษัททำไม่ถูกต้อง เนื่องจากตามมาตรา 76 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ระบุว่า ห้ามมิให้มีการหักค่าจ้าง เว้นแต่หักเป็นภาษี หรือหักเป็นเงินประกัน และงานที่นายจ้างให้ทำ ไม่เกี่ยวกับการเงิน หรือทรัพย์สินของนายจ้าง นายจ้างไม่สามารถหักเงินได้
ลุงแจ่ม



