ไลฟ์สไตล์

เกษตรแคมป์“ร้อยเอ็ด”แปรองค์ความรู้เป็นเงิน

เกษตรแคมป์“ร้อยเอ็ด”แปรองค์ความรู้เป็นเงิน

28 มี.ค. 2553

“ถ้าไม่มีแผนธุรกิจเกษตรแคมป์ก็คงไม่ได้เรียนรู้ว่าการทำธุรกิจจริงๆ เขาทำกันอย่างไร ต้องขอบพระคุณอาจารย์ทุกคนที่มีส่วนในการส่งเสริม ทำให้นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการอาชีวะสร้างสรรค์ แปรผันสู่ธุรกิจปี 2552 ได้นำความรู้ที่ได้ในห้องเรียนมาลงมือปฏิบัติ เชื่อว่าเ

แนน จีระวรรณา มาโยธา นักศึกษาชั้นปวส.2 สาขาการบัญชี วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด กล่าว

 แผนธุรกิจเกษตรแคมป์ ภายใต้การระดมสมองของพี่ปวส.2 "แนน" จีระวรรณา “เอ็กซ์" ปิยะพงษ์ เทอดวงค์วิโรจน์ และ “อี๋" ชาติชาย โพธิ์ชัย สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ และน้องปวช.3 "แจ๊ค" อดิศักดิ์ ทูลธรรม และปวช.2 “เมย์" พงค์ศิริ อรุณสิงห์ประทีป สาขาพณิชยการ โดยมี อ.สุพรรณี จันทะเกิด แผนกวิชาบริหารธุรกิจ เป็นที่ปรึกษา และสนับสนุนให้เข้าร่วมโครงการอาชีวะสร้างสรรค์ แปรผันสู่ธุรกิจปีที่ 4 ภายใต้การสนับสนุนของ บมจ.ธนาคารกรุงไทย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมิตรแท้ประกันภัย ซึ่งแผนธุรกิจเกษตรแคมป์ เป็นการให้บริการท่องเที่ยวเชิงวิชาการเกษตร

 "แนน" เล่าว่า แผนธุรกิจเน้นให้บริการเยาวชนวัยประถมศึกษาและผู้ปกครองในสพท.ร้อยเอ็ด ผ่านกิจกรรมนั่งรถชมเกษตรแคมป์, กบแปลงร่าง, นมจากเต้า..เรามีฟาร์ม, กิจกรรมเห็ดหรรษา, กิจกรรมชมทุ่งทานตะวัน, กิจกรรมมหัศจรรย์เมล็ดพันธุ์, กิจกรรมลมหายใจแห่งใบไม้, กิจกรรมแรบบิท ฟัน และกิจกรรมหมูวิเศษ ค่าบริการคนละ 100 บาทต่อวัน ได้รับการบริการ 5 กิจกรรม และคิดเพิ่มโปรแกรมละ 20 บาท

 พร้อมทั้งขายของที่ระลึกอาหารและเครื่องดื่ม สินค้าโอท็อป ผลิตภัณฑ์นักเรียนและผลผลิตทางการเกษตร เช่น พืช ผัก เห็ด ดอกไม้ ไข่ไก่ มีระยะเวลาดำเนินการ 4 เดือน ใช้เงินลงทุน 2,500 บาท เป็นเงินลงทุนจากเจ้าของ 1,000 บาทและกู้ยืมจากโครงการหารายได้ระหว่างเรียน โดยไม่มีดอกเบี้ยอีก 1,500 บาท คาดว่าจะมีเยาวชนมาใช้บริการ 40 คนต่อสัปดาห์ และมีรายได้ 64,800 บาท เป็นกำไร 16,320 บาท ทำให้แผนธุรกิจเกษตรแคมป์ได้รับรางวัลชนะเลิศแผนธุรกิจดีเด่น

 ปัจจุบันแผนธุรกิจเกษตรแคมป์ได้กลายเป็นทางเลือกหนึ่งของการสร้างรายได้ระหว่างเรียนของนักศึกษาสถาบันแห่งนี้ จากเดิมที่มีการปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ หรือรับจ้างจัดสวน ถ่ายเอกสาร ร้านค้าปลีก ทำให้มีรายได้ระหว่างเรียน โดยที่ไม่ต้องลงทุนเพราะมีสถาบันให้การสนับสนุนสถานที่และอุปกรณ์ในการดำเนินการ

 “อ.สุพรรณี” เล่าว่า ที่สำคัญโครงการนี้ได้รับความร่วมมือและสนับสนุนเป็นอย่างดีจากอาจารย์ทุกสาขา นักศึกษาทุกคน โดยเฉพาะ ผอ.สมศักดิ์ ปาละจูม และ อ.ชุติมา กฤตลักษณ์ ที่ดูแลศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจ เพราะมองเห็นว่าจะสามารถช่วยพัฒนาศักยภาพนักศึกษาให้เติบโตไปเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ได้

 เนื่องจากนักศึกษาส่วนใหญ่มีฐานะยากจน เป็นลูกหลานของเกษตรกร มาเรียนที่นี่เพราะเรียนฟรี ค่าครองชีพไม่สูง และบนพื้นที่ 700 ไร่ ยังเปิดโอกาสให้นักเรียนได้หารายได้ระหว่างเรียนได้ตามความสมัครใจอีกด้วย และทำให้พวกเขาจบออกไปเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ที่นำองค์ความรู้ที่ได้ไปประกอบอาชีพได้ดีกว่าในอดีต

 "เอ็กซ์” ซึ่งรับผิดชอบการตลาด เข้าไปประชาสัมพันธ์ในโรงเรียน บอกว่าเกษตรแคมป์ช่วยทำให้เขาได้ประสบการณ์ในการทำธุรกิจจริงๆ ที่สำคัญยังภาคภูมิใจที่มีส่วนช่วยปลูกฝังเยาวชนให้มีความรักและหวงแหนธรรมชาติ ได้เรียนรู้วิชาการเกษตรที่มีมากกว่าในห้องเรียนผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่สำคัญช่วยให้เขามีความกล้ามากขึ้นจากเดิมที่เป็นคนขี้อาย

 เช่นเดียวกับ “อี๋" ชาติชาย ที่มีหน้าที่รับรองลูกค้า จัดหาอาหาร และเครื่องดื่มให้ลูกค้าในแต่ละทริปตามความเหมาะสม บอกว่า ได้ฝึกการเป็นผู้นำ การทำธุรกิจ และได้ประสบการณ์นำความรู้ที่ได้ในห้องเรียนมาใช้ในการทำงาน

 ส่วน "เมย์" พงค์ศิริ ที่จัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายให้ถูกต้องตามหลักการทางบัญชี บอกว่า จะนำแผนธุรกิจเกษตรแคมป์ไปขยายผลสร้างรายได้ต่อด้วยการเปิดร้านขายนมสด เครื่องดื่ม ชา กาแฟ เพราะมีโรงนมของสถาบันอยู่แล้ว น่าจะมีทางเพิ่มรายได้เพราะไม่ได้ลงทุนอะไรเพิ่มขึ้นมากนัก

 หากจะพูดว่าเกษตรแคมป์ คือ ตัวอย่างหนึ่งที่นักศึกษาแปรองค์ความรู้เป็นเงิน สร้างรายได้ระหว่างเรียนและเตรียมตัวไปเป็นนักธุรกิจเกษตรรุ่นใหม่ก็คงไม่ผิดนัก ที่สำคัญพวกเขาน่าจะเลื่อนชนชั้นจากเกษตรกร มาเป็นนักธุรกิจเกษตรได้อย่างไม่ยากเย็นเท่าใดนัก

      0 หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ 0