
สมเด็จพระเทพฯเสด็จฯทรงฝังศพ"จุฬาราชมนตรี"
สมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ แทนพระองค์ไปในการพระราชทานดินฝังศพจุฬาราชมนตรี ขณะที่คณะกรรมการอิสลามเผย 5 รายชื่อผู้ที่คาดว่าจะได้รับตำแหน่งจุฬาราชมตรี ขณะที่มัสยิด 3 จว.ชายแดนใต้ 642 แห่ง จัดละหมาด สวดดุอาร์ให้พร แสดงความเสียใจเป็นครั้งสุดท้าย
เมื่อเวลา 13.29 น. วันที่ 25 มีนาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปยังมัสยิดอัลฮุสนา ในการพระราชทานดินฝังศพ นายสวาสดิ์ สุมาลยศักดิ์ จุฬาราชมนตรี ซึ่งถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคหัวใจล้มเหลว เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2553 สิริอายุได้ 94 ปี พร้อมพระราชทานพวงมาลาหน้าหลุมฝังศพ
ในการนี้ผู้แทนพระองค์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ผู้แทนพระองค์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ผู้แทนพระองค์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ นำดินฝังศพพระราชทานและประทานแก่นายสวาสดิ์ สุมาลยศักดิ์ จุฬาราชมนตรี หลังจากนั้นสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชปฏิสันถารกับนายดำรงค์ สุมาลยศักดิ์ บุตรชายของจุฬาราชมนตรี ก่อนจะเสด็จพระราชดำเนินกลับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้าบริเวณบ้านเลขที่ 26/1 หมู่ 12 ถ.มิตรไมตรี แขวงและเขตหนองจอก กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งศพนายสวาสดิ์ มีบรรดาญาพี่น้องชาวมุสลิมทั่วประเทศ ตัวแทนสถานทูตประเทศอิสลามต่างๆ คณะบุคคลสำคัญในแวดวงการเมือง อาทิ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธาน คมช. นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายอารีย์ วงศ์อารยะ อดีต รมว.มหาดไทย นายพิเชษฐ สถิรชวาล เลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย นายอิมรอน มะลูลีม ประธานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และรักษาการจุฬาราชมนตรี ตลอดจนประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดทั่วประเทศ จำนวนหลายพันคน เดินทางมาร่วมเคารพศพกันอย่างไม่ขาดสาย
กระทั่งเวลา 11.00 น. มีพิธีอาบน้ำศพจุฬาราชมนตรีโดยลูกหลานและญาติใกล้ชิด จากนั้นได้เคลื่อนศพไปยังมัสยิดอัลฮุสนาเพื่อทำพิธีละหมาด โดย ร.ต.อ.สันธาน สุมาลยศักดิ์ หลานชาย เป็นผู้นำละหมาด และขอดุอาร์หรือขอพรจากพระผู้เป็นเจ้าให้แก่จุฬาราชมนตรี ซึ่งก่อนจะเคลื่อนศพไปยังกุโบร์ มัสยิดอัลฮุสนาเพื่อรอการฝังตามประเพณีศาสนาอิสลาม ท่ามกลางความเศร้าโศกของญาติพี่น้อง โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ได้เดินทางไปร่วมเคารพศพด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอิมรอน มะลูลีม จะทำหน้าที่รักษาการจุฬาราชมนตรี และทำหน้าที่แทนไปจนกว่าจะมีการเลือกตั้ง และได้รับแต่งตั้งจาก ครม.ให้เป็นผู้นำพี่น้องมุสลิมประมาณ 1.5 หมื่นคน ไปประกอบพิธีฮัจญ์ที่ประเทศซาอุดีอาระเบียช่วงเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ ซึ่งขั้นตอนการคัดเลือกจุฬาราชมนตรีคนใหม่จะมีขึ้นภายใน 6 เดือน โดยกระทรวงมหาดไทยจะแจ้งให้ทราบ หลังจากนั้นคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด 38 จังหวัดทั่วประเทศกว่า 700 คน จะเป็นผู้คัดสรรผู้ที่เหมาะสมจำนวน 5 คนเข้ามา แล้วคัดให้เหลือเพียง 3 คน จากนั้นจึงจะเลือกผู้เหมาะสมทำหน้าที่จุฬาราชมนตรีคนต่อไป
ทั้งนี้ ผู้ที่คาดว่าจะได้รับการคัดเลือกมี 5 คน ได้แก่ นายอาศิส พิทักษ์คุมพล ประธานอิสลามจังหวัดสงขลา นายอรุณ บุญชม ประธานอิสลามกรุงเทพมหานคร นายอรุณ วันแอเลาะห์ ประธานอิสลามจังหวัดนนทบุรี นายซาแฟอี นภากร ประธานนักศึกษาผู้ใหญ่ ศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย และนายอิมรอน มะลูลีม ประธานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย
ขณะที่พี่น้องมุสลิมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จำนวนมาก ที่ไม่สามารถเดินทางเข้าร่วมพิธีละหมาดศพที่มัสยิดอัลฮุสนา เขตหนองจอก กรุงเทพฯ ได้ ขอให้มีพิธีเพื่อแสดงความไว้อาลัย โดยนายแวดือราแม มะเม็งจิ ประธานคณะกรรมการอิสลามจังหวัดปัตตานี เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ประสานไปยังอิหม่ามประจำมัสยิดในพื้นที่ จ.ปัตตานี รวมถึง จ.ยะลา และ จ.นราธิวาส เพื่อจัดละหมาดและสวดดุอาร์ให้พร และแสดงความเสียใจเป็นครั้งสุดท้ายต่อการจากไปของจุฬาราชมนตรี
นายแวดือราแม กล่าวต่อว่า จากการประสานไปยังโต๊ะอิหม่ามประจำมัสยิดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จำนวน 642 แห่ง ขณะนี้ได้ตอบรับกลับมายังมัสยิดกลางปัตตานีแล้ว โดยพิธีการใน 3 จังหวัดชายแดนใต้จะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 26 และเสาร์ที่ 27 มีนาคมนี้
ด้านนายอับดุลเลาะแม เจ๊ะแซะ ประธานคณะกรรมการอิสลามจังหวัดยะลา กล่าวว่า เพื่อเป็นการไว้อาลัยให้แก่จุฬาราชมนตรี ทางคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลามีหนังสือสั่งการไปยังอิหม่ามประจำมัสยิดทั้ง 470 ใน จ.ยะลา ให้จัดพิธีละหมาดรออิ๊บ ซึ่งเป็นการละหมาดขอพรให้แก่ผู้เสียชีวิต โดยจะประกอบพิธีละหมาดหลังการละหมาดยุมอ๊ะ (ละหมาดวันศุกร์) โดยการละหมาดรออิ๊บในวันที่ 26 มีนาคมนี้ คาดว่าจะมีชาวไทยมุสลิมในพื้นที่ จ.ยะลา เข้าร่วมในพิธีไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นคน



