ไลฟ์สไตล์

คณะผู้ปกครองไม่สังฆกรรมพระครูสาดเลือดใส่ทหาร

คณะผู้ปกครองไม่สังฆกรรมพระครูสาดเลือดใส่ทหาร

25 มี.ค. 2553

รองผู้ว่าฯเชียงใหม่ เรียกประชุมหน่วยงานความมั่นคง สั่งทุกหน่วยงานเพิ่มความเข้มตรวจคนแปลกหน้าและรถทุกคันที่เข้าออก หลังเกิดเหตุวางระเบิดเชียงใหม่แล้วไม่ต่ำกว่า 4 ครั้ง

 (25มี.ค.) นายจำลอง กิติศรี ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จากการที่พระครูสุเทพสิทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง ต.หนองหอย จ.เชียงใหม่ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายเรียกในข้อหาใช้เลือดสาดใส่ทหารนั้น ตนได้รับรายงานว่า พระครูสุเทพสิทธิคุณ ไม่ได้มาตามหมายเรียกของเจ้าหน้าตำรวจ ซึ่งทางเคณะผู้ปกครองก็ได้ทำการตักเตือนในพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม หากมีการเตือนถึง2-3 ครั้งแล้ว ยังไม่ปฏิบัติตาม ก็จะถือว่าเข้าข่ายฝ่าฝืนผู้บังคับบัญชา จะต้องมีมาตรการลงโทษขั้นเด็ดขาด

 ส่วนการดำเนินคดีทางการเมืองทางคณะผู้ปกครองจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว ถ้าพระครูสุเทพสิทธิคุณ ไม่ไปตามหมายเรียก เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะออกหมายจับ นอกจากนี้ตนได้รับรายงานว่า พระครูสุเทพสิทธิคุณ ได้จัดทำเหรียญรูปทักษิณ คนดีของแผ่นดิน ออกมาจำหน่ายเหรียญละ 109 บาท โดยอ้างว่า เพื่อความเจริญรุ่งเรื่องของเมืองไทย ซึ่งในเรื่องดังกล่าวเป็นความเชื่อส่วนบุคคล และทางพศจ.เชียงใหม่ ขอดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้งว่า เหมาะสมหรือไม่

 “ในมาตรา 29 พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ระบุไว้ว่า พระที่ถูกจับกุมและถูกคุมขังโดยไม่มีผู้บังคับบัญชาสูงสุดมาประกันตัว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถดำเนินการสึกจากการเป็นพระสงฆ์ได้ หากพระครูสุเทพสิทธิคุณ ถูกออกหมายจับ และถูกจำคุก ก็ต้องให้คำนึงถึงมาตร 29 แต่โดยส่วนตัวแล้วเห็นว่า คดีความคงจะไม่ถึงขั้นคุมขัง อย่างไรก็ตาม ตอนนี้คณะสงฆ์ในตำบลหนองหอยจะไม่สังฆกรรมกับพระครูสุเทพสิทธิคุณ ไม่เชิญไปกิจนิมนต์ ไม่เชิญไปร่วมกิจกรรมต่างๆ เป็นต้น”ผอ.พศจ.เชียงใหม่

ประชุมหน่วยงานความมั่นคงถกหลังเกิดเหตุวางระเบิดเชียงใหม่แล้ว4 ครั้ง

 นายไพโรจน์ แสงภู่วงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ด้านความมั่นคง กล่าวว่า ภายหลังมีการวางระเบิดและประทัดยักษ์ 3-4 คร้งในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ จึงเรียกประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคงเพื่อประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงบ่ายวันนี้(26 มี.ค.)ที่ศาลากลางจังหวัด ซึ่งประเมินขณะนี้สถานการณ์ยังไม่รุนแรงมากนัก  แม้มีบุคคลไม่ทราบฝ่ายนำลูกระเบิดมาวางไว้เพื่อสร้างสถานการณ์หลายครั้ง แต่ก็เป็นเพียงการข่มขู่ยังไม่มีเป้าหมายเพื่อหวังทำลายชีวิตและทรัพย์สิน 

 ทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในศูนย์ราชการควบคุมดูแลสถานที่ราชการให้เข้มงวดมากขึ้น  โดยเพิ่มความระมัดระวังเพิ่มเวรยามกวดขันคนแปลกหน้าและรถที่ผ่านเข้าออกตามหน่วยงานต่าง ๆทั้งในศาลากลางและพื้นที่รอบนอก  ด้านตำรวจก็ได้ร้องขอให้ช่วยรักษาความสงบเรียบร้อยไปตามปกติทั่วไป โดยเฉพาะตามสถานที่เป้าหมายอย่างธนาคารกรุงเทพฯและอีกหลายแห่ง  ซึ่งเราไม่ประมาทเชื่อว่าการวางระเบิดหลายคราวที่เกิดขึ้นจะเป็นฝีมือของพวกกลุ่มก่อกวนไม่น่าเกี่ยวข้องกับอดีตนักการเมืองพื้นที่ภาคเหนือหรือฝีมือนายทหารนอกราชการ

 นายไพโรจน์ กล่าวอีกว่า อยากฝากไปถึงประชาชนว่า  สถานการณ์บ้านเมืองที่เป็นอยู่ขณะนี้ขอให้ฟังข่าวสารให้รอบด้านก่อนตัดสินใจทำอะไร หากเป็นไปได้ขอให้อยู่ในความสงบจะดีที่สุด  โดยเฉพาะผู้ที่จะเดินทางไปร่วมชุมนุมกับคนจำนวนมากนั้นเกรงว่าหากเกิดเหตุรุนแรง  เจ้าหน้าที่จะดูแลความปลอดภัยให้ไม่ได้  ขอให้อยู่กับบ้านจะดีกว่า     

"พท."ยืมมือวุฒิสภาช่วยคว่ำกม.3ฉบับ

 ที่อาคารสุขประพฤติ ถ.ประชาชื่น ส.ส.พรรคเพื่อไทย นำโดยนายนพคุณ รัฐผไท ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย และนายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย เข้ายื่นหนังสือต่อนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ผ่านนายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 เพื่อขอให้วุฒิสภายับยั้งก่อนมีมติผ่านร่างพระราชบัญญัติสำคัญจำนวน 3 ฉบับ ซึ่งลงนามโดยนายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคฝ่ายค้าน
 
 จากนั้นเมื่อเวลา 15.00 น. คณะส.ส.พรรคเพื่อไทย นำโดย นายพีระพันธ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือที่สำนักงานองค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทย (ยูเอ็น) ผ่านตัวแทนเลขาธิการคณะกรรมการเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิค โดยมีสาระสำคัญของหนังสือดังกล่าวเป็นการชี้แจงสถานการณ์กรณีที่รัฐบาลซึ่งถือเป็นฝ่ายบริหารกระทำการก้าวก่ายฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งผิดหลักสากล และไม่ให้เกียรติ โดยใช้กองกำลังทหาร มาปิดล้อมสภากั้นรั้วลวดหนาม

เตรียมขนภาพทหารสกัดฝ่ายค้านไม่ให้ประชุมสภาไปฟ้อง IPU

 นายสุรพงษ์ โตวิจักรชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในการเปิดประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา(IPU)ที่จะมีขึ้นวันที่ 27 มีนาคมนี้ ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์นั้น ทางคณะส.ส.พรรคเพื่อไทยจะเดินทางนำภาพเหตุการณ์ที่รัฐบาลสั่งนำกำลังทหารตำรวจปิดล้อมรัฐสภา พร้อมตั้งสิ่งกีดขวางจนทำให้ ส.ส.ไม่สามารถเข้าปฎิบัติหน้าที่ได้ ไปยื่นให้สมาชิกสมัชชาสหภาพรัฐสภา ที่เข้าร่วมประชุมเพื่อประจานให้ทั่วโลกได้รับทราบข้อเท็จจริงว่ารัฐบาลชุดนี้กระทำการเกินกว่าเหตุต่อสภานิติบัญญัติของไทย