
คืนกล้วยไม้สู่ธรรมชาติ (9)
ดังจะพบกับภาพซึ่งปรากฏเห็นได้ในช่วงที่เพิ่งผ่านพ้นมาแล้ว ซึ่งมีการกล่าวว่าจะต้องคืนกล้วยไม้สู่ป่า ยิ่งไปกว่านั้นหากมองเลยสิ่ง ซึ่งได้ยินได้ฟังมาแล้วเมื่อไม่นานมานี้ ยังอาจพบกับภาพพฤติกรรมนำปฏิบัติที่มีการนำต้นกล้วยไม้ซึ่งได้รับการเพาะเมล็ด และเลี้ยงไว้ใน
อนึ่ง จากอีกด้านซึ่งแม้จะมีการคิดกันตรงๆ เพียงด้านเดียวอย่างที่กล่าวมาแล้ว เมื่อนำไปปฏิบัติเข้าจริงๆ โดยที่ลงมือทำกันไปสักช่วงหนึ่งหากไม่ละเลยต่อการติดตามผล เพราะมีความรักความสนใจที่จะเรียนรู้ ผลที่ปรากฏก็น่าจะช่วยให้ฉุกคิดกันได้ไม่มากก็น้อย ว่าชีวิตไม่ว่าจะเป็นต้นไม้หรือสัตว์รวมทั้งตัวมนุษย์เองซึ่งนำมาไว้ที่บ้านแล้ว ก็คงพบว่าในช่วงเวลาหนึ่ง ถ้าเอากลับไปคืนสู่ป่า หลังจากเวลาผ่านพ้นมาได้ระยะหนึ่งไม่ว่าเร็วหรือช้า อย่าว่าแต่มีโอกาสสืบพันธุ์ต่อไปเลยแม้ไม่หลงเหลือให้เห็นต่อไปอีกนานเท่าใด
ยิ่งกว่านั้น หากเหลียวกลับมามองที่ป่า โดยเฉพาะ ป่าซึ่งอยู่บนพื้นฐานธรรมชาติอันควรถือว่ามีความหมายอย่างลึกซึ้ง และควรถือว่าคือพื้นฐานรองรับชีวิตทุกสิ่งทุกอย่างมาแต่อดีต ก็ยังคงหมดไปเรื่อยๆ ในที่สุดน่าจะพบว่า แทบไม่มีป่าที่แท้จริงเพื่อนำชีวิตใดไปปล่อยให้เชื่อมั่นได้อีก นอกจากป่าที่มนุษย์ทำขึ้นมาและนำมาอ้างเพื่อประโยชน์อย่างอื่น
กรณีดังกล่าวที่ฉันพบด้วยตนเอง จึงใคร่ขอนำประสบการณ์จากชีวิตซึ่งปฏิบัติจริงมาฝากไว้ให้คิดค้นหาความจริงไว้ ณ โอกาสนี้ โดยปัจจุบันผู้เขียนมีอายุถึง 87 ปีแล้ว หลังหวนกลับไปพิจารณาถึงช่วงซึ่งตนเองยังอายุ 40 ปี ได้นำบรรดาศิษย์ในมหาวิทยาลัยกลุ่มหนึ่งขึ้นไปยังบริเวณป่าของ จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีสภาพเป็นภูเขา แล้วนำเอากล้วยไม้ช้างที่เกิดจากการเพาะเมล็ดในขวดไปปลูกไว้ในป่าแห่งนี้ โดยนำไปปลูกติดไว้ตามกิ่งไม้ในจุดต่างๆ ซึ่งคิดว่าเหมาะสม จากนั้นมาไม่นาน ฉันได้ย้อนกลับไปพิจารณาดูที่เดิมกลับพบว่าในที่สุด ไม่มีกล้วยไม้ชนิดนั้นหลงเหลืออยู่แม้แต่ต้นเดียว นอกจากนั้นสภาพแวดล้อมของป่าก็เสื่อมโทรมลงไปแทบจะหมด!
"ระพี สาคริก"



