ไลฟ์สไตล์

ดึง800โรงพยาบาลซื้อสินค้าเกษตรปลอดภัย

ดึง800โรงพยาบาลซื้อสินค้าเกษตรปลอดภัย

21 มี.ค. 2553

กระทรวงเกษตรฯ จับมือ 800 โรงพยาบาล รับซื้อสินค้าเกษตรใช้เป็นวัตถุดิบปรุงอาหาร จูงใจเกษตรกรผลิตสินค้าที่ปลอดภัยตามยุทธศาสตร์ฟู้ดเซฟตี้

 นายยุคล ลิ้มแหลมทอง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯ พยายามสร้างแรงจูงใจเกษตรกรให้ผลิตสินค้าที่ปลอดภัย มีตลาดรองรับแน่นอนและราคายุติธรรม โดยในเร็วๆ นี้ จะลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขในโครงการโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขจำนวน 800 แห่ง รับซื้อสินค้าเกษตรใช้เป็นวัตถุดิบปรุงอาหารของโรงพยาบาล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการอาหารปลอดภัย หรือฟู้ดเซฟตี้

 "โครงการนี้เคยทำแล้วแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะผลผลิตที่ได้ไม่เพียงพอ แต่การดำเนินการครั้งนี้ เราจะส่งเสริมเกษตรกรจริงจังให้ผลิตสินค้าตรงความต้องการ เพื่อช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ชัดเจน และนำร่องให้เกษตรกรรายอื่นเข้าร่วมโครงการ หากการจำหน่ายให้โรงพยาบาลประสบผลสำเร็จ เราจะขายไปยังองค์กรอื่นๆ คาดจะทำให้เกษตรกรมีตลาดแน่นอน และราคาเป็นธรรม" นายยุคลกล่าว

 ส่วนแผนยุทธศาสตร์ความปลอดภัยด้านอาหาร (ฟู้ดเซฟตี้) ระยะที่ 1 (ปี 2547-2550) ซึ่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประเมินผล 5 ยุทธศาสตร์ โดยยุทธศาสตร์ที่ 1 ด้านปัจจัยการผลิตและวัตถุดิบ พบว่าภาครัฐมีบทบาทต่ำในการให้ความรู้ และการตัดสินใจใช้สารเคมีของเกษตรกร ต้องพึ่งตัวแทนจำหน่ายสารเคมีมากเกินไป ยุทธศาสตร์ที่ 2 ด้านการผลิตระดับฟาร์ม พบว่าขาดการประชาสัมพันธ์และให้ความรู้แก่เกษตรกรในเรื่องการปฏิบัติตามมาตรฐานการเกษตรที่ดี และเหมาะสม (จีเอพี) 

 ยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านโรงงานและโรงงานแปรรูป พบว่านโยบายฟู้ดเซฟตี้ เอื้อเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่ โดยรัฐบาลควรเพิ่มบุคลากรและเครื่องจักรในการแปรรูป พร้อมทั้งอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบต่างๆ แก่ผู้แปรรูปขนาดกลางและเล็ก ยุทธศาสตร์ที่ 4 ด้านผลผลิต พบว่ารัฐบาลไม่ได้ตรวจสอบระบบมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารและสร้างความเชื่อถือระบบการตรวจสอบในตลาดส่งออก และยุทธศาสตร์ที่ 5 ด้านตลาดและงานสนับสนุนอื่นๆ พบว่า ภาครัฐขาดการประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคมีทัศนคติที่ถูกต้อง