
ไทยชูวัฒนธรรมสร้างประชาคมอาเซียนปี58
ไทยชูมิติวัฒนธรรมสร้างประชาคมอาเซียน+3 ให้เป็นจริงภายในปี 58 กลางที่ประชุมรมต.วัฒนธรรมฯอาเซียนที่ฟิลิปปินส์ 24-27มี.ค.นี้ ธีระ ควง โสมสุดา"กรรมการมรดกโลกร่วมประชุมด้วย ฟุ้งสร้างความร่วมมือและเปลียนวัฒนธรรม พร้อมแจงสถานการณ์ในไทยแก่ผู้นำรมต.วัฒนธรรมอาเซ
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยก่อนเดินทางไปประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านวัฒนธรรมและศิลปะอาเซียน (AMCA)ครั้งที่ 4 ณ เมืองคลาร์ก สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 24-27 มีนาคม 2553 ว่า การประชุมดังกล่าวได้ย้ำเตือนเราอีกครั้งหนึ่งว่าเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายในการที่จะสร้างเอกลักษณอาเซียน
ดังจะเห็นได้จากการที่เรื่องดังกล่าวเป็นหัวหลักในร่างแผนงานประชาคมสังคม วัฒนธรรมอาเซียน AMCA มีบทบาทสำคัญในการเป็นหน่วยงานหลักด้านวัฒนธรรมที่สนับสนุนการสร้างประชาคมสังคม วัฒนธรรมอาเซียนเพื่อนำไปสู่การก่อตั้งประชาคมอาเซียนภายในปี 2558 อาทิ การเสริมสร้างความร่วมมือและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม การเสริมสร้างอุตสาหกรรมและการสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรม การคุ้มครองเอกลักษณ์และความหลากหลายทางวัฒนธรรม และการขยายโอกาสให้กับทุกคนโดยส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรบุคคลในบริบทวัฒนธรรม เป็นต้น
รมว.วธ. กล่าวต่อไปว่า ในวันแรกจะเป็นการประชุมหารืองานวัฒนธรรมของเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านวัฒนธรรมและศิลปะจากกลุ่มประเทศอาเซียนบวก 3 ก่อน โดยประเทศไทยมีนางโสมสุดา ลียะวนิช รองปลัด วธ. ในฐานะกรรมการมรดกโลกเป็นผู้แทน ต่อมาในวันที่สองจะนำผลการประชุมของเจ้าหน้าที่อาวุโสฯ นำเสนอต่อที่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านวัฒนธรรมและศิลปะอาเซียนบวก 3
ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ซึ่งตนจะเสนอเรื่องของมิติวัฒนธรรมในการมีส่วนร่วมสร้างประชาคมอาเซียน ให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และสังคม รวมไปถึงความสำคัญในการเคารพเอกลักษณ์และความหลากหลายทางวัฒนธรรม ซึ่งรวมถึงมรดกที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ ริ่เริมฟื้นฟูวัฒนธรรมเก่าแก่ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงโลกปัจจุบัน และหากมีรัฐมนตรีวัฒนธรรมอาเซียนมีการสอบถามเรื่องสถานการณ์บ้านเมืองของไทยนั้น ตนคิดว่าจะพูดคุยให้เข้าใจเป็นรายบุคคลไป คงไม่นำขึ้นไปชี้แจงในเวทีรัฐมนตรีวัฒนธรรมอาเซียน
“บทบาทที่สำคัญยิ่งของกลุ่มประเทศอาเซียนและประเทศคู่เจรจา 3 ประเทศ จะต้องทำให้ประเทศสมาชิกมีความมั่นใจในเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆในการการริเริ่มฟื้นฟูและเสริมสร้างการเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์ สังคมและวัฒนธรรม ควบคู่กับการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงตามโอกาสและสภาพปัญหาในปัจจุบัน ซึ่งการประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และในปี 2554 ซึ่งเป็นการประชุมครั้งที่ 5 ประเทศสิงคโปร์จะรับเป็นเจ้าภาพในการประชุม”นายธีระ กล่าว



