
มะเร็งลำไส้ใหญ่ ตายปีละ 3,000 กว่าราย
นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ รณรงค์ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก จัดโดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในการป้องกันโรคมะเร็งสำไส้ใหญ่และทวารหนัก
หลายประเทศได้จัดให้เดือนมีนาคมเป็นเดือนแห่งการรณรงค์มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักเป็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศที่พัฒนาแล้วหลายประเทศทั่วโลก ทั้งในสหรัฐอเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ พบว่ามีอุบัติการของโรคมะเร็งลำไส้สูงขึ้น
ในไทยพบผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่เพิ่มขึ้น โดยมีผู้ป่วยรายใหม่ปีละประมาณ 11,500 ราย เสียชีวิตปีละ 3,000 ราย และพบว่าเพศชายเป็นมะเร็งชนิดนี้สูงเป็นอันดับ 3 รองจากมะเร็งตับและปอด ส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และในเขตเมืองใหญ่ๆ
ปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และทหารหนัก การกินอาหารขยะ หรือฟาสต์ฟู้ด อาหารที่มีกากใยน้อย มีไขมันมาก ขาดการออกกำลังกาย สูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น
โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก สามารถป้องกันและรักษาให้หายขาดได้หากรู้ตัวเร็ว ในระยะแรกจะไม่มีอาการ แต่ต่อมาจะมีความผิดปกติของระบบขับถ่าย เช่น อุจจาระมีเลือดออกปนกับมูก อุจจาระก้อนเล็กลง ท้องผูก ปวดท้อง ลำไส้ใหญ่อุดตัน หากคลำพบก้อนในบริเวณท้องมักจะมีการกระจายของโรคมะเร็งออกไปสู่ต่อมน้ำเหลืองหรือไปที่ตับแล้ว
การรักษาที่ได้ผลดี คือ รักษาตั้งแต่ตรวจพบมะเร็งในระยะเริ่มแรก โอกาสหายขาดสูงถึง 95% สำหรับสัญญาณที่น่าสงสัยคือท้องเสีย ท้องผูก อุจจาระมีเลือดสดๆ หรือเลือดสีคล้ำปน ผู้ป่วยมักเข้าใจผิดคืดว่าเป็นริดสีดวงทวารหนัก ลักษณะของอุจจาระเรียวยาวกว่าปกติ รู้สึกไม่สบายท้อง รวมทั้งมีอาการปวดแสบร้อน อาหารไม่ย่อย และปวดเกร็ง น้ำหนักตัวลดโดยไม่ทราบสาเหตุ อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ซีด หรือมีไข้ต่ำๆ ร่วมด้วย
อาการทั้งหมดนี้ แพทย์มักวินิจฉัยได้ถูกต้องเพียง 35% เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่า เป็นโรคกระเพาะอาหาร ลำไส้อักเสบ ริดสีดวงทวารหนัก หรือธาตุพิการ มักรักษาด้วยตนเอง หรือเปลี่ยนที่รักษาตามสถานพยาบาลต่างๆ ทำให้ไม่ได้รับการสืบค้นหาสาเหตุที่แท้จริง
วิธีการป้องกัน ทำได้ด้วยการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ กินอาหารที่มีเส้นใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ เป็นประจำ และอาหารที่มีแคลเซียมมาก มีไขมันน้อย ลดอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ และอาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูป ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มสุรามากเกินไป
เมื่ออายุ 50 ปีขึ้นไป ควรรับการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยการตรวจเลือดในอุจจาระ ซึ่งบอกได้ว่ามีเนื้องอก หรือเป็นมะเร็งในลำไส้หรือไม่ หากตรวจทุกปี สามารถลดการเสียชีวิตจากโรคนี้ได้ถึง 30%
กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข



