
มุสลิมใต้ละหมาดใหญ่หลังสิ้น"จุฬาราชมนตรี"
สวาสดิ์ สุมาลยศักดิ์ จุฬาราชมนตรี ถึงแก่อนิจกรรม สิริอายุได้ 94 ปี สำนักจุฬาราชมนตรี มีพิธีฝังศพ 13.00 น.วันที่ 25 มี.ค.ที่มัสยิดอัลฮัสนา เขตหนองจอก ขณะที่ในหลวงพระราชทานดินฝังศพ
เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2553 นายดำรงค์ สุมาลยศักดิ์ เลขาธิการสำนักจุฬาราชมนตรี รองเลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ในฐานะบุตรชายนายสวาสดิ์ สุมาลยศักดิ์ จุฬาราชมนตรี เปิดเผยว่า บิดาได้เสียชีวิตด้วยโรคชรา เมื่อเวลา 13.10 น.ของวันที่ 24 มีนาคม 2553 ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ รวมสิริอายุได้ 94 ปี ซึ่งทางสำนักจุฬาราชมนตรี และคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย จะมีพิธีญานาซะห์ หรือพิธีละหมาดญานาซะห์ ในเวลา 13.00 น. วันที่ 25 มีนาคม 2553 ที่มัสยิดอัลฮุสนา บริเวณถนนมิตรไมตรี เขตหนองจอก กรุงเทพฯ ทั้งนี้การที่นำศพของบิดาไปฝังยังมัสยิดดังกล่าว เนื่องจากเป็นสถานที่เกิด ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานดินในพิธีฝังศพจุฬาราชมนตรีด้วย
“คุณพ่อ ได้ศึกษาศาสนาอิสลามมาตั้งแต่อายุ 17 ปีจนถึง อายุ 94 ปี ซึ่งท่านได้ปฏิบัติตนเป็นต้นแบบให้แก่ศาสนิกชนอิสลามมาตลอดชีวิตของท่าน โดยก่อนเสียชีวิตท่านไม่ได้มอบหมายอะไรไว้เป็นพิเศษ แต่ท่านได้มอบต้นแบบผู้นำทางศาสนาที่ดี ให้เหล่าศาสนิกชนได้ซึมซับไปปฏิบัติ”บุตรชายนายสวาสดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติเห็นชอบการแต่งตั้งอะมีรุ้ลฮัจย์ หรือรออิสบิซาตุลฮัจย์ อัลรัสมียะห์ (หัวหน้าคณะผู้แทนฮัจย์ทางการ)ตามที่คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และกรมการศาสนา(ศน.) กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.)เสนอ โดยนายอิมรอน มะลูลีม ได้รับการพิจารณาให้เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนฮัจย์ทางการ ตามพ.ร.บ.ส่งเสริมกิจการฮัจย์ พ.ศ.2524 ซึ่งบุคคลดังกล่าวจะทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนฮัจย์ทางการของประเทศไทยนำชาวไทยผู้นับถือศาสนาอิสลามเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ เมืองเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย
“ปกติแล้วผู้ทำหน้าที่เดินทางไปเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนฮัจย์ คือ ท่านจุฬาราชมนตรี แต่เนื่องจากในเทศกาลฮัจย์ ประจำปี 2553 วธ.ได้รับรายงานจากคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยว่า ท่านจุฬาราชมนตรี ไม่ประสงค์จะเดินทางไปเป็นอะมีรุ้ลฮัจย์ หรือหัวหน้าคณะผู้แทนฮัจย์ทางการ จึงต้องมีการพิจารณาคัดเลือกผู้สมควรเป็นอะมีรุ้ลฮัจย์ขึ้นมาทำหน้าที่แทนท่านจุฬาราชมนตรี อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่วธ.ทำหน้าที่ดูแลผู้ที่เดินทางไปแสวงบุญ จะต้องเตรียมอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้แสวงบุญ”รมว.วัฒนธรรม กล่าว
มุสลิมใต้ละหมาดใหญ่หลังสิ้น"จุฬาราชมนตรี"
นายอับดุลรอซัก อาลี ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า ได้ติดตามความคืบหน้าอาการป่วยของนายสวาสดิ์ สุมาลยศักดิ์ จุฬาราชมนตรีมาตลอด 2เดือนที่ทราบว่าเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลกรุงเทพด้วยความเป็นห่วง เนื่องจากเป็นบุคคลที่พี่น้องมุสลิมให้ความเคารพนับถือ กระทั่งวันนี้ได้รับการยืนยันว่าท่านได้เสียชีวิตลงแล้วด้วยโรคชรา
ในวันพรุ่งนี้เชื่อว่าประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลามในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะได้ร่วมกันประกอบพิธีละหมาดภายในมัสยิดของแต่ละพื้นที่ในช่วงที่มีการทำพิธีฝังศพที่กุโบร์บ้านเกิด ย่านกรุงเทพฯ เนื่องจากไม่สามารถเดินทางเข้าไปร่วมพิธีได้ นอกจากนี้ในวันศุกร์นี้จะพร้อมใจกันละหมาดใหญ่อีกครั้ง
"ในฐานะที่ท่านสวาสดิ์ เป็นบุคคลสำคัญที่ได้ปฏิบัติตนเป็นต้นแบบให้แก่ศาสนิกชนอิสลาม เชื่อว่าชาวมุสลิมทั่วประเทศไทยจะร่วมกันทำพิธีละหมาดใหญ่เพื่อขอพรจากพระเจ้า โดยเฉพาะชาวมุสลิมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ส่วนหนึ่งจะได้ร่วมกันละหมาดในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ด้วย" นายอัลดุลรอซัก กล่าว
สำหรับประวัตินายสวาสดิ์ สุมาลยศักดิ์ มีชื่อทางศาสนาว่า อะหมัด มะมูด ซัรกอรี เกิดเมื่อ 27 มกราคม พ.ศ. 2459 ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นบุตรของฮัจญีมะมูด และนางเราะมาห์ สุมาลยศักดิ์ เมื่อเรียนจบสายสามัญได้เรียนต่อทางด้านศาสนากับอาจารย์ที่มีชื่อเสียงหลายท่านรวมทั้งอาจารย์ต่วน สุวรรณศาสน์และอาจารย์มุสตาฟา พรหมยงค์ รวมทั้งได้ไปเรียนศาสนาที่เมืองมักกะห์ ประเทศซาอุดิอาระเบียด้วย เกี่ยวกับวิชาตัฟซีร(การอธิบายความหมายของพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน วิชานาฮู(ไวยกรณ์ภาษาอาหรับ) และวิชาฟิกฮ์(ศาสนบัญญัติ)จากอาจารย์ที่มีชื่อเสียงหลายท่าน อาทิ อาจารย์อาลาวี บินมูฮำหมัดฮูเซ็น อัลมาลีกี อาจารย์มูฮำหมัดนอร์
ด้านสังคมได้เป็นรองประธานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย กรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย กรรมการกลางอิสลามประจำจังหวัดพระนคร เป็นหัวหน้าคณะธรรมทูตอิสลามของกระทรวงศึกษาธิการ เป็นอาจารย์สอนที่โรงเรียนอิสลามวิทยาลัยแห่งประเทศไทย นอกจากนั้น ยังเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ 2 สมัย และสมาชิกสภาเทศบาลกรุงเทพฯ 2 สมัยอีกด้วย
ในปี 2540 ท่านได้รับเลือกให้เป็นจุฬาราชมนตรีและเป็นประธานกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยหลังจากนายประเสริฐ มะหะหมัด ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อ พ.ศ. 2540 ขณะอายุได้ 82 ปีเศษ ซึ่งนายสวาสดิ์ เป็นจุฬาราชมนตรีคนแรกที่ได้รับการเลือกตั้งตามพ.ร.บ.การบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. 2540



