
ให้ชีวิตใหม่แก่บุพการีการตอบแทนของลูกกตัญญู
"คงจะมีแต่คำว่าขอบคุณที่ผมจะสามารถตอบแทนทีมแพทย์การผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายตับโรงพยาบาลศิริราช ที่ทำให้ผมมีชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้ จากคำแนะนำของแพทย์ในการรักษา ด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายตับจากคนที่มีสายเลือดเดียวกัน คือลูกชายของผมเอง ผมกังวลและเป็นห่วงลูกมาก แต
นายศิริศักดิ์ ชีวาจร วัย.....ปี ผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบซี กล่าวพร้อมกับน้ำตาแห่งความตื้นตันใจ หลังเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายตับ
นับเป็นความสำเร็จของโรงพยาบาลศิริราช ในการผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายตับจากผู้ใหญ่สู่ผู้ใหญ่ ที่ยังมีชีวิตอยู่สำเร็จเป็นรายแรกของประเทศ แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและศักยภาพทางการแพทย์ของไทย อาจารย์ ดร.นพ. ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร หัวหน้าทีมผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ กล่าวว่า ทีมแพทย์วางแผนทำการผ่าตัดใช้เวลาเกือบ 1 เดือน เพราะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยทั้งผู้ป่วยและผู้บริจาค การผ่าตัดเปลี่ยนตับจากผู้ใหญ่สู่ผู้ใหญ่จะใช้ตับกลีบขวาที่มีร้อย 60:40 ของตับกลีบซ้าย เพราะจะต้องใช้ตับในปริมาณมาก โดยจะเลาะตับที่ไม่ทำงานของผู้ป่วยออก จากนั้นจะผ่าตัดตับของผู้บริจาคมาทำการตัดต่อเส้นเลือดและท่อน้ำดี ซึ่งเป็นการผ่าตัดใหญ่และต้องใช้เวลานาน
อาจารย์ นพ.สมชัย ลิ้มศรีจำเริญ ทีมแพทย์ผ่าตัด กล่าวเสริมว่า ข้อดีของการผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายตับจากผู้ที่ยังมีชีวิต คือ ผู้ป่วยไม่ต้องเข้าคิวรออวัยวะตับนาน ตับที่ได้เป็นอวัยวะที่มีการทำงานสมบูรณ์และสามารถวางแผนการผ่าตัดในระยะเวลาที่เหมาะสม แต่อย่างไรก็ตามการผ่าตัดก็มีความเสี่ยงสูง จึงจำเป็นต้องใช้ทีมแพทย์ที่มีความสามารถและมีความเชี่ยวชาญ
การพิจารณาเลือกผู้บริจาค คือ จะต้องมีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับผู้ป่วย เช่น บิดา มารดา บุตร พี่ น้อง ฯลฯ เป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะ อีกทั้งต้องมีร่างกายแข็งแรงปราศจากโรคต่างๆ เช่น โรคเอชไอวี โรคตับอักเสบ พิษสุราเรื้อรัง โรคมะเร็ง โรคหัวใจ และโรคจิต
ด้าน นายชนาธิป ชีวาจร ลูกชายผู้ตอบแทนบุญคุณของพ่อด้วยการบริจาคตับให้แก่พ่อ บอกว่า มีความรู้สึกภูมิใจและดีใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งช่วยให้พ่อหายจากอาการป่วย เหตุผลเดียวที่ตัดสินใจผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายตับให้พ่อ “เพราะผมรักพ่อมาก” อยากให้พ่อกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ
ก่อนหน้านี้พ่อสูบบุหรี่หนักมาก เฉลี่ยวันละ 1 ซอง ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ป่วยเป็นโรคไวรัสตับอักเสบซี จึงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลนครราชสีมา เป็นแห่งแรกเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา เพราะทำงานรับราชการเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่โรงเรียนอ่างห้วยยาง ต.สุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา แต่อาการไม่ดีขึ้น แพทย์จึงส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ การรักษาของโรคนี้จำเป็นต้องทำการผ่าตัดเปลี่ยนตับ ซึ่งต้องใช้เวลาเข้าคิวรอรับจากการบริจาคอวัยวะเกือบปี ญาติๆ จึงขอย้ายตัวมารักษาที่โรงพยาบาลศิริราช เนื่องจากอาการหนักขึ้นทุกวัน และต้องได้รับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน จนได้รับคำแนะนำจากแพทย์ในการผ่าตัดที่ไม่ต้องเข้าคิวรอ คือ การผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายตับจากผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่
ดร.นพ.ยงยุทธ บอกอีกว่า หลังการผ่าตัดทั้งผู้ป่วยและผู้บริจาค ไม่มีภาวะแทรกซ้อนและระดับเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ นับเป็นความโชคดีที่การผ่าตัดมีการสูญเสียเลือดน้อย ทั้งคู่จึงไม่ต้องรับเลือดเพิ่มหรือใช้ยากดเลือดให้แข็งตัว และไม่ต้องพักฟื้นในห้องไอซียู และสามารถรับประทานอาหารได้ภายใน 24 ชั่วโมงต่อมา ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตเหมือนกับคนปกติได้ แต่ผู้ป่วยที่รับการผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ จำเป็นต้องรับประทานยากดภูมิคุ้มกันตลอดชีวิตและต้องมาตรวจร่างกายเป็นระยะตามที่แพทย์ได้นัดหมาย อย่างที่ทราบกันว่าตับเป็นอวัยวะที่สามารถงอกได้ ฉะนั้นตับของผู้บริจาคจะงอกมามีปริมาณเดิม ในเวลา 3-4 สัปดาห์และทำงานได้ตามปกติ
ในอดีตการรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะตับแข็งระยะสุดท้ายจากโรคไวรัสตับอักเสบบี ซี และการดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงผู้ป่วยที่มีภาวะตับวายและผู้ป่วยมะเร็งระยะเริ่มแรกที่ไม่มีการแพร่กระจาย โดยใช้วิธีการผ่าตัดเปลี่ยนตับจากผู้บริจาคที่มีภาวะสมองตาย ซึ่งมีการยอมรับว่าเป็นการรักษาที่ดีที่สุด ทำให้ผู้ป่วยมีอัตราการรอดชีวิตมากกว่าร้อยละ 85 แต่การรอรับบริจาคใช้เวลานานหลายเดือน เนื่องจากผู้รอการเปลี่ยนถ่ายตับมีจำนวนมากกว่าผู้ที่บริจาคอวัยวะ ผู้ป่วยบางรายจึงไม่สามารถเปลี่ยนถ่ายตับได้ทัน และเสียชีวิตลงในที่สุด
ประเทศไทยมีอัตราของผู้ที่บริจาคอวัยวะเฉลี่ย 1.2 รายต่อประชากร 1 ล้านคน หรือคิดเป็น 100 รายต่อปี แต่จำนวนผู้ป่วยที่รอเปลี่ยนตับมีจำนวนมากถึง 150-200 รายต่อปี ซึ่งผู้ป่วยจำนวนกว่าครึ่งเป็นผู้ป่วยที่รอเปลี่ยนตับของโรงพยาบาลศิริราช และจากการรอเปลี่ยนตับตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้มีผู้ป่วยเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 20 ของผู้ป่วยทั้งหมด ถึงแม้จะมีการรณรงค์ให้ร่วมบริจาคอวัยะวะตามสื่อต่างๆ ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ป่วยที่มีเพิ่มขึ้น
มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการให้ชีวิตใหม่กับเพื่อนมนุษย์ โดยร่วมบริจาคอวัยวะได้ที่ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย หรือปรึกษาการผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายตับจากผู้ใหญ่สู่ผู้ใหญ่ที่งานเปลี่ยนอวัยวะ โรงพยาบาลศิริราช โทร.0-2419-8079



