
'วิถีชาวบาง' รอบข้างสุวรรณภูมิ
ไม่น่าเชื่อว่าภาพชาวบ้านยกยอ พระพายเรือบิณฑบาตในตอนเช้า หรือตลาดน้ำโบราณจะยังคงมีหลงเหลือให้เห็นที่นี่ ใครจะรู้บ้างว่าบริเวณรอบๆ สนามบินสุวรรณภูมิชาวบ้านริมคลองยังมีการใช้ชีวิตแบบสมัยเก่ากันอยู่ และเพื่อเป็นการสนับสนุนวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คงอยู่และแพร่หลาย
วิถีชาวบาง (Life Along The River) เป็นงานแสดงภาพศิลปะและวัฒนธรรมในอำเภอบางพลีที่นำผลงานของ วัฒนา พูลเจริญในฐานะศิลปินท้องถิ่น และเพื่อนผองศิลปินรวมกว่า 40 ชีวิตมาร่วมสร้างสรรค์ผลงาน ถ่ายทอดเรื่องราววิถีชีวิตแบบไทยที่อาศัยกันเป็นชุมชนริมแม่น้ำลำคลอง จุดประกายการส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น และถ่ายทอดให้ชาวต่างชาติได้รับชม
ศิลปินผู้บุกเบิกเล่าให้ฟังว่า เป็นความตั้งใจของสภาวัฒนธรรมที่ได้จับมือกับศิลปินท้องถิ่น ในการเป็นตัวกลางถ่ายทอดภาพวิถีชีวิตความประทับใจในชุมชน มุ่งให้คนทั่วไปรับรู้ว่าศิลปะก็สามารถช่วยให้คนในท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มได้
“นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้เห็นสถานที่ท่องเที่ยวรอบๆ สนามบินแล้ว ถ้าเขามีโอกาสได้มาเดินชมนิทรรศการ ก็จะซึมซับในความงดงามของวัฒนธรรมเก่าๆ แล้วนำไปบอกต่อ นอกจากนี้ยังหวังให้เกิดการท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์มากกว่าทำลาย เพราะทุกอย่างล้วนต้องการการอนุรักษ์ดูแล” ศิลปินเจ้าบ้านผู้จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ กล่าว
จิตรกรสาวเจ้าของภาพ "บ้านไทย" ช่อทิพย์ ศรีสวัสดิ์พงษ์ กล่าวถึงจุดเริ่มต้นในการมาร่วมถ่ายทอดผลงานผ่านปลายพู่กันในงานนี้ว่า เดิมทีคุณแม่เป็นคนบางพลีอยู่แล้ว เมื่อได้รับการชักชวนจึงตอบตกลงทันที เพราะเห็นว่าเป็นสิ่งที่ควรได้รับการส่งเสริม ปกติตนเป็นคนที่ชอบวาดรูปปลา เมื่อพูดถึงบางบ่อบางพลีคนก็จะนึกถึงปลาสลิด ซึ่งก็มีคนเขียนไปมากแล้ว จึงเกิดความคิดที่จะถ่ายทอดมุมมองสะท้อนความเป็นบางพลีออกมาแทน โดยเน้นการเล่นเงาของภาพสะท้อนแสดงให้เห็นการสั่นไหวที่ดูน่าหลงใหล
"ตอนที่ลงเรือชมทัศนียภาพริมคลองเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการวาดภาพนั้น มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เรือแล่นผ่านบ้านไทยโบราณ พอมองข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งกลับเป็นภาพของห้างสรรพสินค้าแทน เลยอยากเก็บอารมณ์เก่าๆ ตรงนี้ไว้ และถ่ายทอดออกมาผ่านภาพวาด ทุกวันนี้ท้องที่แถวนี้แทบจะกลายเป็นหมู่บ้านอุตสาหกรรมไปหมดแล้ว ตัวเองอยากให้บางพลียังคงสภาพธรรมชาติที่เหลืออย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ มีทุ่งหญ้า นาข้าว ให้เด็กได้เห็นได้รู้จัก ไม่ใช่มีแต่หมู่บ้านจัดสรรเท่านั้น” ช่อทิพย์ เผยแรงปรารถนา
อีกหนึ่งศิลปินที่ได้ร่วมแสดงผลงานในครั้งนี้ ธนิตย์ ด้วงดำรงศ์ เจ้าของภาพ "มุมตลาดโบราณ" กล่าวถึงความคาดหวังสำหรับนิทรรศการครั้งนี้ว่าอยากให้คนที่มาดูได้เห็นว่าความเจริญกับชุมชนสามารถอยู่ด้วยกันได้ ถ้าไม่มีการนำออกมาโชว์ คนข้างนอกก็จะไม่รู้ว่าที่นี่มีดีอะไร ถือเป็นการสร้างจุดขายให้แก่ชุมชน
“พื้นที่รอบสนามบินเป็นวิถีชีวิตที่เก่าแก่ เป็นชุมชนที่หนาแน่นยังมีการใช้ชีวิตแบบเดิมๆ อยู่ ถือเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญ ผมอยากให้บางพลีเป็นที่รู้จัก คนท่องเที่ยวอย่างอนุรักษ์ ดูเพื่อเก็บเกี่ยวความงาม เอาบรรยากาศย้อนชีวิต ไม่ใช่มาทำลาย” ธนิตย์กล่าว
ด้านลูกชาวนาตัวจริง วัณณา อยู่คง ได้ถ่ายทอดวิถีชาวนาตอนกลางคืนพร้อมเล่าเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ ให้ฟังด้วยสีหน้าเปี่ยมรอยยิ้ม บอกถึงความคาดหวังว่าอยากให้เด็กรุ่นใหม่ได้มีโอกาสลองมาสัมผัสชีวิตชาวนาที่แท้จริง
เมื่อถามถึงแรงบันดาลใจในการวาดภาพ "รวงทอง" ซึ่งเป็นภาพที่เขาชอบมากที่สุด ก็ได้คำตอบว่าต้องการสื่อให้เห็นว่าชาวนา เวลาที่อยู่กลางทุ่งเช้า-เย็น มองเห็นข้าวในนาสวยงามมาก เหมือนกับรวงทอง ยิ่งเวลาที่น้ำค้างบนปลายข้าวสะท้อนแสงอาทิตย์เปรียบเหมือนเพชรเม็ดงามมาประดับไว้ ซึ่งเจ้าตัวยังให้แง่คิดส่งท้ายอีกว่า อยากเห็นควายกินหญ้า เพราะควายเหล็กกินหญ้าไม่ได้ ให้ปุ๋ยบำรุงข้าวไม่ได้
ใครที่สนใจภาพจิตรกรรมตามคำขวัญเมืองบางพลี "ไหว้หลวงพ่อโตศักดิ์สิทธิ์ ปิดทองหัวใจพระนอน ย้อนรอยตลาดบางพลี ปลาสลิดแห้งรสดี ประเพณีหนึ่งเดียวในโลก" อย่าพลาดแวะไปเยี่ยมชมนิทรรศการถ่ายทอดความเป็นท้องถิ่น เปิดให้ชมตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 19 เมษายน ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ที่โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ นอกจากนี้ยังได้ดื่มด่ำกับการแสดงโชว์ศิลปะและวัฒนธรรมอีกด้วยนะ สอบถามเพิ่มเติมโทร. 0-2131-1251
เรื่อง - ภาพ... "เบญจวรรณ รักมณี"



