ไลฟ์สไตล์

สติ-สันติ - ทำความเข้าใจ "สันติวิธี"

สติ-สันติ - ทำความเข้าใจ "สันติวิธี"

23 มี.ค. 2553

สามมิติของสันติวิธี “สันติวิธี” มิได้หมายถึงการยอมจำนนหรืออยู่เฉยๆ แต่หมายถึงการแก้ปัญหาหรือการระงับความขัดแย้งโดยไม่ใช้ความรุนแรงเพื่อให้เกิดผลคือความสงบสันติ สันติวิธีประกอบด้วย ๓ แง่มุมคือ

  ๑.การแก้ปัญหาโดยไม่ใช้วิธีรุนแรง เช่น จัดการกับผู้ชุมนุมโดยไม่ใช้อาวุธ หรือต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมด้วยการชุมนุมอย่างสงบ การดื้อแพ่ง หรือการคว่ำบาตร ทั้งนี้รวมไปถึงการไม่ตอบโต้ความรุนแรงด้วยความรุนแรง

 ๒.การขจัดเงื่อนไขแห่งความรุนแรง และสร้างเงื่อนไขแห่งสันติวิธี เช่น การดูแลมิให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน การขจัดความอยุติธรรม การเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกป้องชุมชน มีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น สามารถเข้าถึงทรัพยากรสาธารณะได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ปลอดพ้นจากความยากไร้ ได้รับการปฏิบัติอย่างเสมอภาคและศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ได้รับการเคารพ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือการขจัดความรุนแรงเชิงโครงสร้าง

 ๓.ทัศนคติที่เอื้อต่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เช่น ความเอื้ออาทร ความห่วงใย ความใจกว้าง ยอมรับความหลากหลาย และเคารพความแตกต่าง รู้จักให้อภัย ไม่แบ่งเขาแบ่งเรา รวมถึงทัศนะที่ว่าความรุนแรงมิใช่ทางออก จะแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนและได้ผลต้องใช้สันติวิธี
สันติวิธีสำหรับประชาชน

 สันติวิธีในความหมาย ๓ มิติที่กล่าวมา มิได้มุ่งสื่อกับเจ้าหน้าที่รัฐและผู้ที่กำลังต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม (ซึ่งอาจกำลังใช้หรือยังไม่ได้ใช้อาวุธอยู่) เท่านั้น หากยังมุ่งสื่อแก่ประชาชนทั่วไป ได้เห็นคุณค่าของสันติวิธีและนำไปใช้แก้ปัญหาความขัดแย้งที่ตนเองประสบทั้งในระดับวิถีชีวิตและชุมชน

 ความหมายสันติวิธี ๓ มิติกับการแก้ปัญหาความขัดแย้งในวิถีชีวิตและชุมชน มีความหมายดังนี้

 ๑.การจัดการกับความขัดแย้งโดยไม่ลุกลามไปเป็นความรุนแรง เช่น แก้ปัญหาด้วยวิธีการเจรจา การไกล่เกลี่ย หรือการเอาชนะจิตที่มุ่งประทุษร้าย ด้วยเมตตาและการให้อภัย

 ๒.การขจัดความรุนแรงด้วยการสร้างเงื่อนไขทางสังคมและสิ่งแวดล้อม ทำให้เหตุปัจจัยแห่งความรุนแรงลดน้อยลง หรือความรุนแรงทำได้ยากขึ้นเพราะขาดปัจจัยสนับสนุน ตัวอย่าง ได้แก่

 ก.หลายปีก่อนเกิดจลาจลย่อมๆ ที่นครศรีธรรมราช ผู้คนไม่พอใจตำรวจ จึงล้อมและเผาทำลายสถานีตำรวจบางส่วน รวมทั้งทำลายทรัพย์สิน เช่น รถยนต์ คืนแรกตำรวจตอบโต้ด้วยวิธีรุนแรง มีการใช้กระบองทุบตีผู้ชุมนุม ทำให้ผู้ชุมนุมเกิดความโกรธแค้นมากขึ้น ได้เข้าทำลายทรัพย์สินของรัฐทั่วเมือง สถานการณ์ทำท่าจะรุนแรงมากขึ้น อย่างไรก็ตาม วันต่อมาตำรวจตั้งหลักได้ นอกจากการตั้งด่านตรวจ และการปิดถนนหน้าสถานีตำรวจ เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าระหว่างประชาชนกับตำรวจแล้ว ยังร่วมมือกับผู้นำประชาชนบางคนจัดให้มีการชุมนุมที่สนามกีฬา เพื่อดึงผู้คนออกจากถนนหน้าสถานีตำรวจ ขณะเดียวกันก็เป็นเวทีให้ผู้คนได้ระบายความไม่พอใจ จึงช่วยให้ความโกรธทุเลาเบาบางและลดความร้อนแรงของสถานการณ์ ผลก็คือในคืนที่ ๓ ก็สามารถสงบลงได้โดยมีการเจรจาหาข้อยุติในที่สุด ไม่ปรากฏว่ามีคนตายจากกรณีนี้

 ข.เมื่อเกิดเหตุการณ์นองเลือดระหว่างชาวฮินดูและมุสลิมในอินเดียจากกรณีการทำลายมัสยิดในเมืองอโยธยา เมืองบิวานดีเป็นเมืองหนึ่งในไม่กี่เมืองที่ปราศจากเหตุร้ายทั้งๆ ที่ ๒ ใน ๓ ของประชากรเป็นมุสลิม เหตุผลก็คือเมืองนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการสันติภาพตามย่านต่างๆ ทั่วเมือง โดยกรรมการมาจากชุมชนและมีการประชุมกับตำรวจสม่ำเสมอ โดยทำหน้าที่เชื่อมประสานผู้คนในชุมชน เมื่อเกิดการจลาจลระหว่างศาสนาขึ้นทั่วอินเดีย คณะกรรมการก็ทำหน้าที่ลดทอนความโกรธ ปลอบโยนผู้คนให้หายกลัว ตอบโต้ข่าวลือ ตรวจตราว่ามีใครคอยยุยงหรือสะสมอาวุธบ้าง ทำให้สามารถสกัดป้องกันเหตุร้ายได้อย่างทันท่วงที ส่วนตำรวจแม้จะถูกโจมตีหลายครั้ง แต่แทนที่จะยิงตอบโต้ กลับหาความช่วยเหลือจากชุมชน ตามจับผู้ก่อความรุนแรงได้ และรักษาความสงบได้

 ๓.ทัศนคติที่เอื้อต่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เป็นทัศนคติเชิงบวก เช่น ความเมตตา ไม่แบ่งเขาแบ่งเรา รู้จักให้อภัย ใจกว้าง ยอมรับความแตกต่าง และเคารพความหลากหลายแล้ว ยังครอบคลุมไปถึงทัศนคติต่างๆ ต่อไปนี้ด้วยคือ

 - ความรุนแรงแก้ปัญหาได้ไม่ยั่งยืน อีกทั้งยังทำให้ปัญหาลุกลามมากขึ้น หรือทำให้เกิดปัญหาอื่นตามมา

 - รากเหง้าของปัญหามิได้อยู่ที่ตัวบุคคล แต่อยู่ที่โครงสร้าง การขจัดตัวบุคคลย่อมไม่อาจขจัดรากเหง้าของปัญหาได้ แต่จะต้องแก้ที่โครงสร้าง ซึ่งทำไม่ได้ด้วยอาวุธหรือความรุนแรง

 - ความรุนแรงและความไม่สงบมีรากเหง้ามาจากโครงสร้างที่เป็นปัญหาหรือเงื่อนไขทางสังคมเศรษฐกิจและการเมืองที่ไม่เป็นธรรม หรือเกิดจากความรุนแรงเชิงโครงสร้าง ความรุนแรงและความไม่สงบจะยุติได้อย่างยั่งยืน ต้องขจัดโครงสร้างและเงื่อนไขดังกล่าวให้หมดไป

 - ความรุนแรงยังเป็นผลมาจากวัฒนธรรมความเชื่อบางอย่าง เช่น การรังเกียจเดียดฉันท์เพียงเพราะความต่างในแง่ศาสนา เชื้อชาติ สีผิว และภาษา หรือทัศนะ มองเห็นคนต่างกันว่าไม่รักชาติ ด้วยเหตุนี้ความสงบจะเกิดขึ้นได้ จะต้องรู้เท่าทันความรุนแรงทางวัฒนธรรมที่อาจฝังอยู่ในจิตใจของเรา และช่วยกันลดทอนออกไป

 - เมื่อใช้ความรุนแรงแก้ปัญหา ผลกระทบย่อมเกิดขึ้นอย่างกว้างไกลเป็นลูกโซ่ มิใช่แต่ผู้ถูกกระทำเท่านั้น แม้ตัวผู้กระทำเองก็พลอยได้รับผลกระทบจากความรุนแรงนั้นด้วย (ตำรวจที่ใช้ความรุนแรงกับโจร ในที่สุดก็กลายเป็นโจรเสียเอง)

 - ทุกคนและทุกฝ่ายในความขัดแย้งล้วนเป็นผู้ร่วมทุกข์ และเป็นเหยื่อของความรุนแรงเชิงโครงสร้างที่สมควรได้รับความเห็นใจ และพึงปฏิบัติฉันเพื่อนมนุษย์หรือเพื่อนร่วมชาติ

 - สันติวิธีมิใช่การอยู่เฉยๆ หรือการยอมจำนน และมิได้หมายความเพียงแค่การพูดคุยหรือการเจรจาเท่านั้น 

 - สันติวิธีมีพลังในการเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับบุคคล ชุมชน และประเทศ อีกทั้งตัวอย่างแห่งความสำเร็จก็มีอยู่มากมาย

"พระไพศาล วิสาโล"